บริการข่าวไทยรัฐ

สนามพระ 04/06/60

โดย สีกาอ่าง

พระรอดมหาวัน พิมพ์เล็ก เนื้อเขียว (เทา) วัดมหาวัน ของกำนันมานะ คงวุฒิปัญญา.

เข้าสู่ สนามพระวิภาวดี อาทิตย์แรกของเดือนหก ด้วยธรรมะจาก หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ว่า “จงมีสติ ระวังตัวอย่าให้เป็นคนประเภทใบลานเปล่า เรียนเปล่าและตายทิ้งเปล่า โดยไม่มีธรรมอันเป็นสมบัติส่วนตัวอย่างแท้จริงติดตัวบ้างเลย”

อธิบายสำหรับ แฟนคลับ รุ่นใหม่ ที่อาจจะไม่รู้จัก ใบลาน ว่า ก็คือ เอาใบต้นลาน มาใช้แทนกระดาษ บันทึกตัวอักษรลงในใบลาน (เรียกว่า จาร หรือเขียน) แล้วเจาะรู เอาเชือกร้อยเข้าด้วยกัน เรียกว่า คัมภีร์ใบลาน เป็นเอกสารโบราณ ที่มีมาก่อนหนังสือสมุดไทยหรือสมุดข่อย ภาษาในคัมภีร์ใบลานจึงโบราณอ่านค่อนข้างยาก เช่น อักษรขอม ภาษาบาลี

ต่อเข้าไปดูตลาดพระกัน รายการแรก คือ พระรอดพิมพ์ใหญ่ เนื้อสีน้ำตาล (พิกุลแห้ง) กรุวัดมหาวัน ลำพูน ที่ต้องตามตำรา พระดี ฟอร์มเด่น สวยสภาพเดิม ของ เสี่ยกิตติสัณ ศรีประเสริฐ (ล็อต สารคาม)ถือเป็นพระเครื่องล้ำค่า เพราะพิจารณาได้ว่าเป็นพระแบบที่ทางโบราณคดีเรียกว่า พระรอดเนื้อดินนุ่ม ซึ่งเป็นพระเนื้อดินเผา ที่ใช้ ดินกรอง เป็นมวลสารหลัก ผสมว่านยา เนื้อพระจึงละเอียดหนึก นุ่ม แน่น องค์นี้เป็นพระที่คงสภาพเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์เยี่ยม

ที่สำคัญเป็นพระที่ไม่มีร่องรอยสัมผัสใช้แม้แต่น้อย เห็นได้จาก เปลือกผิว ที่มีความหนา ซึ่งเกิดจากการทำปฏิกิริยาของเนื้อว่าน กับความร้อนระอุภายในกรุ เกิดการคายน้ำในตัวและระเหิดขึ้นจับผิวพระทั่วองค์ เมื่อผ่านระยะเวลากว่า ๘๐๐ ปี จึงเกิดเป็นความแห้งเหี่ยวย่น ซึ่งองค์นี้มีให้เห็นอย่างสมบูรณ์ยิ่ง

พระรอดเนื้อดินผสมว่าน ลักษณะนี้แหละที่ได้รับความนิยมสูงสุด อย่างที่นักโบราณคดีเรียกว่าพระรอด พระนางจามเทวี ที่แตกกรุออกมาครั้งแรก ตอนปฏิสังขรณ์องค์พระเจดีย์ที่ชำรุดทรุดโทรมปรักหักพังลงมากองรวมกัน ในสมัย เจ้าหลวงเหมพินธุไพจิตร จึงสร้างพระเจดีย์องค์ใหม่ สวมครอบองค์เดิมเมื่อ พ.ศ.๒๔๓๕-๒๔๔๕ และโกยซากปรักหักพังไปถมหนองน้ำที่อยู่ระหว่างหอสมุดกับกุฏิเจ้าอาวาส ในการนี้ได้พบ พระรอด จำนวนมากภายในซากกรุพระเจดีย์

