บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลอบกัด! โจรใต้ลอบวางระเบิด 2 ลูกซ้อน อ.ตากใบ ทหาร-ตร.เจ็บ 7 ราย

ไม่สงบ!! โจรใต้ลอบวางระเบิด 2 ลูกซ้อนหวังสังหาร จนท.ที่เข้าซ่อมแซมบ้านพัก หลังศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง อ.ตากใบ นราธิวาส โดยแฝงตัวแล้วจุดชนวนระเบิด จยย.บอมบ์ ทำให้เจ็บ 3 นาย และกดซ้ำขณะที่ทหาร-ตร.ได้กั้นที่เกิดเหตุ ทำให้บาดเจ็บเพิ่มอีกรวมทั้งหมด 7ราย และทราบชื่อกลุ่มผู้ก่อเหตุคือ มามะ แมฮะ ...


เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. 60 พ.ต.ท.ธงชัย พุกภาพันธุ์ สารวัตรสอบสวน สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดเจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ร้อย ร.15123 ฉก.นราธิวาส 30 ที่บริเวณหัวสะพานข้างประตูด้านหลังของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งนราธิวาส ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร ผกก.สภ.ตากใบ พ.ท.พงศกร แสงกุล ผบ.ฉก.นราธิวาส 30 ร.ต.ท.พลวัฒน์ เทพษร รอง หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบซากชิ้นส่วนของรถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า สีดำ ทะเบียน ขทง 0829 นราธิวาส ที่คนร้ายใช้ซุกระเบิดชิ้นส่วนกระจัดกระจายเหลือเพียงแต่โครงรถ พร้อมกองเลือดและอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งตกอยู่บนถนน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย เพื่อนทหารได้นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลตากใบไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อคือ 1. พลทหาร ศิริเขต มรรคาเขต ถูกสะเก็ดระเบิดที่ขาขวาอาการสาหัส 2. พลทหาร ธนภูมิ ขุนชำนาญ ถูกสะเก็ดระเบิดที่โหนกแก้มขวา และ 3. พลทหาร สิทธิพงศ์ คาราวะ มีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อ แต่เนื่องจาก พลทหาร ศิริเขต อาการสาหัส แพทย์ได้ส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 5 นาย นั่งรถยนต์กระบะ เพื่อที่จะเดินทางไปซ่อมแซมบ้านพักของเครือญาติผู้เห็นต่าง ขณะที่กำลังจอดรถยนต์กระบะ ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในละแวกดังกล่าว ได้ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิด จยย.บอมบ์ ที่นำไปจอดไว้ที่ข้างประตูด้านหลังของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งนราธิวาส จนเกิดระเบิดขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ 3 นาย และในจุดห่างกันประมาณ 30 นาที ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบจุดเกิดเหตุอยู่นั้น ได้เกิดระเบิดขึ้นอีก 1 จุด ซึ่งเป็นถนนเลียบแม่น้ำตากใบ ห่างจากจุดเกิดเหตุแรก ประมาณ 800 เมตร ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารชุดเฉพาะกิจนราธิวาส 30 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตากใบ ที่กำลังเดินทางไปปิดกั้นเส้นทางเพื่อไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องผ่าน โดยคนร้ายลอบนำระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในกล่องเหล็ก หนัก 5 ถึง 7 กก. จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ ไปลอบวางไว้ริมถนน ส่งผลทำให้ ส.ต.ท.กิตติพงษ์ พร้อมเสน ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.ตากใบ ถูกสะเก็ดระเบิดของคนร้ายที่บริเวณก้นกบ และพลทหารอามีน ยอดณรงค์ มีอาการแน่นหน้าอกและหูอื้อ แต่เนื่องจาก ส.ต.ท.กิตติพงษ์ อาการสาหัส แพทย์ต้องส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาส

หลังเกิดเหตุ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เดินทางมาเยี่ยมปลอบขวัญให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 5 นาย พร้อมมอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับ พลทหารศิริเขต มรรคาเขต ที่แพทย์กำลังนำตัวขึ้นรถพยาบาล เพื่อส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังจุดเกิดเหตุทั้ง 2 จุด.

ล่าสุดจากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ทราบว่า คนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิกนิกที่ตัดแบ่งออกเป็นครึ่งซีก หนัก 10 ก.ก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร นำไปวางซุกไว้ซุกใต้เบาะส่วน จุดที่ 2 คนร้ายได้นำระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังดับเพลิง หนัก 20 ก.ก.จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร ที่คนร้ายนำไปวางซุกไว้ใต้โคนมะพร้าว ห่างจากจุดเกิดเหตุแรก ประมาณ 800 เมตร เพื่อจุดชนวนดักสังหารเจ้าหน้าที่ทหารที่เดินทางมาปิดกั้นเส้นทาง เพื่อไม้ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องผ่านไปยังจุดเกิดเหตุโดยเหตุระเบิดทั้ง 2 จุด ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารได้รับบาดเจ็บ รวม 7 นาย ซึ่งมีอาการสาหัส 2 นาย ได้ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ คือ 1.ส.ท.กิตติพงศ์ ผอมเสน 26 ปี มีแผลฉีกขาดที่ก้นทั้ง 2 ข้าง 2.พลทหารศิริเขต มรรคาเขต ถูกสะเก็ตระเบิดที่ต้นขาขวาและซ้าย

ส่วนอีก 5 นาย นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลตากใบ คือ 1.พลฯสิทธิพงศ์ คาราวะ 2.พลฯธนภูมิ ขุนชำนาญ 3.พลฯอามีน ยอดณรงค์ 4.พลฯธัชนนท์ บุญพันธ์ 5.พลฯ มูหะหมัด ปานเพ็ชร ซึ่งทั้ง 7 นายอาการปลอดภัยแล้ว

ด้าน พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร ผกก.สภ.ตากใบ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือการกระทำของกองกำลังติดอาวุธ กลุ่มนายมามะ แมฮะ ซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ อ.ตากใบ โดยเชื่อว่าคนร้ายได้ประกอบระเบิดที่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน แล้วลอบนำเข้ามากับเรือ ก่อนที่จะนัดแนะกันก่อเหตุในครั้งนี้ โดยมีจุดประสงค์ที่จะข่มขวัญสมาชิกแนวร่วมที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ที่ให้ความร่วมมือกับทางการ จนนำไปสู่การดูแลเรื่องความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่ทหาร ที่ในวันนี้จะเดินทางไปซ่อมแซมบ้านให้กับเครือญาติของผู้หลงผิดรายหนึ่ง.