วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

191 ทลายแก๊งนศ.ออนไลน์ ทำเป็นองค์กรค้ายาครบวงจร

เป็นห่วงสถานการณ์แพร่ระบาดยาเสพติดนับวันยิ่งหนักมากขึ้น จับเท่าไรไม่หมด ผู้ค้าปรับเปลี่ยนรูปแบบการจำหน่าย ระบบขนลำเลียง ตบตาเจ้าหน้าที่ และที่น่าเป็นห่วงผู้ค้ากลุ่มใหม่ที่เข้ามาอยู่ในวงจรค้ายาเสพติด เป็นนักศึกษาที่หลงผิด คิดหาเงินใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ใช้ชีวิตที่หรูหรา

ก่อตั้งขึ้นมาเป็นองค์กรเล็กๆ จัดแบ่งหน้าที่ต่างกันชัดเจน ฝ่ายจัดหาลูกค้า คนทำบัญชี คนสั่งและรับยาเสพติด ตัวคนแพ็กสินค้าส่งไปทางไปรษณีย์ โดยใช้ช่องทางออนไลน์และโซเชียลมีเดีย มาแทนที่ระบบ “ซื้อ ขายยาเสพติดมือต่อมือ” ซึ่งเป็นระบบที่รวดเร็ว และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายมากขึ้น

ทำเป็น “กลุ่มลับ” ในแอพพลิเคชั่นไลน์ และเฟซบุ๊กส่วนตัว ชักชวนหากลุ่มลูกค้า เมื่อตกลงราคาและลูกค้าโอนเงินชำระค่ายาเสพติดแล้ว กลุ่มผู้ค้าจะแพ็กยาเสพติดส่งให้ลูกค้าผ่านทางบริการไปรษณีย์

คล้ายกับการขายตรงยาเสพติดถึงมือแบบออนไลน์ดีลิเวอรี่

เป็นภัยสังคมรูปแบบใหม่ที่ต้องปราบปรามให้หมดไป

รูปแบบการค้ายาเสพติดแบบนี้ได้ถูกชุดตำรวจ บก.สปพ. หรือ 191 โดย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. เปิดโปงขบวนการค้ายาเสพติดของกลุ่มนักศึกษาเข้าร่วม กลายเป็นข่าวใหญ่ขึ้นมา

นโยบายเชิงรุกของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เน้นกลุ่มเสี่ยงเด็กเยาวชน และเฝ้าจับตาสื่อโซเชียล ที่ชวนแข่งรถซิ่ง ค้าอาวุธปืนหรือค้ายาเสพติด ทำให้ได้ข้อมูลกลุ่มนักศึกษาติดต่อซื้อขายยาเสพติดแบบออนไลน์ และใช้ช่องทางไปรษณีย์ส่งสินค้ายาเสพติด มีลูกค้าเป็นวัยรุ่นกลุ่มใหญ่ที่สั่งซื้อยาบ้า กัญชา และยาไอซ์ กระจายทั่วประเทศ

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ สั่งให้ พ.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบก.สปพ. ชุดขยายผลยาเสพติด บก.สปพ. สืบสวนทราบว่า นายพัสกร สุขเจริญ มีพฤติการณ์ในการจำหน่ายยาไอซ์ ยาบ้า กัญชา วัตถุออกฤทธิ์ประเภทต่างๆ ให้กับลูกค้าทางเฟซบุ๊กหรือกลุ่มไลน์ระบบปิด

มักจะมาส่งกล่องพัสดุภัณฑ์ยาเสพติดที่ศูนย์ไปรษณีย์ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ปลายทางที่พัสดุภัณฑ์จะไปถึงผู้รับปลายทาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชุมพร พัทลุง และ อุดรธานี เปิดกล่องพัสดุตรวจภายในเป็นยาบ้าและกัญชา บางกล่องมีการอำพรางนำยาเสพติดยัดสอดไส้มาในกล่องสบู่ ส่งให้กับลูกค้าทางไปรษณีย์ หวังให้สบู่กลบกลิ่นและอำพรางเครื่องเอกซเรย์ไปรษณีย์

ขยายผลพบว่า นายพัสกรอยู่ที่ห้องพักเลขที่ 54/38 ชั้น 5 อาคารที่ 54 เอื้ออาทร-บึงกุ่ม ซอยเสรีไทย 43 แยก 3 แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม เป็นห้องพักที่ใช้ซุกซ่อนกัญชาและใบกระท่อม จึงประสานเจ้าหน้าที่ทหาร ร.12 พัน.1 ตรวจค้นในห้องพักจับกุมนายพัสกรขยายผลค้นที่ห้องเลขที่ 402 อาคารวันวาน โฮม ซอยรามคำแหง 112 ที่เช่าไว้ให้นายภราดร หรือโอ หรือริฟ กับพวก ไว้เก็บยาเสพติดและบรรจุยาเสพติดลงกล่องพัสดุภัณฑ์ให้กับลูกค้า จับกุมผู้ต้องหาได้ 6 คน มี นายภราดร หรือโอ หรือริฟ ศิริชาติชัย อายุ 24 ปี นายณัชพล หรือนัด เกตุบัวแก้ว อายุ 21 ปี นายอภิมุข หรือมุก บุญมา อายุ 22 ปี นายศิริวัฒน์ หรือซากรีซ แสงศรี อายุ 24 ปี น.ส.ชลธิชา หรือกวาง ตรงต่อกิจ อายุ 22 ปี น.ส.มุธิตา หรือน้ำหวาน ศรีสังข์ อายุ 25 ปี