พระรอด ส่วนหนึ่งได้ถูกนำบรรจุกลับไว้ในองค์พระเจดีย์ ส่วนหนึ่งมีผู้นำติดตัวไปสักการบูชา อีกส่วนหนึ่งปะปนไปกับซากปรักหักพังที่นำไปถมบ่อน้ำต่อมาถึงในสมัย เจ้าหลวงอินทยงยศโชติ พ.ศ.๒๔๕๑ เห็นต้นโพธิ์ขึ้นแทรกตรงบริเวณฐานพระเจดีย์ รากชอนสร้างความเสียหายไปทั่วฐาน พระเจดีย์ จึงให้ช่างรื้อฐานโดยรอบ ปฏิสังขรณ์ใหม่ ก็พบพระรอดจำนวน ๑ กระเช้าบาตร (ตะกร้าบรรจุกับข้าวตักบาตร) จึงนำมาแจกจ่ายบรรดาญาติวงศ์เจ้าลำพูน และได้สร้างพระรอดรุ่นใหม่บรรจุไว้แทน

หลังจากนั้นปรากฏมีผู้ศรัทธาเลื่อมใสในคุณวิเศษของพระรอดไปขุดหา พระรอด ในเขตวัด เริ่มแรกเฉพาะตรงบริเวณที่เคยเป็นแอ่งน้ำ ซึ่งได้พบ พระรอด ที่ปนไปกับซากปรักหักพัง ต่อมาการขุดหาได้แผ่ขยายไปทั่วอาณาเขตวัดติดต่อกันหลายปี จนกลายเป็นประเพณีประจำปีในฤดูแล้งระหว่างเดือน ๔-๖ระยะหลัง พบพระน้อยลง เลยใช้วิธีขุดดินในลานวัด นำไปร่อนในตะแกรงผ่านน้ำว่ามีพระรอดติดมาไหม ทำให้วัดเป็นหลุมเป็นบ่อ จนเจ้าอาวาสต้องประกาศห้ามขุดพระถึงปี พ.ศ.๒๔๙๗ มีการปฏิสังขรณ์พระวิหาร ก็พบพระรอด 7 องค์และพระสกุลลำพูน ต่อเนื่องปี พ.ศ.๒๔๙๘ มีการปฏิสังขรณ์กุฏิเจ้าอาวาส พบพระรอดฝังอยู่ในดินชั้นหรดาล ทุกองค์สภาพสมบูรณ์ จำนวนราว 200 องค์ ถือเป็นการพบพระรอดมากสุดครั้งสุดท้าย

วันนี้ พระรอด ยึดสัมปทานไปมาก เพราะอีกองค์ที่กำลังพูดถึงแซ่ด คือ พระรอด องค์ดังของ เสี่ยวิวัฒน์ อุดมกัลยารักษ์ “แอดไวเซอร์” ของ สนามพระวิภาวดี มาตั้งแต่เปิดเวที เมื่อปี พ.ศ.2539 นู่น เวลาพรรคพวกอยากให้ช่วยเช็กพระ หรือจะอยาก ลงรูปพระ ใน สนามพระวิภาวดี ข้าพเจ้าก็จะส่งให้ เฮียวิวัฒน์ ผ่านตาก่อน ว่าแท้ชัวร์หรือมั่วมาพระรอด องค์นี้ เป็น พิมพ์ใหญ่ เนื้อเขียว เสียด้วย สภาพสวยสมบูรณ์ แต่หายเงียบไปนาน เพราะถูกฟ้องร้องกัน ว่าใครคือเจ้าของตัวจริง จนล่าสุด ศาลฎีกาก็พิพากษาว่า เป็นกรรมสิทธิ์ของ เสี่ยวิวัฒน์ เรียบร้อยโรงเรียนวัดพระรอดพอข่าวนี้กระจายออกมา ก็ทำให้นักสะสมเบญจภาคีตามกันยิก ซึ่งประสา สีกาอ่าง ไปเช็กหั่งเช้ง มาแร้ว ถ้าใครจะบุก อย่าได้พกเงินไปต่ำกว่า 18 ล้านบาท อาจมีลุ้น ต่ำกว่านั้นอาจไม่รอด

