วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฝ่าวิกฤติการศึกษา คนต้องสร้างเทคโนโลยี

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์-ศ.เจมส์ การ์เร็ต-นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จับมือมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน (Carnegie Mellon University) ประเทศสหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลก โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์...คอมพิวเตอร์

เดินหน้าโครงการความร่วมมือระหว่าง 2 สถาบันการศึกษาภายใต้กิจกรรม 4 ด้าน ได้แก่ จัดตั้งหน่วยงานร่วมระหว่าง สจล. กับมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ในประเทศไทย, เปิดสอนหลักสูตรร่วม

จัดทำโครงการวิจัยร่วมเพื่อตอบปัญหาของประเทศ และแลกเปลี่ยนอาจารย์และนักวิจัยเพื่อพัฒนาทักษะ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.kmitl.ac.th

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) บอกว่า โครงการนี้มีเป้าหมายสำคัญในการสร้างบุคลากรและนักศึกษาในประเทศไทยให้มีคุณภาพมากขึ้น เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการปฏิรูปเศรษฐกิจไทยด้วยนวัตกรรมให้เป็นรูปธรรมและยั่งยืนภายใน 5 ปี

ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0…เชื่อมั่นว่าตลอดระยะเวลาดำเนินการจะช่วยยกระดับในทุกภาคส่วนไม่เฉพาะด้านการศึกษา แต่ยังรวมไปถึงด้านธุรกิจ การเงิน การบริการ และเกษตรกรรม

“สำนักงานทั้งสองแห่งจะช่วยให้ความร่วมมือเป็นไปอย่างใกล้ชิด ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของสถาบันการศึกษาไทยที่ได้รับเกียรติจากสถาบันการศึกษาชั้นนำอันดับต้นๆของโลกเข้ามาตั้งหน่วยงาน...เป็นการพลิกประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของวงการศึกษาไทย ช่วยกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยไทย ภาคเอกชน และบริษัทนานาชาติ รวมถึงทำให้งานวิจัยและนวัตกรรมของไทยก้าวสู่ตลาดโลกได้มากขึ้น”

สำหรับการเปิดสอนหลักสูตรร่วม จะใช้รูปแบบการบริหารจัดการและมาตรฐานเดียวกับที่สหรัฐอเมริกา ผู้เรียนจะได้รับปริญญาเหมือนกับเรียนที่สหรัฐอเมริกา แบ่งเป็นระดับปริญญาโท 2 ปี ในสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ โดยเรียนในไทย 1 ปี และที่สหรัฐอเมริกา 1 ปี

มุ่งหมายพัฒนาบุคลากรภาครัฐและเอกชนให้มีความรู้ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการสร้างนวัตกรรมออกสู่ตลาดโลกภายในระยะเวลา 2-3 ปี และระดับปริญญาเอก 5 ปี ในสาขาเดียวกัน โดยเรียนในไทย 2 ปี และที่สหรัฐอเมริกา 3 ปี มุ่งเน้นคุณภาพนักศึกษาและอาจารย์ให้เทียบเท่าระดับสากล

ศ.ดร.สุชัชวีร์ ย้ำว่า การใช้หลักเกณฑ์เดียวกับการเรียนการสอนที่สหรัฐอเมริกาเป็นการดึงดูดนักศึกษา...นักวิจัยที่มีความสามารถจากในประเทศและภูมิภาคอาเซียน เข้ามาช่วยกันสร้างสรรค์งานวิจัยที่สอดคล้องกับปัญหา สภาพแวดล้อมของไทย รวมทั้งริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลภายใน 5-10 ปี ทำให้ประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์ทางเทคโนโลยีของตนเอง...ก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำของภูมิภาค

ประเทศไทยขยับขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านการวิจัยและนวัตกรรมในภูมิภาคอาเซียน สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน...บริษัทข้ามชาติเข้ามาตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา หรือการผลิตขั้นสูงที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมๆกับเร่งวิจัย...พัฒนาเทคโนโลยีป้องกันภัยไซเบอร์ ตั้งรับอาชญากรรมออนไลน์ที่ทุกประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญ

ความคืบหน้าต่อจากนี้ในช่วงเดือนตุลาคม 2560 จะเริ่มประกาศรับสมัครนักศึกษาปริญญาโทและปริญญาเอกรุ่นแรก เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดทำการเรียนการสอนในช่วงเดือนสิงหาคม 2561

แผนระยะยาว 10 ปี จะผลิตนักศึกษาปริญญาเอกไม่ต่ำกว่า 80 คน...นักศึกษาปริญญาโทไม่ต่ำกว่า 200 คน ยกระดับคุณภาพอาจารย์ ...นักวิจัยไทยให้มีมาตรฐานระดับโลกไม่ต่ำกว่า 80 คน

