วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' ลั่นไม่เคยดูถูกชาวนา แค่ต้องการปฏิรูปเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร

นายกฯ ลั่นไม่เคยดูถูกชาวนา แต่ต้องการปฏิรูปชาวนาเพิ่มขีดความสามารถ แก้ปัญหาครบวงจร ปูด รบ.ถูกปล่อยข่าวลือตีให้ "ธ.ก.ส." หักหนี้เก่าชาวนา ฝาก กษ.สอบด่วน ซัดคนทุจริตคือคนชั่ว ยุคนี้ต้องไม่มี พร้อมโต้ข้อหา รบ.ทำคนจนเพิ่ม 14 ล้านคน ป้อง "บิ๊กฉัตร" คนมีผลงาน ถามทำไมต้องปรับ

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.60 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มอบรางวัลเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2560 พร้อมกล่าวให้โอวาทตอนหนึ่งว่า ตนมีความสุขที่ได้พบกับเกษตรกรชาวนาไทย ถือว่าเอาหัวใจมาพบกัน วันนี้ทุกคนทราบดีว่าปัญหาของชาวนาคืออะไร มีวิกฤติ มีโอกาส และความเสี่ยง ทุกฝ่ายจึงต้องช่วยกันจะให้ใครคนใดคนหนึ่งทำอย่างเดียวไม่ได้ แม้รัฐบาลมีอำนาจมากมายก็ตาม แต่ปัญหาเกี่ยวพันกันหลายอย่าง ต้องขอบคุณชาวนาทุกคนที่เสียสละอย่างมากต้องผลิตข้าวให้กับประชาชนทั้งประเทศ สร้างรายได้จากการส่งออก ให้กับประเทศหลายแสนล้านบาทต่อปี บรรพบุรุษตนก็ทำไร่ ทำนา ทำสวน รู้ดีว่ายากลำบากแค่ไหน วันนี้ต้องช่วยกันปลูกข้าวแล้วให้มีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีพ ขณะที่ทุกอย่างแพงขึ้น แต่ราคาสินค้าเกษตรปรับลดลง ดังนั้นชาวนาต้องมีการปรับตัว และรัฐบาลมีโครงการนำคนรุ่นใหม่กลับสู่การเกษตร กลับสู่ภูมิลำเนา เพื่อถ่ายทอดความรู้นำมาเทคโนโลยีสมัยใหม่ปรับใช้ จะได้ทำให้มีรายได้สูงขึ้น เพราะการปลูกข้าวไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ราคาข้าวเพียงอย่างเดียว ต้องแก้ครบวงจร ต้องรวมกลุ่มสร้างอำนาจการต่อรองกลุ่มประเทศที่เป็นมหาอำนาจ เร่ิมแต่ระดับชุมชนต้องมีการรวมตัว ที่ไม่ใช่รวมตัวมาต่อสู้กับรัฐบาล เพราะรัฐบาลมีหน้าที่อำนวยความสะดวก เป็นผู้กำหนดกติกา กฎเกณฑ์ รักษาความเป็นธรรม เสริมสร้างความเข้มแข็ง เพิ่มขีดความสามารถ ประชาชนต้องเดินไปพร้อมกับรัฐบาล ถ้าต่างฝ่ายต่างเรียกร้องกันก็ไปไม่ได้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลกำหนดให้วันที่ 5 มิ.ย.ของทุกปี เป็นวันข้าวและชาวนาแห่งชาติ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้เคยส่งเสด็จในงานของชาวนาไทยและทรงมีพระราชดำรัสว่า ชาวนาเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของชาติ แต่วันนี้กระดูกสันหลังของชาติจะต้องไม่งองุ้ม ต้องลืมตาอ้าปากได้ ซึ่งทุกรัฐบาลก็พยายามที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ รัฐบาลปัจจุบันได้พยายามที่จะเปลี่ยนแปลงและปฏิรูปชาวนาไทย อย่าบอกว่าวันนี้ยังไม่เห็นมีรายได้อะไรดีขึ้น เพราะจะดีขึ้นได้อย่างไรในเมื่อปัญหาหมักหมมมานานทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การแปรรูป หรือการจำหน่าย การแก้ปัญหาอาจจะไม่ได้ผลเร็วมากนัก แต่เชื่อว่าทุกอย่างดีขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นอย่างที่กำหนดวิสัยทัศน์ไว้ว่า ประเทศจะต้องมั่นคง มั่งคั่ง และยังยืน ทำการเกษตรแบบดั่งเดิมสู่ยุคทันสมัย เป็นไทยแลนด์ 4.0 ก้าวพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มความเข้มแข็ง ซึ่งตนไม่เคยดูถูกชาวนาชาวไร่ ต้องต้องยอมรับว่าทุกคนมีความไม่เท่าเทียมกัน แต่อย่างหนึ่งที่เท่าเทียมกันคือ การอยู่ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวกัน มีส่วนแบ่งทุกกิจกรรมสมกับฐานะของตัวเอง โดยอย่าไปฟังคำบิดเบือน ดูว่าทำแบบเดิมมีผลเสียหายหรือเปล่า ซึ่งตนไม่อยากพูดถึงส่ิงที่ผ่านมา

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เกษตรกรควรปลูกพืชผสมผสาน ส่วนหนึ่งก็ปลูกข้าว อีกส่วนหนึ่งก็ปลูกพืชชนิดอื่น แม้ยังไม่มีความพร้อมก็ต้องเริ่มไป เพื่อให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น ระบบสหกรณ์ต้องมีความเข้มแข็งเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองกลุ่มทุน รัฐบาลต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และต้องมีธรรมาภิบาล "วันนี้มีข่าวลือทำจากคลิปวิดีโอและเขียนข้อความว่า ธ.ก.ส.ไปหักเงินหนี้เก่าชาวนา ผมให้ตรวจสอบอยู่ ไม่มีการไปหักหนี้ชาวนา อะไรให้ก็คือให้ หากให้ไม่ได้ก็ต้องรอก่อน มันต้องชัดเจน ฝากกระทรวงเกษตรฯไปตรวจสอบดูด้วย ประเทศไทยมีพืชการ เกษตรที่เราต้องช่วยเหลืออีกเยอะ จะมาให้เงินอย่างไม่ได้ และเกษตรกรต้องช่วยด้วย โดยต้องปลูกพืชที่ตลาดต้องการ อย่าเน้นปริมาณเหมือนที่ผ่านมา ทำให้เสียหาย สุดท้ายก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ปลูกตามใจตัวเองสุดท้ายข้าวเสีย เสียดายกันหรือไม่ อย่าคิดว่าทำอะไรรัฐบาลก็อุดหนุน อย่าคิดอย่างนั้น มันจะล้มกันหมด เพราะรัฐบาลก็ต้องนำงบประมาณไปลงทุนอย่างอื่น ผมไม่ใช่การเมืองแต่ก็เห็นใจเกษตรกรทุกท่าน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ต้องไม่ใช่แค่การบรรเทาความเดือดร้อนที่ไม่ยั่งยืน แต่ต้องสร้างความเข้มแข็ง ส่งเสริมการรวมกลุ่ม โดยมีศูนย์ข้าวชุมชน ทำเกษตรแปลงใหญ่ แบ่งพื้นที่เพาะพันธุ์ข้าวที่ดี และแยกปลูกไว้ขาย หาความรู้เพิ่มเติมตามช่องทางต่างๆ ไม่ใช่ดูแค่คลิปทะเลาะกัน ไม่อย่างนั้นวันหน้าก็คิดอะไรกันไม่ออก บางเรื่องขยายไปก็ไร้ค่า สุดท้ายไม่มีใครดี ตำรวจ เจ้าหน้าที่ รัฐบาล ตน แย่ไปหมด ไม่เห็นได้อะไรขึ้นมา ความมั่นคงไม่เกิดขึ้น เสถียรภาพไม่เกิดขึ้น ความไว้เนื้อเชื่อใจจากภายในและนอกประเทศไม่เกิดขึ้น