ตามมาด้วย พระรอดมหาวัน พิมพ์เล็ก เนื้อเขียว (เทา) ของ กำนันมานะ คงวุฒิปัญญา ดูแว้บแรก เห็นว่าพระสวยเรียบร้อย พอดูเพ่งๆพิศๆ ถึงเห็นว่าไม่มีคราบฝ้ารากรุเลย เพราะถูกล้างคราบกรุออกซะเกลี้ยง จนขาดเสน่ห์ไปนิด แต่ไม่ถึงกับเสียหาย เพราะเป็นพระเนื้อแกร่ง ผิวเนื้อจึงคงสภาพสมบูรณ์ไว้ได้อย่างดีไม่มีความชำรุดเสียหายให้เห็นแม้แต่น้อย

อีกองค์ยังป้วนเปี้ยนในเบญจภาคี คือ พระกำแพงซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ ลายกนก กรุลานทุ่งเศรษฐี กำแพงเพชร “เจ้าพ่อ” พระพิมพ์ยอดนิยมอันดับ ๑ ของพระเครื่องสกุลทุ่งเศรษฐี ที่อลังการงานพุทธศิลป์แบบลังกาวงศ์ จนสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า และพระเกจิอาจารย์ยุคก่อน นำมาใช้เป็นต้นแบบสร้างพระพิมพ์กันมาก

องค์นี้เห็นกันคุ้นตา เพราะเปลี่ยนมือในวงการมานาน เป็นพระสภาพสวยสมบูรณ์ระดับแชมป์ ใครเห็นก็อยากได้ วันนี้มีชื่อ เสี่ยภัชริ นิจสิริภัช เป็นเจ้าของ ถามราคาไม่มีคำตอบ แต่ข้าพเจ้าประมาณให้ได้ว่าต้องมี 10 ล้านอัพ

ถัดไปขอเสนอพระสมเด็จจิตรลดา พ.ศ.๒๕๐๙ พระจากฝีพระหัตถ์ รัชกาลที่ ๙ ซึ่งตอนนี้ยิ่งมีคุณค่าหายากขึ้นหลายเท่าเพราะทรงออกแบบ จัดสร้างทุกขั้นตอน โดยมี อ.ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ เป็นที่ปรึกษา ใช้มวลสารส่วนพระองค์ และมวลสารจาก สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั่วประเทศ โดยการรวบรวมของกระทรวงมหาดไทย เริ่มดำเนินการเมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๘-๒๕๑๓ ระยะแรกสร้าง พ.ศ.๒๕๐๘ ได้องค์พระยังไม่เรียบร้อยสวยงาม แต่มีมวลสารมาก พระราชทานส่วนพระองค์ ไม่มีใบประกาศกำกับ ต่อมาเมื่อพิมพ์ได้องค์พระเรียบร้อยสวยงาม มีผู้รู้ขอพระราชทานมากจึงให้แจ้งชื่อ ออกใบประกาศกำกับ

พระที่สร้างปีต่างๆ จะมีจุดพิจารณาที่แตกต่างกันชัด อย่างพระปี พ.ศ.๒๕๐๙ นี้ จุดพิจารณาอยู่ที่ความเรียบร้อยขององค์พระ ผิวเนื้อด้านหน้ามีเม็ดฟองอากาศที่เรียกว่า “เม็ดผด” มาก สีเนื้อน้ำตาลเข้มปนเทาถึงดำ เนื้อมวลสารสังเกตเห็นด้านข้าง จะมีปริมาณความเข้มข้น แบ่งได้แบบครึ่งๆกับเนื้อเรซิ่น องค์นี้ก็ของ เสี่ยภัชริ นิจสิริภัช

