บริการข่าวไทยรัฐ

ความสามารถการแข่งขันไทยเพิ่ม แต่ฝนตกไม่ทั่วฟ้า

ผลการจัดอันดับ ขีดความสามารถการแข่งขันโลกปี 2560 ของ IMD World Competitveness Center ปีนี้คงทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจ ยิ้มแป้นทั้งคู่ เมื่อขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทยขยับขึ้นไปอยู่อันดับที่ 27 เพิ่มขึ้น 1 อันดับจากอันดับที่ 28 ในปีที่แล้ว แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่าก็คือ คะแนนรวมปีนี้ไทยเพิ่มขึ้นเป็น 80.095 คะแนน เพิ่มขึ้นถึง 5.414 คะแนน จาก คะแนน 74.681 ในปีที่แล้ว

คะแนน 5.414 ที่เพิ่มขึ้น มีผลต่อการจัดอันดับปีนี้เป็นอย่างมาก เพราะ สาธารณรัฐเช็ก ที่หล่นจากอันดับ 27 ไปอยู่อันดับ 28 มีคะแนน 78.958 สูงกว่าคะแนนของไทยในปีที่แล้ว

คะแนนที่เพิ่มขึ้นต้องยกให้เป็นผลงานของ ดร.สมคิด และ ทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจของ ดร.สมคิด เพราะปัจจัยที่ทำให้อันดับการแข่งขันไทยดีขึ้นในปีนี้มาจาก 3 ด้าน คือ สภาวะเศรษฐกิจดีขึ้น จากอันดับ 13 มาอยู่อันดับ 10 ประสิทธิภาพของภาครัฐดีขึ้น จากอันดับ 23 มาอยู่ที่อันดับ 20 ส่วน ประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ อยู่ในอันดับที่ 25 เท่าเดิม และ โครงสร้างพื้นฐาน ก็ยังอยู่ในอันดับที่ 40 เท่าเดิม

ปีนี้ มาเลเซีย หล่นจากอันดับที่ 19 มาอยู่อันดับที่ 24 ฟิลิปปินส์ ขึ้นจากอันดับ 42 ไปอยู่อันดับ 41 อินโดนีเซีย มาแรงสุด ขึ้นจากอันดับ 48 ไปอยู่อันดับ 42

ดร.สมคิด บอกว่า ไทยได้คะแนนเกิน 80 เป็นครั้งแรก จะพยายามทำให้คะแนนดีขึ้นไปอีกเท่าที่มีเวลาเหลืออยู่ ผมก็ขอเอาใจช่วยครับ ถ้าความสามารถการแข่งขันของประเทศดีขึ้น ย่อมทำให้เศรษฐกิจการค้าการลงทุนของไทยดีขึ้นด้วย

การจัดอันดับขีดความสามารถการแข่งขันโลกปี 2560 ไอเอ็มดีใช้ตัวชี้วัด 261 ตัว เรียก Hard data จากข้อมูลปี 2559 และ ถ่วงน้ำหนักด้วยการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารระดับสูง 6,250 คน แต่จัดอันดับเพียง 63 ประเทศจาก 100 ประเทศที่มีขีดความสามารถการแข่งขันมากที่สุด

10 ประเทศที่มีขีดความสามารถการแข่งขันสูงสุดในโลกปี 2560 มีดังนี้ อันดับ 1 ฮ่องกง อันดับ 2 สวิตเซอร์แลนด์ อันดับ 3 สิงคโปร์ (ขึ้นมาจากอันดับ 4) อันดับ 4 สหรัฐฯ (หล่นจากอันดับ 3) อันดับ 5 เนเธอร์แลนด์ (ขึ้นจากอันดับ 8) อันดับ 6 ไอร์แลนด์ (ขึ้นจากอันดับ 7) อันดับ 7 เดนมาร์ก (หล่นจากอันดับ 6) อันดับ 8 ลักซ์เซมเบิร์ก (ขึ้นจากอันดับ 11 ผมเพิ่งไปมาจะเล่าให้ฟังวันหลัง) อันดับ 9 สวีเดน (หล่นจากอันดับ 5) อันดับ 10 ยูเออี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ขึ้นจากอันดับ 15)

สาเหตุที่ ขีดความสามารถการแข่งขันของสหรัฐฯหล่นจากอันดับ 3 ไปอยู่อันดับ 4 ทั้งที่ภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯเริ่มดีขึ้น ภาวะเงินเฟ้อดีขึ้น การว่างงานลดลง เป็นเพราะคนอเมริกันเลือก นายโดนัลด์ ทรัมป์ มาเป็นผู้นำประเทศนั่นเอง ทำให้ นักธุรกิจทั่วโลก เห็นพ้องต้องกันว่า สหรัฐฯมีความเสี่ยงด้านการเมืองที่ไม่มั่นคงสูงมาก รวมทั้ง นโยบายปกป้องการค้า (Protectionist) จะทำให้ประสิทธิภาพของภาครัฐและภาคเอกชนสหรัฐฯลดลง และ มองอนาคตของสหรัฐฯในเชิงลบเพิ่มขึ้น

เห็นไหมครับ “ความเสี่ยงทางการเมือง” มีผลต่อเศรษฐกิจการลงทุนมากเพียงใด

ไอเอ็มดี ยังได้จัดอันดับ “ขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศที่มีรายได้ต่ำ 32 ประเทศในเอเชีย” และประเทศที่มาเป็น อันดับ 1 ก็คือ ประเทศจีน 87.8 คะแนน อันดับ 2 มาเลเซีย 83.5 คะแนน ที่เซอร์ไพรส์ก็คือ อันดับ 3 ประเทศไทย 80.1 คะแนน อันดับ 4 สาธารณรัฐเช็ก 79 คะแนน อันดับ 5 เอสโตเนีย

กลุ่มนี้ ไทยได้อันดับ 3 ในประเทศรายได้ต่ำด้วยกัน ถือว่าไม่น้อยหน้าใคร

สิ่งสำคัญที่ผมอยากฝากไปถึงนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็คือ รัฐบาลต้องเร่งยกรายได้คนไทยระดับล่างและเกษตรกรรมให้ดีขึ้นกว่านี้ ตามขีดความสามารถประเทศที่เพิ่มขึ้น ไม่งั้น “ความเหลื่อมล้ำในประเทศ” ก็จะยิ่ง ถ่างกว้างขึ้นจนน่ากลัว.

“ลม เปลี่ยนทิศ”