บริการข่าวไทยรัฐ

เปรี้ยวหน้าระรื่น ถ่ายคู่ตร. โซเชียลถล่มยับ (คลิป)

ชู 2 นิ้วแต่งหน้าประชันสวย เปิดปากรับ 2 ปมฆ่าหั่นแอ๋ม จัดกำลังนับร้อยรอทำแผน

ผบ.ตร.แฉปมคดีฆ่าหั่นศพของแก๊งสาวโหดเกิดจากความแค้นส่วนตัวเรื่องหนี้สินที่เหยื่อยืมเงินของ “สาวเปรี้ยว” กับซัดทอดเรื่องยาเสพติดแต่ไม่เกี่ยวกับแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ ส่วนมือช่วยหั่นศพคือ “วศิน” ที่ถูกจับไปก่อนหน้านั้น ขณะที่ย่าของเหยื่อสาปส่งขอให้ประหารชีวิตตายตกตามกันชีวิตต้องชดใช้ด้วยชีวิต ด้านโลกโซเชียลวิจารณ์สนั่นกลุ่มผู้ต้องหาก่อคดีอุกฉกรรจ์กลับได้รับการดูแลอย่างดีจาก ตม. เชียงรายแถมถ่ายเซลฟี่ตอนเมกอัพหน้าโชว์อย่างไม่สะทกสะท้าน

ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจของเมียนมาส่งมอบตัวแก๊ง 3 สาวสวยโหดประกอบด้วย น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว โนนวังชัย น.ส.กวิตา หรือเอิร์น ราชดา และ น.ส.อภิวันท์ หรือแจ้ สัตยบัณฑิต ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดขอนแก่น ฐานร่วมกันฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา หรือแอ๋ม กลิ่นจุ้ย อายุ 22 ปี สาวคาราโอเกะในเมืองขอนแก่น หลังหนีไปกบดานที่ฝั่งเมียนมาโดยส่งมอบตัวกันที่สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 อ.แม่สาย จ.เชียงราย แต่ละคนมีสภาพซูบผอมและหิวโซ เจ้าหน้าที่ต้องจัดอาหาร ขนมปัง และน้ำดื่มให้รับประทานรวมทั้งยังหาบุหรี่ให้สูบด้วย จากนั้นทั้งสามถูกควบคุมตัวไว้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายเพื่อรอส่งตัวไปแถลงข่าวที่กรุงเทพฯ จากการสอบสวนเบื้องต้น น.ส.ปรียานุชให้การอ้างว่า สาเหตุจูงใจที่ลงมือฆ่าแอ๋ม เนื่องจากโกรธแค้น 2 เรื่องคือเรื่องเงินที่แอ๋มเอาไป รวมถึงเป็นผู้แจ้งให้ตำรวจจับนายวงศกร วรนาม หรือฟร้อนซ์ ซึ่งเป็นสามีที่เพิ่งแต่งงานกัน

ผบช.สตม.คุม 3 ผู้ต้องหาเข้ากรุงฯ

ต่อมาสายวันที่ 4 มิ.ย. พล.ต.ต.บัณฑิต ตุงคะเศรณี ผบก.ตม.5 เดินทางไปสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเชียงราย (ตม.เชียงราย) อ.แม่สาย จ.เชียงราย สถานที่ควบคุมตัว น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว โนนวังชัย น.ส.กวิตา หรือเอิร์น ราชดา และ น.ส.อภิวันท์หรือแจ้ สัตยบัณฑิต เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนจะคุมตัว 3 ผู้ต้องหาไปกรุงเทพฯ คณะสื่อมวลชนกว่า 50 คน ต่างมารอทำข่าวรวมทั้งประชาชนจำนวนมากที่ทราบข่าวต่างมามุงดูด้วยความสนใจและอยากเห็นหน้า 3 สาวสวยโหด

กระทั่งเวลา 11.15 น. พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนภาค 4 และคณะเดินทางด้วยเครื่องบินของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจากกรุงเทพฯมาลงที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเดินทางมาถึง ตม.เชียงราย ร่วมสอบปากคำ 3 ผู้ต้องหา จากนั้น พล.ต.ท.ณัฐธร เดินออกมาจาก ตม.เชียงราย ก่อนขึ้นรถตู้เดินทางไปขึ้นเครื่องที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้า–หลวงนำตัวผู้ต้องหาเข้ากรุงเทพฯ โดยมี ตชด.หญิง 6 นาย คุมตัวผู้ต้องหาทั้งสามที่สวมหมวก ใส่แว่นดำ และหน้ากากอนามัยเดินตามไปและมีตำรวจควบคุมฝูงชน บก.ภ.จ.เชียงราย พร้อมอาวุธครบมือ คอยคุ้มกันตลอดทางจนไปถึงท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง

“จักรทิพย์” ประธานแถลงข่าว

ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 พร้อมกำลังคุมตัว 3 ผู้ต้องหาถึงกองบินตำรวจ และพาไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.แถลงข่าวโดยผู้ต้องหาทั้ง 3 คน มีสภาพอิดโรย สวมหมวก ใส่แว่นตาดำและหน้ากากอนามัยปิดปากเพื่ออำพรางใบหน้า กระทั่งเวลา 15.00 น. ทั้งหมดไปถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่งตัวให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. สอบปากคำผู้ต้องหาที่ห้องกระจก ชั้น 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยใช้เวลาสอบปากคำประมาณ 45 นาที

หลังการสอบสวน พล.ต.อ.จักรทิพย์ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ และ พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 ร่วมคณะแถลงข่าว โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า คดีนี้ถือเป็นคดีสะเทือนขวัญอุกฉกรรจ์และเป็นคดีที่สนใจของประชาชนจึงสั่งการให้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติเร่งรัดคดีจนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหา 5 คน ประกอบด้วย น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว โนนวังชัย น.ส.กวิตา หรือเอิร์น ราชดา น.ส.อภิวันท์ หรือแจ้ สัตยบัญฑิต นายวศิน นามพรหม และ น.ส.จิดารัตน์ หรือเบนซ์ พรหมคุณ โดยจับกุมนายวศินได้ที่ด่านหนองคาย ส่วน น.ส.จิดารัตน์ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่และอีก 3 คนหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านและเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ในเวลาต่อมา

ปมฆ่าแค้นเรื่องหนี้สิน–ยานรก

พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวอีกว่า สำหรับสาเหตุในการลงมือฆ่า น.ส.วริศรา หรือแอ๋ม มี 2 ประเด็นคือเรื่องยาเสพติดและเรื่องหนี้สิน 3-4 หมื่นบาทโดย น.ส.วริศรา หรือแอ๋ม เป็นผู้ยืมจาก น.ส.ปรียานุชกับเรื่องที่ น.ส.วริศรา หรือแอ๋ม ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเมื่อปลายปี 2559 จากนั้นได้สืบสวนสอบสวนขยายผลจนไปถึงตัว น.ส.ปรียานุชและพวกเลยเกิดความแค้น แต่ไม่ใช่แก๊งยาเสพติดข้ามชาติเป็นเพียงการเสพยาในพื้นที่ จ.ขอนแก่น เท่านั้น สำหรับ น.ส.จิดารัตน์ หรือเบนซ์ จากคำให้การอยู่ที่ กทม.ไม่ได้เกี่ยวอะไรเลย ส่วนที่สื่อมวลชนและ ป.ป.ส.บอกว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มขบวนการใหญ่ แต่เมื่อสืบสวนสอบสวนขยายผลลึกลงไปกลับไม่ใช่ กรณีอย่างนี้บางครั้งอาจก่อให้เกิดความสับสน

ผบ.ตร.กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านของผู้ต้องหาเป็นการหลบหนีกันเองเพราะ น.ส.ปรียานุชเคยไปทำงานต่างประเทศหลายแห่ง เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ จึงพอมีความรู้และมีความกล้าในการเดินทางไปไหนมาไหน การลงมือครั้งนี้ น.ส.ปรียานุชต้องการแค่จะสั่งสอน น.ส.วริศราหรือแอ๋ม แต่ลงมือหนักไป มูลเหตุเกิดจากการเสพยาเสพติดทั้งไอซ์และยาเคร่วมกัน เมื่อมีการจับกุมมีการพาดพิงกันจนเกิดเป็นความแค้น และจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ส่วนสาเหตุที่ออกมามอบตัวนั้น น.ส.ปรียานุชบอกว่าไม่ต้องการให้คนที่ไปขอพักอยู่ด้วย หรือคนที่ไม่เกี่ยวข้องเดือดร้อน

