วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“อีอีซี”...ชี้อนาคตประเทศ

โดย สายล่อฟ้า

อีอีซีจุดพลุประเทศ ชี้อนาคตเศรษฐกิจ

นอกเหนือจากแนวคิดเพื่อบุกเบิกไปสู่แผนพัฒนาประเทศ 20 ปี การปฏิรูปประเทศทุกด้านและการสร้างความปรองดองของ คสช.แล้ว

ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ ทิศทางพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเป็นนโยบายใหญ่และมีความสำคัญต่ออนาคตประเทศ

นโยบายระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งจะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษในจังหวัดภาคตะวันออกของประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นจังหวัดที่เคยมีการพัฒนาแล้ว แต่เพิ่มเติมให้อีกหลายจังหวัดที่รายล้อมในบริเวณ

เป็นความหวังของประเทศที่รัฐบาลปั้นขึ้นมาใหม่

พูดง่ายๆ ว่าต้องทำให้สำเร็จตามเป้าหมายจึงมีความพยายามอย่างยิ่งที่จะเร่งรีบในการดำเนินการด้วยการหามาตรการสนับสนุนทุกด้าน

ที่สำคัญนอกเหนือจากการให้สิทธิพิเศษต่างๆแก่นักลงทุนโดยเฉพาะจากต่างประเทศ มีการเดินสายโรดโชว์ ออกกฎหมายที่เอื้อประโยชน์

เพราะหัวใจสำคัญก็คือ ต้องการนักลงทุนจากต่างประเทศจำนวนมากเพื่อให้เข้ามาลงทุนในด้านต่างๆเต็มรูปแบบ

ล่าสุดองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) ได้ทำการสำรวจความเห็นของบริษัทที่อยู่ในไทยต่อนโยบายอีอีซี 48 บริษัท แต่ส่งแบบสอบถามกลับมา 28 บริษัท พบว่า 24 บริษัทได้เข้าไปลงทุนแล้ว

แต่นักลงทุนญี่ปุ่นมีคำเรียกร้องต่อรัฐบาลไทย 5 ข้อด้วยกัน

1.ต้องการเห็นคำมั่นสัญญาที่หนักแน่นของรัฐบาลไทยโดยเฉพาะต้องรับประกันนโยบายอีอีซีในระยะยาวเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุน แต่ละบริษัทรอดูท่าทีและความชัดเจนในนโยบายนี้ก่อนว่าจะสำเร็จหรือไม่

และยังต้องการให้รัฐบาลญี่ปุ่นมีส่วนร่วมลงทุนสาธารณูปโภคด้านคมนาคมหรือรัฐบาลไทยลงทุนเองทั้งหมด เพราะเกรงว่าการให้ภาคเอกชนลงทุนร่วมกับรัฐบาล (พีพีพี) จะไม่สำเร็จ

2.การพัฒนาบุคลากรให้มีคุณภาพสูงขึ้นเพื่อเป็นการจูงใจอุตสาหกรรมชั้นสูงและล้ำสมัยให้เข้ามาลงทุน โดยต้องพัฒนาการศึกษาสายอาชีพ สายวิทย์ คณิตศาสตร์ และภาษาอังกฤษ

3.การจัดเตรียมสภาพแวดล้อมเพื่อนำเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาใช้

4.การปรับปรุงกฎหมายและประเด็นปัญหาของหน่วยงานภาครัฐ

5.การปรับปรุงด้านโลจิสติกส์และการจัดเตรียมสาธารณูปโภคอื่นๆ เพราะการจราจรที่ติดขัดอย่างหนักถือเป็นการเพิ่มต้นทุนด้านโลจิสติกส์อย่างมาก

หากมองจากข้อเสนอทั้ง 5 ข้อนี้ล้วนเป็นเรื่องที่ดีและรัฐบาลไทยจะต้องจัดการให้ได้เพราะเป็นเรื่องที่มีความจำเป็น

แม้ว่าส่วนใหญ่แล้วจะมีการดำเนินการและวางแผนงานเอาไว้

เพราะทุกอย่างล้วนเป็นการสร้างแรงจูงใจต่อการตัดสินใจที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทยที่ญี่ปุ่นจะรู้ดีอยู่แล้วว่ามีจุดอ่อนและจุดแข็งอย่างไร

แต่ข้อที่ 1 น่าจะมีความสำคัญที่สุดต่อการตัดสินใจเพราะเป็นการสร้างความเชื่อมั่น ซึ่งน่าจะหมายความถึงความมั่นใจว่าโครงการ นี้จะเดินหน้าต่อไปด้วยความมั่นคงทางการเมือง

หมายถึงว่าหากรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาจะเดินหน้าต่อไปหรือไม่ จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องตอบคำถามนี้ให้ได้และชัดเจน

ที่ไม่ต้องแปลกใจก็คือ ข้อแลกเปลี่ยนในการลงทุนด้านโลจิสติกส์ที่เสนอตัวเพื่อขอเข้ามาร่วมลงทุนด้วย

ถือว่าเป็นการต่อรองที่รัฐบาลไทยน่าจะสนองตอบได้.

“สายล่อฟ้า”