บางคนนึกอยากจะเขียนอะไรก็เขียน วันๆ นั่งเขียนด่าคนอยู่อย่างนี้ ถ้าอ่านแล้วเชื่อหมดก็บ้า ไม่อ่านมันเลยก็โง่ ไอ้คนพวกนี้เขียนอย่างเดียวด่าคนทั้งวัน ไม่ต้องทำอะไร ไม่รู้ว่าเอาเงินที่ไหนมากิน มันมีหลายอย่างสนับสนุนพวกนั้นพวกนี้ รัฐบาลให้ความสนใจทุกอันที่มีเจตนารมณ์ มีความห่วงใยช่วยรัฐบาล อะไรที่เป็นปัญหาการทุจริต ถนนหนทาง ปัญหาความเดือดร้อน ก็แก้ให้หมด อ่านอะไรที่มีประโยชน์ อะไรไม่มีประโยชน์อย่าไปอ่านมากนัก คนไทยติดนิสัยรื่นเริงตนไม่ได้ว่า เป็นอัตลักษณ์ของเรา ชอบข่าวสนุกสนาน ตื่นเต้นทั้งวัน แต่ฝากไปคิดด้วย เพราะเดี๋ยวจะลืมส่ิงที่จะต้องทำจริงๆ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ทุกคนมีหนี้สิน มีปัญหาไม่เท่ากัน รัฐบาลพยายามตั้งกองทุนแก้ปัญหาหนี้สิน มีคนจดทะเบียน 14 ล้านคน มีรายได้ต่ำกว่าปีละ 1 แสนบาท ซึ่งเกิดมาหลายรัฐบาลแล้ว มันเกิดตอนตนเป็นนายกฯหรือเปล่า เคยจดทะเบียนให้เห็นอย่างนี้ไหม ไม่ใช่รัฐบาลนี้ทำให้คนจนมากกว่าเดิมเป็น 14 ล้านคนอย่างที่เขาบอก แล้วมาบอกอย่าไปจดเดี๋ยวถูกล้วงความลับ มันมีความลับอะไรนักหนากับรายได้ ที่ให้จดทะเบียนรัฐบาลจะได้แยกแยะได้ออก และที่บอกว่าทุกคนต้องเท่าเทียม แล้วเท่าเทียมกันได้หมดไหม เมื่อพื้นฐานไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นการช่วยเหลือต้องแตกต่างกัน ไม่มีเงินพอ เว้นวันหน้ามีเงินพอ ขายข้าวได้เพิ่มขึ้น 2-3 เท่าจะได้มีรายได้เข้าประเทศจะได้มาดูทั้งหมดเท่ากัน ทั้งนี้ยืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญทั้ง 3 ระดับเท่ากันหมด คนข้างบนที่เป็นห่วงโซ่ใหญ่ต้องดูแลเขาในเรื่องกติกา กฎหมาย อำนวยความสะดวกเพื่อให้มีการค้าขายมากขึ้น ไม่ใช่เอื้อประโยชน์ให้คนรวย แต่มีผลประโยชน์ตามมาข้างล่าง ที่ผ่านมามันแยกกันเกินไป รัฐบาลเอาทั้งหมดมารวมกัน โดยมีกลไกประชารัฐเข้ามา ไม่ใช่เอื้อประโยชน์เขา ไม่เคยให้อะไรเขาเลย แต่ให้เขามาทำให้เรา ต้องไว้ใจจะเดินตรงนั้นอย่างไร และแผนยุทธศาสตร์ข้าวต้องชัดเจนมีแผน 5 ปีคือ ปี 60-64 โดยไม่ใช่แค่เขียนแล้วไม่ทำอะไรเลย ถ้าสร้างนโยบายออกมาไม่สั่งการ ไม่ขับเคลื่อน ไม่แปลนโยบายสู่การปฏิบัติไม่ได้ โดยตนสั่งการเหมือนทหาร แล้วไปเขียนเป็นแผนออกมาจะทำอะไรก่อน อะไรหลัง แล้วข้างล่างนำไปปฏิบัติ เข้าใจกันตั้งแต่ข้างบนลงข้างล่าง และติดตามประเมินผลนี้คือการบูรณาการ

"วันนี้คนไทยต้องสร้างหลักคิดที่ถูกต้อง ถ้าไม่สร้างจะถูกชักจูง จนทำอะไรไม่ได้เลย รัฐบาลก็ทำอะไรใหม่ๆ ไม่ได้ เพราะไม่เหมือนของเดิม ถ้าทำเหมือนของเดิมก็ไม่เข้มแข็ง ไม่ยั่งยืน มันก็มีทุจริต ผมไม่ปฏิเสธว่าอาจจะยังมีคนชั่วอยู่ ไอ้คนทุจริตคือคนชั่ว ต้องไม่มีอีก วันนี้ผมประกาศไปทุกที่ แต่ก็ยังมีเล็ดลอดอยู่ ซึ่งมีอยู่ 2 อย่างคือเรียกร้องเอง และสมยอมให้กับเขา มันต้องแก้ทั้งสองอัน เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปกลัวใครทั้งส้ิน เพราะผมไม่เคยให้ใครไปเรียกใคร มีแต่ว่าช่วยเขา ให้เขา แต่อย่างว่าความจำเป็นคนไม่เท่ากัน ต้องใช้เศรษฐกิจพอเพียง อย่าใช้เกินความจำเป็น ถ้าเราไม่แก้สังคมไปด้วยมันไปไม่ได้ทั้งหมด ต้องเริ่มตั้งแต่ครัวเรือน เร่ิมแต่สถานศึกษาในโรงเรียนต้องอบรมกันทุกเรื่อง สอนทั้งเรื่องธรรมาภิบาล ประชาธิปไตย การเมือง เพราะทุกอย่างมันสับสนอลหม่านไปหมดในช่วงที่ผ่านมา วันนี้ก็ยังเป็นอยู่ แต่ผมจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่ผมอยู่" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับยุทธศาสตร์การเพาะปลูกและการผลิตข้าวตรงนี้ถือว่าสำคัญ อยู่ที่การใช้น้ำ บริหารน้ำ เพื่อให้เพียงพอ ปีนี้ฝนตกมากแต่เก็บน้ำได้ไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ เพราะทำเขื่อนไม่ได้ เขื่อนเดิมทำสมัยสภาพอากาศไม่เปลี่ยนแปลง วันนี้เมื่อโลกสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ฝนเลื่อนตกลงมาทางใต้มากขึ้น วันหน้าภาคเหนือฝนอาจไม่ตกก็ได้ เห็นได้ว่าเลื่อนมาตกนอกเขื่อน ใต้เขื่อนแล้ว เราไม่มีเขื่อนรองรับน้ำที่ตกใต้เขื่อน สร้างไม่ได้ นี้คือปัญหาน้ำท่วมบ้านเรา น้ำมากไม่มีที่กักเก็บ ไม่มีการะบายน้ำที่ดีเพียงพอ ได้แต่ทิ้งไปไหลท่วมเหมือนปี 54 พอบริหารจัดการน้ำไม่ดีไปกันใหญ่เลย ที่ผ่านมา 3 ปีต้องอย่าลืมว่ารัฐบาลคุมเรื่องนี้ไว้ได้พอสมควร ใช้วิธีการการบริหารจัดการใหม่ ซึ่งต้องดูว่าจะต้องทำอย่างไร ไม่ใช่เข้า กทม.ท่วมทุกที และต้องร่วมมือกับรัฐบาลด้วย บนความสมดุลในการพัฒนา การใช้พื้นที่และรักษาสมดุลธรรมชาติ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ตนต้องพูดเร็วเพราะมันมีหลายเรื่อง พูดเยอะพูดทุกเรื่อง คนก็มองว่าจะเก่งอะไรหนักหนา ไม่ได้เก่งหรอกอ่านหนังสือเอา อ่านรายงาน ติดตามและฟังจากพวกท่าน ฟังคนนั้น คนนี้ด่ามาบ้าง และมาประมวลของตนเอง เพราะเป็นทหารเก่ามันต้องฟังให้สำเร็จ ต้องทำให้ได้จึงต้องจี้กันทุกอัน เพราะประเทศไทยไม่ใช่ประเทศเล็กๆ เราเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงทั้งหมด ถ้าเราไม่คิดแบบนี้ หากินแบบเดิมๆ ตลอด หรือต่อต้านกันไปไม่ได้อีก หลายอย่างต้องเปลี่ยนกติกา เพื่อให้เกิดขึ้นในช่วงนี้ให้ได้ ดูส่วนที่ได้รับผลกระทบและเยียวยา เพื่อให้ประเทศชาติได้ประโยชน์ ตรงนี้อยู่ในเรื่องสิทธิมนุษยชนการประกอบการธุรกิจ ไม่ใช่เรื่องสิทธิมนุษยชนเรื่องการแสดงความคิดเห็นจำกัดเสรีภาพ ซึ่งถ้าไม่ผิดกฎหมายตนไม่ได้ห้ามเลย แต่วันนี้เป็นอย่างนั้นกันหมด หรือใครจะชอบแบบนั้น การจราจรติดขัด ประชาชนเดือดร้อน ใช่หรือไม่ ตนจะได้ปล่อย วันนี้เงียบๆ ไม่ชอบกันหรือมันจะได้คึกคัก หรือว่ามันไม่คึกคัก ไปไหนมาไหนได้สะดวก แค่รถติดก็แย่พออยู่แล้ว แต่ยังมีการชุมนุมประท้วง เยอะเยะไปหมด ก็ทำอะไรกันไม่ได้ ล้อมทำเนียบกันอยู่อย่างนี้ จะเอาอีกหรือ ตนไม่รู้ ก็อยู่ที่พวกท่าน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ รมว.