สั่งสอบเพิ่มเสพยาก่อนลงมือ

“คดีนี้เกิดจากความแค้นส่วนตัว แต่เมื่อลงมือจน น.ส.วริศรา หรือแอ๋ม เสียชีวิต แต่พวกเขาคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไร อีกทั้งศพเริ่มแข็งเลยไปซื้ออุปกรณ์ ต่างๆเพื่อลงมือหั่นศพ ขณะนี้ทราบว่ามีการลงมือเพียง 2 คนคือ น.ส.ปรียานุช กับนายวศิน แต่ยังต้องสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งว่าแต่ละคนทำอย่างไรกันบ้าง ยังต้องใช้เวลาในการสอบสวน อย่างไร ก็ตาม น.ส.ปรียานุชบอกว่า หลังลงมือฆ่ามีความคิด 2 อย่าง คือนำศพถ่วงน้ำแต่ก็กลัวศพโผล่กับหั่นศพ สุดท้ายเลยหั่นศพไปทิ้ง ส่วนจะมีการเสพยาเสพติดก่อนลงมือหรือไม่ ยังต้องสอบสวนเพิ่ม รวบรวมพยานหลักฐานว่า ก่อนวันนั้นได้มีการเสพสารเสพติดก่อนลงมือกระทำหรือไม่” ผบ.ตร.กล่าว

ด้าน พล.ต.ต.เจริญวิทย์กล่าวว่า จากนี้จะนำตัวผู้ต้องหากลับไปยัง จ.ขอนแก่น ไปควบคุมไว้ที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภาค 4 ขอนแก่น และจะนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในวันที่ 5 มิ.ย.ประมาณ 7-8 แห่ง สำหรับข้อกล่าวหาที่แจ้งเบื้องต้นแก่ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน คือร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ฝังซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตาย ปล้นทรัพย์หรือรับของโจร สาเหตุการลงมือครั้งนี้เป็นการอาฆาตแค้นส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับค้ายาเสพติดข้ามชาติ

เผยเส้นทางก่อนหลบหนีกบดาน

ส่วน พล.ต.ท.ณัฐธรเผยว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานภายในประเทศและประเทศเพื่อนบ้านเพื่อติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 คน กระทั่งได้รับการประสานและร่วมมือเป็นอย่างดีจากประเทศเพื่อนบ้าน ในการติดตามหาตัวผู้ต้องหา จากการตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีของผู้ต้องหาเมื่อลงมือฆ่า น.ส.วริศรา เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ได้มาค้างใน กทม. 1 คืน โดยพักที่รามอินทรา ซอย 8 จากนั้นวันที่ 25 พ.ค.เดินทางไป จ.เชียงราย แล้วตรงไปที่ว่าการอำเภอแม่สายเพื่อไปพบนายหนึ่งเป็นผู้จัดการร้านคาราโอเกะเพื่อขอเอกสารผ่านแดนชั่วคราว (บอเดอร์พาส) เพื่อข้ามยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่เนื่องจากข้ามไปถึงร้านในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านมืดพอดีเลยอาบน้ำทำงานพักอยู่ที่ร้าน 3 วัน และออกไปกับแขกคืนวันที่ 27 พ.ค. ต่อเนื่องวันที่ 28 พ.ค. จากนั้นตระเวนพักตามที่ต่างๆที่เป็นอาคารร้าง กระทั่ง วันที่ 3 มิ.ย. กลับออกมาในเมืองท่าขี้เหล็กและมอบตัวดังกล่าว

คุมตัวกลับขอนแก่นขัง ศฝร.ภ.4

หลังแถลงข่าวเสร็จเจ้าหน้าที่คุมตัว 3 ผู้ต้องหาขึ้นเครื่องบินกาซ่าซีเอ็น 235 เพื่อนำตัวส่งไปดำเนินคดีที่ จ.ขอนแก่นทันที และไปถึงขอนแก่นเวลา 18.50 น. นำตัว 3 ผู้ต้องหาไปคุมขังไว้ที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 4 (ศฝร.ภ.4) ทันที ขณะที่ สภ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น ร.ต.ท.ทวีศักดิ์ วุฒิงาม รอง สวป.ปฏิบัติหน้าที่สิบเวรยามประจำโรงพักได้ทำความสะอาดภายในบริเวณห้องขังเพื่อรอรับตัว 3 ผู้ต้องหา โดย ร.ต.ท.ทวีศักดิ์กล่าวว่า ไม่บ่อยนักหรือไม่เคยมีเลยที่คดีอุกฉกรรจ์มีผู้หญิงเป็นผู้ต้องหา ปกติทุกวันจะทำความสะอาดภายในและนอกบริเวณห้องขังประจำอยู่แล้วพร้อมนำแผงกั้นไม่ให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องขึ้นมาบนห้องขังบนชั้นสอง ทั้งได้มีการติดกล้องวงจรปิดเพื่อดูพฤติกรรมของผู้ต้องหาอย่างใกล้ชิดและจัดเวรยามเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง ถ้านำตัว 3 ผู้ต้องหามาคุมขังเจ้าหน้าที่สามารถดูแลได้ตลอดเวลา

ระดมกำลังกว่า 100 คุมทำแผน

พล.ต.ต.เจริญวิชย์ ศรีวนิชย์ รอง ผบช.ภ.4 กล่าวว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหาและให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ในขั้นตอนต่างๆเป็นอย่างดี ขณะนี้ยังคงต้องอยู่ในขั้นตอนของการสอบปากคำของพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีและพนักงานสอบสวนที่ บช.ภ.4 แต่งตั้งขึ้นและให้สอบสวนแล้วเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง ตามอำนาจการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ซึ่งจะครบกำหนดในเวลา 21.00 น. วันที่ 5 มิ.ย. ทำให้เจ้าหน้าที่มีเวลาในการทำงาน 1 วัน ทุกขั้นตอนจะต้องเป็นไปอย่างรัดกุมทั้งหมด และในวันที่ 5 มิ.ย. จะต้องทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ทั้งหมด 7 จุด เพื่อประกอบในสำนวนคดี เบื้องต้นพนักงานสอบสวนยังคงคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการทำแผนประกอบคำรับสารภาพของ 3 ผู้ต้องหาในวันที่ 5 มิ.ย.นั้น จะใช้กำลังทั้งหมดกว่า 100 นายเพื่อป้องกันการรุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหา จากชาวบ้านและญาติผู้ตาย

แม่ไม่ได้พบลูกถึงกับเป็นลม

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะขบวนรถตู้ของผู้ต้องหาเดินทางถึงศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภาค 4 และจังหวะที่กลุ่มผู้ต้องหาเดินลงจากรถตู้ปรากฏว่า นางสาคร ภาษี แม่ของ น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยวที่มาดักรอก่อนหน้านั้นเห็นลูกสาวกำลังเดินเข้าไปในอาคารศูนย์ฝึกฯได้ตะโกนเรียกชื่อ “เปรี้ยว” หลายครั้ง แต่ น.ส.ปรียานุชไม่ได้ยินเลยเดินเข้าไปในอาคาร ขณะที่นางสาครจะวิ่งตามเข้าไปแต่ถูกเจ้าหน้าที่ห้ามเข้าทำให้นางสาครถึงกับร่ำไห้เป็นลมทรุดคาที่ทางเจ้าหน้าที่และญาติต้องคอยปฐมพยาบาลกันยกใหญ่

ห่วง “เปรี้ยว” ขอให้อโหสิกรรม

ก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่หมู่ 6 บ้านห้วยบาก ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น พบกับนางสาคร ภาษี แม่ของ น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว โนนวังชัย โดยนางสาครมีสีหน้าที่ดีขึ้นกว่าเดิมเพราะก่อนหน้านั้นช่วงที่เปรี้ยวหลบหนีนางสาครห่วงลูกสาวตลอดเวลาพร้อมเปิดเผยว่าได้เตรียมเสื้อผ้าและฝรั่งซึ่งเป็นผลไม้ที่ลูกสาวชอบจะไปมอบให้ลูกสาวทันทีที่ลูกสาวเดินทางจากกรุงเทพฯมาถึง จ.ขอนแก่น “หลังทราบข่าวว่าน้องเปรี้ยวมอบตัวและส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ไทยแล้วรู้สึกโล่งใจ เพราะมั่นใจว่าลูกปลอดภัยและมีชีวิตอยู่รอดต่อไป แม่เตรียมฝรั่ง 3 ลูก จะปอกใส่ถุงไปให้ลูกกิน อยากกอดลูก อยากบอกลูกว่าแม่รัก แม่เป็นห่วง เมื่อผิดแล้วให้รับโทษและอย่าทำอีก ภาวนาว่าเมื่อลูกมารับโทษแล้วอย่าประหารชีวิตลูกเลย ขออโหสิกรรมให้น้องเปรี้ยวด้วย” นางสาครกล่าว

