บริการข่าวไทยรัฐ

จับสาวจบจิตวิทยา ตีเนียนลวงแม่บ้าน งัดเซฟเจ้านาย พบเหยื่อเพียบ

รวบสาวแสบ จบป.ตรี จิตวิทยา ใช้ความรู้หากินในทางที่ผิด หาข้อมูลเบอร์บ้านเหยื่อไฮโซ โทรหลอกแม่บ้านให้งัดตู้เซฟ ตีเนียนเป็นแบงก์และเลขา อ้างเจ้านายต้องใช้ทรัพย์สินค้ำประกันกู้ยืม จนหลงเชื่อสูญไป 3 ล้าน พบก่อเหตุหลายพื้นที่ คาดเสียหายกว่า 10 ล้าน...

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 4 มิ.ย. พ.ต.อ.สิทธิภาพ ใบประเสริฐ รองผบก.อก.บช.น. พ.ต.อ.ขจรพงศ์ จิตต์ภาคภูมิ ผกก.สน.ทองหล่อ และพ.ต.ท.จิรกฤต จารุนภัทร์ รอง ผกก.สส.สน.ทองหล่อ ร่วมแถลงจับกุมน.ส.ภัสดา กานต์ดาภา อายุ 49 ป บ้านเลขที่ 58/66 ซอยพหลโยธิน 54/1 แยก 4 แขวงสายไหม เขตสายไหม กทม. ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 261/2560 ลงวันที่ 2 มิ.ย. 2560 ข้อหา "ลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยทำลายสิ่งกีดกั้นสำหับคุ้มครองทรัพย์นั้น" และ หมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.295/2556 ลงวันที่ 9 พ.ค. 2556 ในข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกง" พร้อมของกลาง กระดาษจดข้อมูลส่วนตัวบุคคลพร้อมเบอร์โทรศัพท์ จำนวน 10 แผ่น คอมพิวเตอร์ จำนวน 1 เครื่อง และไอแพด 1 เครื่อง


พ.ต.ท.จิรกฤต กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย ว่ามีคนร้ายเป็นผู้หญิงโทรศัพท์มาหลอกให้แม่บ้านที่ทำงานภายในบ้านของตนให้เอาทรัพย์สินภายในตู้เซฟไปให้โดยอ้างกับแม่บ้านว่าเจ้าของบ้านให้นำทรัพย์สินไปให้คนที่โทรศัพท์ หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวแม่บ้านมาสอบปากคำ โดยแม่บ้านให้การว่า เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ช่วงเวลาประมาณ 14.00 น. มีโทรศัพท์ติดต่อเข้ามาที่เบอร์บ้านของเจ้านายซึ่งตนทำงานเป็นแม่บ้านตนจึงได้รับสาย ปลายสายเป็นเสียงผู้หญิงอ้างตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งหนึ่งและอ้างอีกว่าขณะนี้ทางเจ้านายของตนกำลังทำเรื่องกู้ยืมเงินแต่ต้องใช้ทรัพย์สินในเรื่องค้ำประกัน แต่เจ้านายติดประชุมจึงให้เจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อมาแทน

นอกจากนี้ในระหว่างการพูดคุยทางปลายสายยังให้ติดต่อไปสอบถามทางเจ้านายก่อนว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ซึ่งตนได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังเจ้านายตนแต่ปรากฎว่าเป็นเสียงของผู้หญิงอ้างตัวว่าเป็นเลขาของเจ้านายโดยตอบมาว่าขณะนี้เจ้านายติดประชุมอยู่จริง พร้อมกับยืนยันว่าจะมีเจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อไปให้เอาทรัพย์จริง โดยคนที่อ้างตัวเป็นเลขายังได้ขอเบอร์โทรศัพท์มือถือเพื่อติดต่อ ก่อนแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารติดต่อกลับมาให้นำทรัพย์สินภายในตู้เซฟออกมาให้ โดยระหว่างการขึ้นไปเอาทรัพย์สินได้คุยโทรศัพท์กับคนร้ายตลอดเวลา และไม่สามารถเปิดตู้เซฟได้ ทางคนร้ายจึงสั่งให้งัดเซฟเอาออกมา จึงลงไปเรียกคนขับรถและรปภ.มาช่วยกันงัด จนเอาทรัพย์สินออกมาได้ โดยให้นำทรัพย์สินไปที่บริเวณใกล้กับสะพานลอยบนถนนรามอินทรา กม.10 และย้ำให้วางทรัพย์แล้วให้รีบกลับบ้าน จนมาทราบภายหลังเจ้าจากนายที่กลับมาบ้าน จึงพบว่าถูกหลอก ก่อนเข้ามาแจ้งความ ทั้งนี้มูลค่าทรัพย์สินประมาณ 3 ล้าน แบ่งเป็น ทองคำ สร้อยคอมุก เพชร เงินสด นาฬิกา และเครื่องประดับ

พ.ต.ท.จิรกฤต กล่าวอีกว่า หลังจากสอบคำพยานและผู้เสียหายจนทราบว่าคนร้ายรายนี้คือ น.ส.ภัสดา จึงนำกำลังเข้าไปจับกุม และจากการตรวจสอบพบว่าเคยก่อเหตุลักษณะนี้มาหลายท้องที่ อาทิ พื้นที่สน.พญาไท,สน.บางเขน,สน.วังทองหลาง,สน.ราษฎร์บูรณะ,สน.บางขุนเทียน,สน.บางชัน,สน.ประเวศ ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท อีกทั้งผู้เสียหายส่วนมากจะเป็นบุคคลที่มีฐานะดีและเป็นที่รู้จักในวงสังคม

จากการสอบสวน น.ส.ภัสดา ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุหลอกลวงจริง โดยจะเลือกเหยื่อจากบุคคลที่มีชื่อเสียงทางสังคมที่มักจะมีชื่อปรากฎตามหนังสือ นิตยสารต่าง ๆ ก่อนจะนำชื่อไปหาข้อมูลส่วนตัวตามอินเตอร์เน็ตและหาเบอร์โทรศัพท์บ้าน เพื่อติดต่อไปโดยจะเลือกเวลากลางวัน เนื่องจากรู้ว่าบุคคลเหล่านี้จะต้องออกไปทำงาน และที่บ้านมักจะมีคนรับใช้หรือแม่บ้าน อยู่ภายในบ้านอย่างแน่นอน และจะใช้การพูดคุยหว่านล้อมเชิงจิตวิทยาเพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อประกอบกับเทคนิคในการใช้โทรศัพท์

สำหรับคนร้ายนี้ศึกษาปริญญาตรี สาขาจิตวิทยา จึงทำให้มีวิธีการพูดคุยกับเหยื่อได้อย่างแนบเนียน และเชื่อว่าเคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งบางครั้งไม่มีผู้เสียหายมาแจ้งความ ทั้งนี้หากประชาชนเคยตกเป็นเหยื่อของคนร้ายรายนี้ สามารถเข้าแจ้งความสถานีตำรวจในพื้นที่ได้.