ต่อไปคือ พระปิดตามหายันต์ เนื้อผงคลุกรัก พระครูทับ วัด (ทอง) สุวรรณาราม บางกอกน้อยลักษณะเป็น พระพิมพ์ปิดตาเนื้อผง ครึ่งซีก จุ่มรักเคลือบทั้งองค์ ถือเป็น พระเนื้อพิเศษ ที่ผู้รู้เล่าว่า หลวงพ่อจะสร้างในพรรษา มอบให้เฉพาะผู้มีส่วนร่วมในการสร้าง พระปิดตาเนื้อโลหะ โดยนำคัมภีร์ใบลาน จารพระธรรมคำสอนอักขระพระคาถา ที่ชำรุด มาเผา แล้วป่นเป็น ผงดำ ผสมผงพุทธคุณ ปั้นกดในพิมพ์ดินเผา ที่เอาพระปิดตาเนื้อโลหะคว่ำหน้า กดในแผ่นดินเหนียวตากแห้งเป็นแบบจำนวนพระจึงมีน้อยหายาก แต่ราคาค่าความนิยมอาจเป็นรองเนื้อโลหะอยู่บ้าง แต่เชื่อถือว่า พุทธคุณทางเมตตามหานิยมสูงกว่าเยอะ

อีกรายการ เป็น รูปจำลอง ร.๙ รุ่นแรก พ.ศ.๒๕๑๖ ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ กรมราชองครักษ์ จัดสร้าง ในวโรกาสทรงครองราชย์ครบ ๒๕ ปี โดย อ.ไข่มุกต์ ชูโต เป็นผู้ออกแบบลักษณะเป็นรูปหล่อจำลอง ร.๙ ลอยองค์ ฉลองพระองค์ชุดข้าราชการราชสำนัก ครึ่งพระองค์ เนื้อโลหะผสม ส่วนล่างด้านหน้าติดตราครุฑ ด้านหลังมีอักษรบอกกรมราชองครักษ์ ปี พ.ศ.สร้าง มุมล่างตอกหมายเลขไทย บอกลำดับการสร้างกำกับ องค์นี้ของ เสี่ยหนู ดิโอลด์สยาม

เป็นองค์หมายเลข ๘๘๘ ซึ่งเลข ๘ ถือเป็นหมายเลขมหามงคล มี ๑ หมายเลขก็ว่าเจ๋งแล้ว นี่มีถึง ๓ จึงถือเป็นหมายเลขมงคลสูงสุด ๑ เดียวในรุ่น เพราะมีจำนวนสร้างเพียง ๒,๕๑๖ องค์ ได้รับความนิยมสูงในหมู่เชื้อพระวงศ์ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ราคาค่าความนิยมอยู่ที่หมายเลข เลขลำดับ ธรรมดาหลักแสน เลขสวยหลักล้าน เลขสวยพิเศษได้ยินว่าเวลานี้พุ่งสูงถึง หลักสิบ

อีกรายการ เป็น เหรียญเจ้าพ่อเสือ (ตั่วเล่าเอี๊ยะ) เนื้อทองคำ รุ่น ๒ สร้างโดยคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร หลังปี พ.ศ.๒๕๐๐จัดเป็นเหรียญหลักยอดนิยม ราคาหลักหมื่นกลางๆ อานุภาพปรากฏทางคุ้มครองป้องกันให้แคล้วคลาดภัย ให้โชคลาภสูง ได้รับความนิยมเป็นเหรียญราคาหลักหมื่นกลาง ถ้าสภาพงามๆอย่างเหรียญนี้ของ เสี่ยชัย เทวะ ก็ต้องแพงกว่านั้น

รายการสุดท้าย เป็นพระใหม่ คือ พระพุทธอโรคยาเทวราชา รุ่น ๑ หายป่วย รวยทรัพย์ ซึ่ง โรงพยาบาลทหารผ่านศึก ร่วมกับกองทุนศิษย์เก่านักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ ในมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า จัดสร้างขึ้น เพื่อหารายได้ซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ และสมทบกองทุนศิษย์เก่านักเรียน นายร้อย พระจุลจอมเกล้าฯ

