บริการข่าวไทยรัฐ

บิ๊กป๊อก เรียกผู้ว่าฯ ประชุม แจง รับฟังความเห็น คำถาม 4 ข้อ นายกฯ

"บิ๊กป๊อก" แจง ภารกิจรับฟังความเห็นคำถามนายกฯ 4 ข้อ เผย กรอบเวลารวบรวมส่งให้สำนักนายกฯ 10 วัน/ครั้ง ใช้ วอล์กอิน โดยตรง ป้องผิดเพี้ยน ยัน ต้องใช้เลขบัตรประจำตัว 13 หลัก ป้องกันพวกไม่หวังดี ฉุน ถูกมองเป็นการเมือง ห้ามไม่ได้ 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 มิ.ย.ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมมอบนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ถึงการดำเนินงานเกี่ยวกับคำถาม 4 ข้อ ของรัฐบาลว่า นายกฯ ได้ให้แนวทางว่า เป็นเรื่องการรับฟังความคิดเห็นและให้ศูนย์ดำรงธรรมของกระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร เป็นผู้รับฟังความเห็น ซึ่งเป็นภารกิจของศูนย์ดำรงธรรม อยู่แล้ว นอกจากการแก้ไขของปัญหาประชาชน ก็สามารถรับฟังความเห็นได้ ซึ่งกระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร จะส่งความคิดเห็นของประชาชนให้สำนักนายกรัฐมนตรี 10 วันต่อครั้ง สำหรับวิธีที่จะได้ข้อมูลและความคิดเห็นมีหลายวิธี ซึ่งวันนี้ จะหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัด ว่า วิธีใดทำแล้วจะได้ข้อมูลที่สะท้อนเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง จะใช้ช่องทางใดบ้าง

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวอีกว่า ซึ่งการใช้ช่องทางที่แน่นอนจะไม่ผิดเพี้ยน คือ การให้ข้อมูลจากประชาชนที่เดินเข้ามาศูนย์ดำรงธรรมโดยตรง และจะกระจายการใช้ศูนย์ดำรงธรรมให้มากที่สุด ทั้งศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด อำเภอ และตำบล เพื่อที่ประชาชนจะได้สะดวกในการเดินทาง และจะต้องยืนยันหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก เพื่อให้ข้อมูลที่เข้ามาไม่ผิดเพี้ยน ป้องกันพวกไม่หวังดี เพราะเจ้าตัวต้องรับผิดชอบ อีกทั้งยังมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นคนคอยสอดส่องว่า ใครเป็นใครเพื่อไม่ให้ข้อมูลผิดเพี้ยน ทั้งนี้ หากใช้ช่องทางโซเชียลมีเดีย หรือส่งความเห็นทางไปรษณีย์ หรือรับเรื่องผ่าน 1567 ก็อาจจะมีการสวมสิทธิกันได้ การรับฟังความคิดเห็นทางกระทรวงมหาดไทยเราจะไม่ไปชี้แนะอะไรทั้งสิ้น จะรับฟังความเห็นและสรุปแยกคำตอบแต่ละข้อว่า เป็นอย่างไร โดยสรุปผล 10 วันต่อครั้ง วันนี้จะหารือกับ ผวจ.เบื้องต้นว่า ใช้เวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ เพื่อสร้างความเข้าใจกับผู้ปฏิบัติทั้งหมดไหวหรือไม่ และถ้าเริ่มดำเนินการวันไหนจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

เมื่อถามถึงการป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐชี้นำประชาชน พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวอีกว่า เจตนา คือ นายกฯ อยากทราบความคิดเห็นเท่านั้น ไม่ได้ทำโพลอะไร แต่สิ่งหนึ่งที่นายกฯ อธิบายคือ อยากให้ทุกคนตระหนักถึงการเลือกตั้งเพราะการเลือกตั้งจะส่งผลถึงการใช้อำนาจรัฐที่จะทำให้ประเทศไทยไปในทิศทางไหนก็ได้ เรื่องนี้ถ้ามองให้เกิดประโยชน์จะทำให้คนคิดเป็นในการเลือกตั้ง และเลือกตั้งควรจะได้คนอย่างไร

เมื่อถามว่า จะมั่นใจได้หรือไม่ว่า คำตอบของประชาชนจะไม่ถูกเปลี่ยนแปลง พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า “ได้ ไม่มีใครเขาทำอะไรไม่ดี ถามทำลิงทำไม ผมยืนยันว่าเป็นการรับฟังความคิดเห็นถ้าจะตีค่าว่า เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมืองคงไปห้ามไม่ได้ เพราะเป็นคำถามที่ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกตั้ง แต่เราไปบังคับให้ใครเขียนอะไรไม่ได้ เขาจะตอบอะไรก็สรุปขึ้นมาอย่างนั้น ทั้งนี้ อยากให้สื่อช่วยพูดอย่างสร้างสรรค์บ้าง ผมยืนยัน ผมเป็นรัฐมนตรีไม่สามารถสั่งให้ศูนย์ดำรงธรรมทำข้อมูลได้ ผมสั่งไม่ได้แน่นอน สั่งได้เพียงว่าให้สรุปขึ้นมาในระยะเวลาเท่าไร และการดำเนินการไม่ได้เป็นการจัดตั้ง จึงให้คนวอล์กอินเข้าไป พร้อมแสดงเลขบัตรประชาชนเพื่อให้ยืนยันตัวตนได้” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว...