วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' ขออย่าเชื่อคำบิดเบือน พร้อมปลุก ปชช.หยุดวงจรฉ้อโกง

นายกฯ ชี้ปรองดองไม่ใช่แค่การลบล้างความขัดแย้งทางการเมือง แต่ต้องขจัดเงื่อนไขปัญหาข้อกังวลใจ ตามนโยบายรัฐ นำสู่ความเข้าใจ ปราศจากการต่อต้าน ย้ำเข้ามาแก้ไขไม่ใช่สร้างปัญหา ขออย่าเชื่อคนบิดเบือนว่า รบ.มาสร้างหนี้ 

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ "ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน" ว่า การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลและ คสช. ที่ผ่านมาเป็นเรื่องน่ายินดี ที่ได้รับรายงานว่ามีความสอดคล้องกับคำแนะนำของธนาคารโลก เรื่องการพัฒนาประเทศอย่างมีระบบ ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ ถือว่ามาถูกทาง โดยเน้น 4 มาตรการหลัก

อาทิ การสนับสนุนผู้มีรายได้น้อยด้วยการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและทักษะให้กับแรงงานทั้งระบบ การเสริมสร้างขีดความสามารถให้กับองค์กรภาครัฐ เพื่อให้การปฏิรูปประเทศบรรลุผลสำเร็จ ทั้งนี้การทำงานของรัฐบาลให้สัมฤทธิผล ต้องติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือความเข้าใจและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ดังนั้นความปรองดองในพจนานุกรมของตน ไม่ได้หมายความเพียงการลบล้างความขัดแย้งทางการเมือง และการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในอดีต แต่ครอบคลุมไปถึงการขจัดเงื่อนไขประเด็นปัญหาข้อสงสัยข้อกังวลใจในโครงการต่างๆ ตามนโยบายรัฐบาล จนนำไปสู่ความเข้าใจ ไว้ใจ ร่วมมือ หรือการมีส่วนร่วม ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ให้สามารถขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศต่อไปได้ โดยปราศจากการต่อต้าน ความขัดแย้ง และมีผลประโยชน์ของส่วนรวมและประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ขอให้กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ สร้างภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยนำเยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา ไปร่วมกันทำงานในพื้นที่ศึกษาเรียนรู้ร่วมกันให้ได้ ให้เกิดความรักความสามัคคีไปได้ด้วยกัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลพยายามแก้หนี้นอกระบบ ลดภาระหนี้สินครัวเรือน แต่จะให้รัฐบาลช่วยทั้งหมดโดยไม่ต้องชำระคืนเป็นไปไม่ได้ อย่าไปเชื่อผู้บิดเบือนว่ารัฐบาลนี้มาสร้างหนี้ไม่ช่วยเหลือ ต้องไปดูว่าหนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ อยากจะทราบว่าวิธีการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ หนี้ครัวเรือน หนี้สาธารณะ รัฐบาลต่อไปจะมีวิธีการอย่างไรที่ดีกว่านี้ และยั่งยืนได้มากกว่าหรือจะเข้ามาแบบเดิม ช่วยเหลือโดยไม่คำนึงปัญหาที่จะตามมา ทั้งนี้มีการป้องกันไม่ให้ใช้งบประมาณในการสร้างนโยบายประชานิยมเต็มรูปแบบ แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการมีธรรมาภิบาลของทุกรัฐบาล ยืนยันรัฐบาลนี้เข้ามาแก้ปัญหา ไม่ใช่มาสร้างปัญหา

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้สิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนประเทศคือการทุจริต เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบ ทั้งนี้การทุจริตอาจมาในรูปแบบที่เกี่ยวกับกิจการสีเทา ซึ่งเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่บางกลุ่ม ใช้กฎหมายที่ถืออยู่ เพื่อเรียกรับผลประโยชน์ แม้ปัญหาแบบนี้จะมีมานาน แต่วันนี้ถึงเวลาที่ต้องหยุดวงจรคอร์รัปชันให้ได้ ตนคิดว่าแก้ไขได้ โดยการสร้างจิตสำนึกให้กับทุกคน

"รัฐบาลและ คสช. ยอมรับว่าการปราบปรามการทุจริต การจัดระเบียบสังคม และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจหดตัว อาจจะเนื่องจากเม็ดเงินจากการประกอบธุรกิจสีเทา ซึ่งเดิมมีเป็นจำนวนมาก เมื่อมีการปราบปรามก็จะมีผลสะท้อนทางลบต่อตัวเลขเงินที่หมุนเวียนทางเศรษฐกิจ และอาจทำให้เกิดปัญหากับผู้มีรายได้น้อย เพราะว่าบางคนอยู่ในห่วงโซ่นี้มาโดยตลอด บางคนมักง่ายในการหาเงิน หมดก็หาใหม่ก็ต้องทำผิดกฎหมาย วันนี้สิ่งที่เคยชินทำไม่ได้ เลยรู้สึกเดือดร้อนจนนักการเมืองที่ไม่ดีนัก ออกมาพูดบิดเบือน โจมตีนโยบายการจัดระเบียบบ้านเมือง ว่าสร้างความลำบากให้กับผู้มีรายได้น้อย เพื่อหวังผลทางการเมือง แล้วข้อเท็จจริงมันคืออะไร ทำไมเราไม่สร้างการรับรู้ที่ถูกต้อง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว