บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'พิศาล' รับ สุดเป็นเกียรติ มีชื่อคืนทัพช้างศึกรอบ 6 ปี

พิศาล ดอกไม้แก้ว มือกาววัย 33 ปีจากทีมบางกอกกล๊าส เอฟซี พูดถึงความรู้สึกกลับมาเป็นส่วนหนึ่งในทีมชาติไทย หลังห่างหายไป 6 ปี รวมถึง ซาซ่า โค้ชผู้รักษาประตู....

วันที่ 2 มิ.ย. พิศาล ดอกไม้แก้ว ผู้รักษาประตูทีมชาติไทย เปิดเผยความรู้สึกเมื่อมีโอกาสเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในทัพช้างศึก อีกครั้ง โดยล่าสุดเข้าสู่การฝึกซ้อมวันที่ 5 ที่ เกียรติธานี คันทรี คลับ สำหรับการเตรียมความพร้อมก่อนบุกไปเยือน ทีมชาติอุซเบกิสถาน ในเกมอุ่นเครื่องภายใต้ปฏิทินฟีฟ่าเดย์ ต่อด้วยเปิดบ้านพบกับ ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย นัดที่ 8

มือกาววัย 33 ปี จาก บางกอกกล๊าส เอฟซี ติดทีมชาติไทยครั้งล่าสุดคือเมื่อปี 2011 ในยุคของ วินฟรีด เชเฟอร์ ก่อนที่ล่าสุดจะหวนกลับมาเป็นส่วนหนึ่งอีกครั้งรอบ 6 ปี ภายใต้การคุมทีมของ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือใหม่ชาวเซอร์เบีย

"ตอนแรกที่ทราบเซอร์ไพรส์จริงๆ ครับ มันเป็นเกียรติมากต่อทั้งตัวผมและครอบครัว ผมไม่รู้ว่าจะติดเป็น 23 คนสุดท้ายหรือไม่ แต่ผมก็รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติที่มีโอกาสเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในทีมครับ ผมห่างหายจากทีมชาติไป 6 ปี ยอมรับตรงๆ ว่าลืมเรื่องนี้ไปแล้วครับ ไม่คิดว่าจะกลับมาติดในยุคนี้ ยุคที่โค้ชคนใหม่ ผู้เล่นสายเลือดใหม่ และเป็นช่วงที่ผมกลับมาทำงานให้กับสโมสรได้ไม่กี่เกม รู้สึกดีใจครับที่โค้ชคนใหม่มองมาที่เรา บรรยากาศตอนนี้เริ่มปรับเข้ากับทุกคนได้แล้วครับ มีความสนุกสนาน มีความเป็นทีมมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนโอเคมากครับ เวลาเข้าโปรแกรมฝึกซ้อมทุกคนทำตามระบบที่โค้ชต้องการได้ ทุกคนต่างรับฟังความคิดเห็นของกันและกัน มันเป็นเรื่องที่ดีมากครับ ซึ่ง ณ ตอนนี้ทุกคนเข้าใจแล้วว่าโค้ชต้องการอะไร" พิศาล กล่าว

นอกจากนี้ พิศาล ยังกล่าวถึงการทำงานร่วมกับ ซาซ่า โทดิช ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนในตำแหน่งโค้ชผู้รักษาประตู ที่ผ่านการทำงานในยุโรปมาด้วยว่า "การทำงานกับ ซาซ่า (โค้ชผู้รักษาประตู) ก็ราบรื่นครับ ไม่มีปัญหาเรื่องการสื่อสาร ภาษาฟุตบอลสามารถรู้กันได้อยู่แล้ว ส่วนตัวผมคิดว่าเขาเป็นหนึ่งในโค้ชที่ดีมากๆ เขามีทริคใหม่ๆ และทักษะบางอย่างที่มาเสริมให้เราครับ ซาซ่า เป็นโค้ชผู้รักษาประตูที่ละเอียดมาก เน้นทุกช็อต เน้นทุกอย่าง กระทั่งการรับบอลแล้วกลับตำแหน่ง แม้จะเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว แต่เขาก็พยายามบอกเราว่าควรโฟกัสอยู่กับเป้าหมายตลอด รวมถึงในสถานการณ์ต่างๆ เขาก็บอกเราว่าเวลานี้ควรอยู่บริเวณไหน เพราะการยืนตำแหน่งที่ดีมันสำคัญมากๆ กับผู้รักษาประตู ถือว่าเป็นประโยชน์มากๆ ครับ ที่มีโอกาสเรียนรู้จากโค้ชที่มีประสบการณ์แบบนี้ และแน่นอนว่าทำให้ผมต่อยอดนำไปใช้ในสโมสรได้ด้วยครับ"

สำหรับทีมชาติไทย จะทำการตัดผู้เล่นจาก 35 รายเหลือ 23 ราย ภายในวันที่ 3 มิถุนายนนี้ สำหรับก่อนเดินทางไปอุ่นเครื่องพบกับ ทีมชาติอุซเบกิสถาน ภายใต้ปฏิทินฟีฟ่าเดย์ วันที่ 6 มิถุนายน ต่อด้วยเปิดบ้านพบกับ ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย นัดที่ 8 วันที่ 13 มิถุนายนต่อไป