บริการข่าวไทยรัฐ

ดูใจไม่ทันแล้ว! ด.ญ.ถ่ายคลิปหาพ่อ ร่ำไห้บอกกลับมาเผาศพย่าก็ยังดี


เเจอตัวจริง ด.ญ.11 ปี ถ่ายคลิปตามหาพ่อให้มาดูใจย่าที่ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย พบย่าตายแล้ว กำลังมีพิธีศพ ส่วนเด็กพ่อแม่แยกทาง พ่อไปมีครอบครัวใหม่อยู่ระยอง แม่หายสาบสูญ บอกแม้ดูใจไม่ทัน ให้พ่อมาเผาศพย่าก็ยังดี...

ตามที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ I'Numfon FunFuen ได้โพสต์ข้อความ "แชร์หน่อยค่ะสงสารเด็กและย่าของเด็ก คือย่าของเด็กเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย อยากให้นายธีรยุทธ ศรีพันธ์ (พ่อของเด็ก) มาดูใจหน่อย ย่าของเด็กอยู่ที่โรงพยาบาลพระแสง จ.สุราษฎร์ธานี สละเวลานิด ช่วยให้เด็กได้เจอพ่อและนางบัวพันธ์ นาบง (ย่าของเด็ก) ได้เจอลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย" พร้อมภาพเด็กหญิงยืนจับมือหญิงชรานอนรักษาตัวในโรงพยาบาล และคลิปวิดีโอเด็กหญิงในรูปภาพพูดพร้อมร้องไห้ ความยาว 1.17 นาที ใจความว่า

"ฝากแชร์คลิปให้พ่อ ย่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย อยากเจอพ่อ และหนูก็อยากเจอ ซึ่งหมอบอกว่าย่าจะอยู่ได้อีกไม่นาน จึงอยากให้พ่อมาเจอย่าสักครั้งก่อนย่าจากไป"  ทำให้โลกโซเชียลแห่ให้กำลังใจและขอให้เด็กหญิงในคลิปได้พบพ่อโดยเร็ว

ต่อมาเวลา 16.00 น. วันที่ 3 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อประสานกับผู้โพสต์เฟซบุ๊กดังกล่าว และได้รับแจ้งจากทางญาติว่า หญิงชราที่ป่วยเป็นมะเร็งได้เสียชีวิตแล้วเมื่อช่วงสายวันเดียวกัน ตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่วัดสมัยสุวรรณ ต.สองแพรก อ.ชัยบุรี จ.สุราษฎร์ธานี จึงเดินไปพบกับ ด.ญ.รุ่งทิวา หรือน้องปอ ศรีพันธ์ อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนวัดสมัยสุวรรณ ที่อยู่ในบริเวณวัดดังกล่าว เพื่อร่วมงานศพย่า

ด.ญ.รุ่งทิวา หรือน้องปอ ศรีพันธ์ กล่าวว่า คลิปดังกล่าวตนเองได้เอาโทรศัพท์ญาติเป็นคนอัดคลิปเพื่ออยากฝากไปถึงผู้เป็นพ่อ ซึ่งเป็นลูกชายของย่า ได้กลับมาดูใจย่าสักครั้ง เนื่องจากหมอที่รักษาแจ้งว่าย่าจะมีชีวิตได้อีกไม่นาน เพราะมะเร็งปากมดลูกลามไปตับและปอดระยะสุดท้าย ถึงแม้ว่าจะโพสต์คลิปได้เพียง 1 วันแล้วย่าเสียชีวิตก่อน ก็ยังอยากให้พ่อกลับมาหาย่าอีกสักครั้ง ครั้งสุดท้าย อย่างน้อยก็ทำเพื่อย่า

น้องปอ กล่าวต่อว่า พ่อแม่แยกทางกัน พ่อได้พาตนเองมาไว้กับย่าตั้งแต่แรกเกิดได้เพียง 2 เดือน ซึ่งก่อนหน้านี้ประมาณ 1 ปีที่แล้วได้ย้ายไปอยู่กับพ่อได้เพียง 2 เดือน ก็ต้องย้ายกลับมาเรียนและอยู่กับย่าเช่นเดิม เนื่องจากพ่อมีครอบครัวใหม่ ส่วนแม่ไม่เคยพบหน้าตนกับครอบครัวของย่าตั้งแต่เกิด ซึ่งตอนนี้ย่าได้เสียชีวิตไปแล้ว ก็จะอยู่กับปู่ที่เลี้ยงดูมาต่อไป ที่ผ่านมาพยายามติดต่อพ่อ เพื่อขอย้ายทะเบียนบ้านกลับมาอยู่กับย่า เนื่องจากมีปัญหาเรื่องการเรียน ไม่สามารถรับทุนการศึกษาได้ เพราะก่อนหน้านี้ได้ย้ายชื่อปลายทางออกไปอยู่บ้านใหม่ของพ่อที่ จ.ระยอง

"ครั้งนี้ที่ติดต่อพ่อ เพียงเพื่อให้พ่อมาหาย่าครั้งสุดท้าย ก่อนเผาย่าในวันที่ 8 มิ.ย.นี้เท่านั้น" น้องปอ กล่าว.