เช่นเดียวกับญาติของ น.ส.กวิตา หรือเอิร์น ราชดา 1 ใน 3 ผู้ต้องหาอยู่หมู่ 9 บ้านตูม ต.เมืองเก่า อ.เมืองขอนแก่นเปิดเผยว่า ไม่เชื่อเอิร์นจะเกี่ยวข้องในการฆ่าหั่นศพ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนว่าเกี่ยวข้องต้องว่ากันตามนั้น โดยส่วนตัวที่เคยเลี้ยงดูน้องเอิร์นรู้ว่าหลานคนนี้เป็นคนอ่อนไหวง่าย ติดเพื่อนและรักเพื่อน เมื่อหลานถูกจับก็ต้องรับโทษแต่ยังดีที่มีความปลอดภัย หากยังหนีเร่ร่อนอาจถูกทำร้ายหรือฆ่าทิ้งได้ ส่วนยายกล่าวว่า ขอไม่พูดไม่คุย คนที่บ้านไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆไม่ต้องมาถามอีก

บ้าน “แจ้” ไร้คน ปิดเงียบเหงา

จากนั้นผู้สื่อข่าวไปที่บ้านของ น.ส.อภิวันท์หรือแจ้ ผู้ต้องหาอีกคนที่บ้านเลขที่ 139/8 หมู่ 16 ซอยคำเสถียร ชุมชนสามเหลี่ยม 1 ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น เป็นห้องแถวครึ่งปูนครึ่งไม้สองชั้นแต่ไม่มีคนอยู่ในบ้าน หน้าบ้านมีผ้าเช็ดตัวตากไว้ รถจักรยานจอดอยู่ 1 คัน บนโต๊ะหินอ่อน มีถุงกับข้าววางอยู่ ทั้งนี้ ยังพบว่าหน้าบ้านได้ติดกล้องวงจรปิดไว้ 2 ตัว สอบถามชาวบ้านในละแวกเดียวกันกล่าวว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของแจ้ แต่เข้าออกไม่เป็นเวลา คนในบ้านไม่สุงสิงกับเพื่อนบ้านเลย ไม่มีใครรู้จักว่าทำมาหากินอะไร

ยายของเหยื่อขอให้ประหาร

ส่วนนางสำราญ เพียแก่น อายุ 67 ปี อยู่บ้าน เลขที่ 43 หมู่ 10 บ้านเหล่านางาม ต.บ้านหว้า อ.เมืองขอนแก่น ยายของ น.ส.วริศรา หรือแอ๋ม กลิ่นจุ้ย เหยื่อที่ถูกสังหารเปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมดเพราะตั้งแต่เกิดเรื่องมาคอยติดตามข่าวตลอดจนไม่ได้หลับได้นอน ส่วนเรื่องการลงโทษให้เป็นหน้าที่ของกฎหมายจะเห็นสมควรแต่ในความคิดส่วนตัว ใจจริงอยากให้ประหารตายตามกันไป “ยายเชื่อว่าวิญญาณของหลานจะไปดี ไปอย่างสงบ รู้สึกสงสารหลานมาก คิดถึงตอนที่เขากำลังจะตาย ตอนเขาโดนหั่นคงจะเจ็บปวดมาก ทำไมฆาตกรถึงใจโหดเหี้ยมขนาดนี้เป็นผู้หญิงด้วยกันยังทำกันได้ ส่วนเพื่อนๆของเปรี้ยวที่ลงมือด้วยกันนั้นอย่าปฏิเสธเลยว่าไม่รู้เรื่อง” นางสำราญกล่าว

คิดถึงหลานคงสภาพห้องนอน

ขณะที่นางทองหลอม กลิ่นจุ้ย อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34/1 หมู่ 1 ต.วัดโคก อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ย่าของน้องแอ๋ม กล่าวว่า เลี้ยงน้องแอ๋มตั้งแต่เด็ก เนื่องจากพ่อของน้องแอ๋มเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ส่งเสียให้เรียนตั้งแต่เด็กจนจบมัธยมปลาย จากนั้นน้องแอ๋มไปทำงานที่กรุงเทพฯ และขอนแก่น ส่วนห้องนอนของน้องแอ๋มย่ายังคงสภาพเดิมไว้ทั้งหมด ทั้งผ้าปูที่นอน ตู้เสื้อผ้า ตุ๊กตาที่เป็นตัวการ์ตูนคิตตี้ทั้งหมด การจับกุมคนร้ายได้ทั้งแก๊งรู้สึกดีใจ อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุดและให้ลงโทษถึงขั้นประหารชีวิตเพราะชีวิตต้องชดใช้ด้วยชีวิต อย่าให้คนผิดอยู่รอดมีลมหายใจต่อไป