เกษตรและสหกรณ์ไม่มา มาแต่รัฐมนตรีช่วย เพราะว่าท่านรัฐมนตรีไม่อยู่ไปขายของ ท่านเดินทางตลอด คนก็บอกว่ารัฐมนตรีเกษตรไม่มีผลงาน ถามว่ามีผลงานหรือไม่ ต่างจากของเดิมมากหรือไม่ ต้องปรับรัฐมนตรีเกษตรไหม หาคนจะเป็นยังไม่ได้เลย คนทั่วไปให้เป็นรัฐมนตรี ให้เป็นนายกฯ ยังไม่อยากเป็นเลย มีแต่คนบางพวกอยากเป็น ก็อยากเป็นอยู่นั้น ก็เป็นไปสิ ถ้าท่านเลือกเขามา เขาก็เป็น แต่ท่านไม่เลือกเขา ก็ไม่เป็นแค่นั้นเอง และถึงเวลาก็ไปเลือกกันเอาเอง ตนก็ต้องไปเลือกเขาด้วยอยู่ดี แต่ก็ยังไม่รู้จะเลือกใครเหมือนกัน ดูตัวอยู่ หาตัวอยู่

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้เรากำลังแก้ให้มีกฎหมายเรื่องการบูรณาการระดับพื้นที่ โดยงบประมาณที่ขอขึ้นมาจากทุกกระทรวงต้องเชื่อมต่อกันให้ได้ จะทำถนนก็ต้องสร้างให้เชื่อมกัน จะทำการเกษตรต้องเชื่อมกับพาณิชย์ จะทำการตลาดยังไง ต้องทำให้มาร่วมกัน งบประมาณตรงกัน แต่อาจจะทำไม่ได้ทั้งหมด เพราะมันมีอัตลักษณ์ เคยทำอย่างเดิมได้มันเปลี่ยนยาก ความคิดคนเปลี่ยนยาก สังคมเปลี่ยนยาก ตนไม่ได้ต้องการเปลี่ยนทั้งหมด แต่ต้องการหาหลักคิดสักอัน และคิดว่าจะเดินหน้าอนาคตอย่างไร อันนี้คือสิ่งที่ต้องทำเร่งด่วน ส่วนปัญหาวางไว้ข้างๆ แต่ก็แก้ไปด้วย มันต้องทำทั้งสองอย่าง ไม่อย่างนั้นจะเดินหน้าประเทศไปไม่ได้ ไปสู่ประชาธิปไตยก็ลำบาก ตนต้องการคิดอย่างนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายกฯ กล่าวมอบนโยบายเสร็จสิ้น นายกฯ ได้เดินลงจากเวทีและได้ฟังคำปฏิญาณจากองค์กรชาวนา ซึ่งเมื่อองค์กรชาวนากล่าวจบแล้ว นายกฯ ได้บอกว่าการกล่าวปฏิญาณไม่ใช่ทำแบบนี้ พร้อมกล่าวนำและให้ชาวนากล่าวตามว่า ข้าพเจ้าในฐานะผู้แทนศูนย์ข้าวจากทั่วประเทศ ขอยืนยันเจตนารมณ์ศูนย์จะเทิดทูนและจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ น้อมนำศาสตร์พระราชามาใช้เป็นแนวทางการดำเนินชีวิต มุ่งมั่นตั้งใจปฏิบัติภารกิจที่รับผิดชอบ ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดี เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ ให้ความรวมมือกับภาครัฐและภาคเอกชนด้วยความเต็มใจ เมื่อกล่าวจบ นายกฯ กล่าวด้วยว่า ขอให้ทุกคนทำตามสัญญา ใครทำตามสัญญาขอให้เจริญตลอดไป จากนั้นนายกฯ ได้มอบพันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทานให้กับ นายอัษฎางค์ สีหราช ประธานคณะกรรมการกลางศูนย์ข้าวชุมชนระดับประเทศ ก่อนจะเดินชมงานนิทรรศการที่จัดไว้ภายในตึกสันติไมตรี