ที่สำคัญ...จะสามารถสร้างโครงการวิจัยเพื่อต่อยอดเป็นนวัตกรรมหรือมีศักยภาพเชิงพาณิชย์ไม่ต่ำกว่า 80 โครงการ และสร้างแพลตฟอร์ม ...เครือข่ายให้อาจารย์ นักวิจัย นักศึกษา และบริษัทในประเทศไทย ได้เข้ามาเพิ่มพูนความรู้...แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับอาจารย์...นักวิจัยด้านเทคโนโลยีระดับแนวหน้าของโลก

เครือข่ายองค์ความรู้ที่ขยายวงกว้างที่ว่านี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมทั่วประเทศมากกว่า 6,000 คน

“วันนี้ทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหา...ความท้าทายด้านความปลอดภัยไซเบอร์ การพัฒนาระบบเพื่อป้องกัน ตั้งรับอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ 5 ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 เป็นภารกิจสำคัญที่สถาบันการศึกษาไทยต้องเร่งวิจัย พัฒนาหลักสูตรให้เท่าทัน”

มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน...ถือเป็นสถาบันการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ โดยในปีที่ผ่านมาเพิ่งได้รับรางวัลชนะเลิศ จากการคิดค้น “Mayhem” ระบบค้นหาช่องโหว่และป้องกันภัยคุกคามอัจฉริยะ ในการแข่งขัน Darpa’s Cyber Grand Challenge การแข่งแฮ็กและป้องกันระบบคอมพิวเตอร์ระดับโลก

น่าสนใจด้วยว่า...ทีมคณาจารย์และนักศึกษาที่เข้าแข่งขันได้รับการจัดอันดับให้เป็นเบอร์หนึ่งของโลกในด้านนี้ด้วยเช่นกัน ความร่วมมือในครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสอันดีจากของสถาบันการศึกษาไทยในการเพิ่มพูนความรู้ เพื่อพัฒนาระบบความปลอดภัยไซเบอร์สำหรับหน่วยงานและองค์กรต่างๆภายในประเทศ

ศ.เจมส์ การ์เร็ต คณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน เสริมว่า โครงการความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ได้ขยายสู่ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในลักษณะการจัดตั้งหน่วยงานและเปิดหลักสูตรร่วมมาตรฐานเดียวกับสหรัฐอเมริกา

“ก่อนหน้านี้ได้มีความร่วมมือในลักษณะนี้กับประเทศโปรตุเกส และสามารถผลักดันให้เกิดธุรกิจสตาร์ตอัพจำนวนมาก รวมทั้งพัฒนางานวิจัยร่วมกันมากกว่า 30 โครงการ...ส่วนตัวเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทยว่าจะสามารถทำได้สำเร็จ ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว...การพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมต่างๆ ต้องให้ตอบโจทย์กับความต้องการของคนส่วนใหญ่ หลักสำคัญในช่วงการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีนั้นจำเป็นต้องพึ่งพาการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิต ใช้นวัตกรรมช่วยกระจายสินค้า ผลิตภัณฑ์ให้ทั่วถึง ภายใต้ราคาที่จับต้องได้”

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มองว่า การมีกฎหมายเปิดช่องทางให้มหาวิทยาลัยต่างชาติเข้ามาร่วมพัฒนาการศึกษาไทย โดยล่าสุดการใช้ ม.44 ถือเป็นก้าวสำคัญในการทลายข้อจำกัดต่างๆ ที่ฉุดรั้งการพัฒนาระบบการศึกษาไทย ให้ก้าวไปสู่มาตรฐานในระดับเดียวกับมหาวิทยาลัยต่างชาติ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ถูกต้องและเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง

“การพัฒนาประเทศให้ทัดเทียมนานาชาติและมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ต้องอาศัยการขับเคลื่อนเริ่มต้นจากการลงทุนพัฒนาทักษะบุคลากรในประเทศ การสร้างบรรยากาศการแข่งขันทางธุรกิจอย่างเป็นธรรม และการมีระบบทางการเงินที่มั่นคงและแข็งแรง”

แนวทางการศึกษายุคใหม่ของเด็กไทยในวันนี้ ย่อมหมายถึงเทรนด์อาชีพในอีก 10-20 ปีข้างหน้า ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ บอกว่า ต่อไปคนจะไม่มีงานทำ...เพราะว่าหุ่นยนต์ คอมพิวเตอร์ทำแทนหมด คนในยุคปัจจุบันที่กำลังจะเข้าสู่มหาวิทยาลัยต้องมีทักษะชั้นสูง เพราะฉะนั้นแล้วการเรียนต้องมีความเข้มข้นมากขึ้น

“เทคโนโลยีต้องมีความเข้าใจและใช้ได้ดีมากขึ้น ใครไม่มีทักษะหลายทักษะในคนคนเดียว หรือไม่รู้จักใช้เทคโนโลยีให้เป็น ให้คล่องก็จะอยู่ยาก คนที่อยู่ได้คือ...คนต้องสร้างเทคโนโลยี เราต้องเหนือกว่าเทคโนโลยี และเหนือไปเรื่อยๆ ถึงจะอยู่ได้”.