ส่วนที่บ้านเลขที่ 16/10 หมู่ 1 ต.บ้านใหม่ อ.เมืองปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายธวัชชัย อ้อมชมพู หรือเก้า อายุ 29 ปี หนึ่งในผู้ต้องสงสัยว่าเป็นบุคคลที่พา น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพหลบหนีเข้าประเทศเมียนมา พบว่าบ้านของนายเก้าปิดประตูเงียบ มีเพียงสุนัขคอยเฝ้าทางเข้าออกประตูหน้าบ้าน สอบถามชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงต่างไม่มีใครกล้าให้ข้อมูลกล่าวเพียงว่าบ้านนายธวัชชัยมีเพียงพ่อและปู่อยู่เพียง 2 คน ส่วนนายธวัชชัยออกจากบ้านไปนานหลายปีแล้ว ไม่มีใครอยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวเพราะรู้ว่านายธวัชชัยมีคดีเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดหลายครั้ง แถมยังหนีประกันในชั้นศาลที่ จ.ปทุมธานี ด้วย

แม่น้องแอ๋มข้องใจให้อิสระมือฆ่า

ขณะที่แม่ของน้องแอ๋มเปิดเผยที่ อ.บางเลน จ.นครปฐม หลังทราบว่ามีการจับกุม น.ส.ปรียานุชกับพวกแล้วว่ารู้สึกดีใจที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุฆ่าน้องแอ๋มได้แล้ว คนทำผิดจะได้รับโทษแต่ยังไม่ดีใจถึงที่สุดเพราะยังไม่รู้ว่าจะได้รับโทษตามกฎหมายขนาดไหน “หลังจากที่น้องแอ๋มจากไปรู้สึกสัมผัสได้ว่าน้องยังวนเวียนกับแม่ตลอด และเชื่อว่าน้องคงดีใจ เรื่องคดีขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ผู้ก่อเหตุต้องได้รับโทษในสิ่งที่ได้กระทำให้สมกับสิ่งที่เขาทำกับลูกของแม่ได้อย่างโหดร้าย หัวอกคนเป็นแม่ยากที่จะยอมรับได้ แต่รู้สึกแปลกใจ ทำไมหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว ทำไมเจ้าหน้าที่ถึงให้อิสระผู้ต้องหาเหมือนมีสิทธิพิเศษมากกว่าคดีดังอื่นๆ แต่ได้แค่แอบคิด สำหรับคนร้ายที่ก่อเหตุคดีดังขนาดนี้ แต่ให้อิสรภาพ ว่ามีเหตุผลอะไรที่ไม่ใส่กุญแจมือ เชื่อว่าอาจมีหลายคนที่สงสัยแบบนี้” แม่น้องแอ๋มกล่าว

วิจารณ์สนั่น ตม.เซลฟี่ผู้ต้องหา

ขณะเดียวกัน มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างขวางในโลกโซเชียล หลังจากเจ้าหน้าที่ ตม.เชียงราย อ.แม่สาย จ.เชียงราย นำตัว 3 ผู้ต้องหาไปคุมขังที่สำนักงาน ตม.เชียงรายหลังรับตัวมาจากทางการเมียนมา ปรากฏว่าในโลกโซเชียลได้แชร์รูปที่แก๊งสาวเปรี้ยวนำโดย น.ส.ปรียานุชพากันแต่งหน้าเมกอัพหน้าประชันความสวยในสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเชียงรายอย่างไม่สะทกสะท้านแถมยังมีตำรวจ ตม.เชียงรายถ่ายรูปเซลฟี่เล่นกับผู้ต้องหาซึ่งชู 2 นิ้วอย่างสนุกสนานราวกับว่ากลุ่มผู้ต้องหาเป็นดาราดังขัดกับความรู้สึกของประชาชนเพราะผู้ต้องหาทั้ง 3 คนเป็นผู้ก่อคดีอุกฉกรรจ์ฆ่าหั่นศพสาวคาราโอเกะที่กำลังเป็นข่าวดังระดับประเทศ

นอกจากนี้ ชาวเน็ตยังวิจารณ์อีกด้วยว่า พฤติกรรมดังกล่าวส่อให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.เชียงราย ดูแลผู้ต้องหาเป็นอย่างดีให้ที่พักผ่อนเป็นอยู่สุขสบายแถมตอนนอน 3 สาวยังพอกหน้าขาวราวกับอยู่โรงแรมห้าดาวโดยไม่สนใจเลยว่าทั้งสามคือคนทำผิดกฎหมายร้ายแรง เป็นผู้ต้องหาที่ก่อคดีอำมหิต เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่สมควรทำตัวสนิทสนมจนเกินงาม