ยึดได้ยาบ้า 41,224 เม็ด ยาไอซ์ 3 ถุง น้ำหนัก 8.2 กรัม กัญชาอัดแท่ง ห่อหุ้มด้วยกระดาษสีทอง 10 ก้อน น้ำหนัก 10 กิโลกรัม พืชกระท่อม 2 ถุง อุปกรณ์การแพ็กพัสดุ 100 ชุด สบู่โสม 1 ลัง 200 ก้อน เอกสารสลิปการส่งพัสดุ บัญชีรายชื่อที่อยู่ลูกค้า 60 แผ่น ยาแก้ไอชนิดน้ำ 55 ขวด

ตรวจยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการจำหน่ายยาเสพติด รถยนต์ 2 คัน รถจักรยานยนต์ 3 คัน สมุดบัญชีธนาคาร 5 เล่ม บัตรเอทีเอ็ม 9 ใบ รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 10 ล้านบาท

นายภราดรรับว่า ยาเสพติดสั่งซื้อมาจาก นายทศพล หรือต้น มาตรา มี น.ส.ญาณินี ณ สงขลา แฟนสาวของนายทศพล ร่วมขบวนการเปิดบัญชีรับโอนเงินชำระค่ายาเสพติดครั้งละไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท

ก่อนทหารเข้าค้นที่พลัมคอนโด ตึกซี ห้องเลขที่ 799/86 ชั้น 4 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม จับกุมผู้ต้องหา 9 คน คือ นายกฤตเมธ ศิริพิลา อายุ 20 ปี น.ส.นงนารถ นาคน้อย อายุ 22 ปี น.ส.ปุณยวีร์ วรดิถี อายุ 25 ปี นายเบญจรงค์ บุญสม อายุ 21 ปี นายทัตภูมิ สังขทัต ณ อยุธยา อายุ 22 ปี นายศรายุทธ ศิริพิลา อายุ 22 ปี น.ส.อารยา วิเศษทักษิณ อายุ 20 ปี น.ส.วัลยา โพธิ์ทูล อายุ 21 ปี นายทศพล มาตรา อายุ 21 ปี ได้ของกลางพืชกระท่อม 104 ใบ ยาแก้ไอชนิดน้ำ 4 ขวด

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์สั่งรวบรวมพยานหลักฐานในการดำเนินคดีตามมาตรการสมคบและขยายผลไปยังตัวการคนอื่นที่มีพฤติกรรมจำหน่ายยาเสพติดผ่านช่องทางออนไลน์

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “สถานการณ์การแพร่ระบาดยาเสพติดในปัจจุบันได้พัฒนาเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปอย่างมากมายต่างกับในอดีต คู่ขนานไปกับเทคโนโลยีที่ล้ำยุคในโลกโซเชียล ประกอบกับนโยบายเน้นหนักของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำชับให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งรัดเชิงรุกในการปราบปรามกดดันเป้าหมายยาเสพติดให้หมดไปโดยสิ้นซากทุกรูปแบบอย่างยั่งยืน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมาย บก.สปพ. เป็นหน่วยหลักในการปฏิบัติการเชิงรุก จากการสืบสวนเกาะข่าวทำให้จับกุมกลุ่มนักศึกษาในมหาวิทยาลัยชื่อดังที่หาเงินโดยใช้เฟซบุ๊กในการจำหน่ายยาเสพติด อาวุธปืน อาวุธสงคราม และใช้การอำพรางส่งพัสดุทางไปรษณีย์ ใช้สบู่อัดในกล่องเพื่ออำพรางกลิ่นส่งไปยังพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ เพื่อหารายได้เดือนละหลายล้านบาทต่อเดือน”

“กลุ่มวัยรุ่นแนวใหม่ ไม่ติดยาเสพติดและไม่เสพยา แต่กระทำเป็นกระบวนการเพื่อหารายได้นำมาแบ่งกันไปซื้อรถหรู กระเป๋าราคาแพงๆ ของแบรนด์เนม บก.สปพ.สืบสวนและจับกุมผู้ต้องหานักศึกษาพร้อมของกลางกัญชา 10 แท่ง ยาบ้า 40,000 เม็ด เฮโรอีน สมุดบัญชีกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งอาชญากรรมยาเสพติดรูปแบบเหล่านี้ มีความเชื่อมโยงทั้งเด็กแว้น ค้าอาวุธปืน ค้ามนุษย์ เป็นภัยต่อความมั่นคงรูปแบบใหม่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องปราบปรามให้หมดสิ้นไปในประเทศไทยอย่างยั่งยืน”

นโยบายเข้มข้นที่ ผบก.สปพ.เน้นให้ บก.สปพ.หรือ 191 สนับสนุนภารกิจของโรงพัก ขยายผลลงลึกในกลุ่มเสี่ยงทุกกลุ่ม มั่วสุมจับกุมแข่งรถซิ่ง สั่งซื้ออาวุธปืน เสพยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในสังคม ยิ่งโลกออนไลน์เข้ามาทำให้ปัญหาตามมา ความสะดวกรวดเร็วในการสื่อสาร ง่ายต่อการติดต่อ หลบเลี่ยงและซ่อนอำพรางความผิด

ยากต่อการควบคุมและจับกุมผู้กระทำความผิด.

ทีมข่าวอาชญากรรม