บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มติ สนช.ไฟเขียววาระแรก รับหลักการ ก.ม.ล่านักการเมืองกังฉิน

สนช.รับหลักการวาระแรก ก.ม.อาญานักการเมือง "มีชัย" ชี้ให้ศาลไต่สวนเพื่อความยุติธรรม ระบุสืบคดีลับหลังจำเลยป้องกันไม่ให้คดีสะดุด

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 60 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาหลักการร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เป็นผู้เสนอ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.กล่าวต่อข้อชี้แจงหลักการว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มีเจตนารมณ์เพื่อดำเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจริตให้มีประสิทธิภาพ มีหลักการใหม่ 2 เรื่อง ได้แก่ 1. การกำหนดให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใช้ระบบไต่สวนในการพิจารณาพิพากษาคดี หมายความว่า ในร่างกฎหมายฉบับนี้ได้กำหนดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อเปิดทางให้ศาลทำหน้าที่แสวงหาความจริงที่นำไปสู่ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และให้เกิดการใช้เทคนิคทางกฎหมาย เพื่อหาช่องโหว่มาต่อสู้กันมากจนเกินไป 2. การให้ศาลพิจารณาคดีลับหลังจำเลย เดิมที่ผ่านมาหากเกิดกรณีที่จำเลยหลบหนี ไม่ว่าก่อนหรือระหว่างการพิจารณาคดีในศาล ส่งผลให้กระบวนการไต่สวนทำได้ไม่เต็มที่ ดังนั้น ร่างกฎหมายใหม่จึงกำหนดให้ศาลไต่สวนลับหลังได้เพื่อไม่ให้การพิจารณาคดีสะดุด

จากนั้นที่ประชุมเปิดให้สมาชิก สนช.ซักถาม โดยสมาชิกส่วนใหญ่สงสัยเรื่องกรอบระยะเวลาการไต่สวน และการพิจารณาคดีลับหลังจำเลย ซึ่งนายมีชัย ชี้แจงว่า กรธ.ยอมรับว่าในทางปฏิบัติคงไม่สามารถกำหนดกรอบเวลาการทำงานตายตัวให้กับศาลได้ เนื่องจากการทำงานของศาลไม่เหมือนกับการทำงานตามปกติ โดยต้องไม่ลืมว่าระยะเวลาในการพิจารณาคดีขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น การสืบพยานโจทย์และจำเลย และปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ เป็นต้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไปกำหนดเวลาให้กับศาล แต่อย่างน้อยที่สุดในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ กรธ.ได้บัญญัติหลักการให้ศาลพิจารณาถึงความรวดเร็วในการทำงานด้วย อย่างไรก็ตาม กรธ.อาจพิจารณาเรื่องการกำหนดกรอบเวลาการทำงานไว้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แทน ส่วนกำหนดให้ศาลสามารถพิจารณาคดีลับหลังจำเลยได้นั้น กรธ.คิดว่าอย่างน้อยสังคมจะได้รู้ว่าการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาผิดหรือถูก ผ่านกระบวนการทางศาล นอกจากนี้ ถ้าบุคคลดังกล่าวกระทำความผิดจริง จะนำไปสู่การขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย

จากนั้นที่ประชุม มีมติเอกฉันท์ 190 คะแนน รับหลักการร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวในวาระที่ 1 พร้อมกับตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 19 คน กำหนดเวลาการทำงานให้เสร็จภายใน 45 วัน