ถือเป็นการอัญเชิญ องค์พระพุทธอโรคยาเทวราชา พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ประจำ รพ.ทหารผ่านศึกมาจัดสร้างวัตถุมงคลเป็นครั้งแรก จึงได้รับความ สนใจมาก เพราะเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้ป่วย รพ.ทหารผ่านศึกต้องไปสักการะ ขอให้หายป่วย รวยทรัพย์ ซึ่งพบว่าได้ผลเป็นอัศจรรย์เสมอ

และการจัดสร้างครั้งนี้ ยังสำคัญที่ได้รับพระเมตตา สมเด็จพระสังฆราช ประทานแผ่นทองแดงจาร และเสด็จเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธีเททองเมื่อ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ร่วมด้วยชนวนมวลสารจากพระเกจิ อาทิ หลวงพ่อรวย วัดตะโก, หลวงพ่อเพิ่ม วัดป้อมแก้ว, หลวงพ่ออุดมทรัพย์ วัดประสิทธิเวช, หลวงพ่อเฟื่อง วัดบ้านกุ่ม, หลวงพ่อฟู วัดบางสมัคร, หลวงพ่อเจริญ วัดแก้วเจริญยศ และ หลวงพ่อสมบูรณ์ วัดหงส์รัตนาราม จัดสร้างทั้ง พระบูชา เนื้อสัมฤทธิ์ (บรอนซ์) 7'' และ 5'', เหรียญเนื้อทองคำ, เนื้อเงิน และเนื้อทองแดง และเปิดให้จอง ที่ ‘ไปรษณีย์ไทย’ ทุกสาขา หรือผ่าน www.thailandpostmart.com  ตั้งแต่วันที่ 1-30 มิถุนายนนี้ ไม่เปิดจองนาน เพราะสร้างจำนวนจำกัด

ลากันด้วย เรื่องปิดท้ายสไตล์ สนามพระวิภาวดี ซึ่งเกิดขึ้นปลายเดือนก่อน ที่พายุฝนถล่ม จนน้ำท่วมอ่วมอรทัยไปทั้งกรุงเทพฯ 

เสี่ยชัยวัฒน์ เจ้าของอู่ซ่อมรถ เห็นคนเดือดร้อน น้ำเข้าจนรถน็อกคาถนน ก็อยากออกไปช่วยซ่อมรถ จึงประกาศหาลูกน้องที่มีจิตอาสา โดยสั่งห้ามรับเงินเด็ดขาดก็มีเด็กนักเรียนช่างยนต์ที่มาฝึกงานสามคน อาสาไปช่วย หลังช่วยซ่อมรถได้หลายสิบคัน ก็กลับมารวมกันที่อู่ ตั้งวงกินข้าว เสี่ยชัย ก็ถามว่า มีใครรู้สึกประทับใจรถคันไหนบ้าง นักเรียนช่างคนที่หนึ่งบอกว่าผมประทับใจเจ้าของรถเบนซ์ เพราะเป็นผู้หญิงสาวสวยมาก และจะให้เงินรางวัล แต่ผมไม่รับ นักเรียนช่างคนที่สองบอก ผมประทับใจเจ้าของรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ที่หล่อเท่ จะให้สตางค์เป็นรางวัลเหมือนกันแต่ผมไม่รับ

ถึงนักเรียนช่างคนที่สาม บอกประทับใจลุงขับรถพ่วงขายของ ผมช่วยแกเข็นรถขึ้นฟุตปาท ซ่อมเสร็จ แกถอดพระเครื่องให้ผมองค์หนึ่ง เป็น พระคง ลำพูน ที่ผมอยากได้มานาน ถึงจะสึกลบเลือน แต่เป็นพระแท้แน่นอน ผมดูเป็น เลยรับครับ เพราะไม่ใช่เงิน เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง