บริการข่าวไทยรัฐ

ไอดอล SME มัวเป็นลูกจ้างทำไม? ปั้นธุรกิจกาแฟครบวงจร "น่านดูโอ คอฟฟี่"

การประกอบสัมมาอาชีพนั้น หากเราเป็นลูกจ้าง หรือแม้กระทั่งเป็นพนักงานประจำมนุษย์เงินเดือน ไม่ใช่ว่าจะไม่ดีมีข้อเสียอะไร ส่วนใหญ่มีความสุข สร้างเนื้อสร้างตัว มั่นคง กลับกันก็มีอีกไม่น้อยเมื่อมีโอกาสหรือว่ามองเห็นช่องทางในการทำธุรกิจของตัวเองแล้วเลือกหันหลังให้กับชีวิตลูกจ้างและมุ่งมั่นในเส้นทางทำธุรกิจของตัวเอง

หนึ่งในนั้นคือ เจ้าของแบรนด์ "ดูโอ คอฟฟี่ และภู คอฟฟี่" ซึ่งมองเห็นโอกาสและก่อร่างสร้างธุรกิจกาแฟจนครบวงจร เรียกได้ว่า ทุกวันนี้ ทำธุรกิจกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำ จนถึงปลายน้ำ หลังจากก่อนหน้านี้ ก็เป็นพนักงานประจำในบริษัทกาแฟขนาดใหญ่ วันนี้ "ไทยรัฐออนไลน์" จะพาไปถอดบทเรียนการทำธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจกาแฟ จาก "นางวัชรี พรมทอง" กรรมการผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด น่านดูโอ คอฟฟี่ และประธานกลุ่มคลัสเตอร์กาแฟน่าน

9 ปี ออกจากงาน จับโอกาสเปิดบริษัทเอง

ห้างหุ้นส่วนจำกัดน่านดูโอ คอฟฟี่ จดทะเบียนนิติบุคคลในปี 2557 ผลิตและจำหน่ายกาแฟครบวงจร โดยโรงคั่วและสร้างแบรนด์ วางแผนการตลาดโดยเน้นการทำตลาดล่าง ผลิตสินค้าในแบรนก์ภูคอฟฟี่ และดูโอ คอฟฟี่ ส่วนตลาดบนผลิตในแบรนด์ภูมิใจออร์แกนิกส์ ปัจจุบันออกวางจำหน่ายเรียบร้อยแล้ว กิจการเร่ิมส่งเสริมและควบคุมการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

ก่อนมาทำธุรกิจของตัวเองเป็นพนักงานอยู่ในบริษัทกาแฟขนาดใหญ่ เมื่อมองเห็นโอกาส ประกอบกับแม่ส่งเสริมถ้าเป็นธุรกิจนี้ เพราะเดิมแม่เป็นเกษตรกร เป็นตัวแทนขายผักส่งตลาดไทอยู่แล้ว และทานกาแฟ แตกต่างจากถ้าไปทำธุรกิจอื่นจะห่วงเกรงล้มเหลว จึงลาออกมาทำธุรกิจของตัวเอง โดยเริ่มต้นเมื่อประมาณ 9 ปีก่อน ตั้งโรงคั่วกาแฟครั้งแรกที่พัทยา เพราะมีพี่ชายทำงานอยู่ นอกจากนั้นยังพบว่าชลบุรี พัทยาและจังหวัดในภาคตะวันออกเป็นตลาดใหญ่บริโภคกาแฟมาก มีโรงงานอุตสาหกรรม มีพนักงานทำงานทั้งวัน ดังนั้น เมื่อตั้งโรงคั่วใกล้แหล่งตลาดจึงทำตลาดได้ง่าย ใช้เงินลงทุนก้อนแรก 3 แสนบาท

เร่ิมธุรกิจพัทยาทำโรงคั่ว-ลงตลาดสร้างชื่อ

แรกเร่ิมใช้ชื่อภู คอฟฟี่ ทำตลาดกลุ่มค้าส่ง ทำโรงคั่วอยู่พัทยาได้ประมาณ 3 ปี โดยช่วงเริ่มทำตลาดลงมือเองกลับมาถึงช่วงเย็นก็คั่วกาแฟเอง ยังใช้เงินทุนตัวเองจากเงินเก็บตลอด แต่การทำตลาดร้านค้าส่งต้องวางสินค้าก่อนให้เครดิต 1 เดือน เป็นความลำบากยิ่งขยายร้านวางสินค้าเพิ่มยิ่งลงเงินทุนเพิ่ม เดือนแรกมีรายได้กลับคืนมา 6 หมื่นบาท มองว่า ตลาดนี้ ไปได้แน่จึงขยายไปร้านค้าส่ง จ.ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ขยับไปกรุงเทพฯ และอยุธยา ปัจจุบันมีขายถึงใน จ.ปัตตานี หนองคาย ขอนแก่น ตามร้านค้าส่งทุกภาคเกือบทุกจังหวัด

กลุ่มเป้าหมายของเราขณะนั้น เน้นค้าส่งยังไม่ได้มองตลาดแมส มองตลาดร้านขนาดเล็กที่ซื้อจากร้านขายส่งไปชงตอน ณ วันนั้น นับเป็นรายแรกที่ทำธุรกิจกาแฟคั่วบด และเป็นธุรกิจที่หล่อเลี้ยงบริษัทมาจนถึงทุกวันนี้ เริ่มต้นธุรกิจภายใต้แบรนภู คอฟฟี่ ส่วนดูโอ้ คอฟฟี่ เป็นชื่อกิจการ

เมื่อธุรกิจไปได้ยอดขายพออยู่ได้ จากนั้น เริ่มถูกปั่นราคาเมล็ดกาแฟดิบ ขณะเดียวกันคิดว่าเดี๋ยวจะมีคู่แข่งเกิดขึ้น จึงมองว่า ตลาดไหนจะทำให้สามารถครองตลาดขายเมล็ดกาแฟได้จึงทำแฟรนไชส์ขึ้นมา ทุกวันนี้มี 132 ร้านใช้เมล็ดกาแฟของเรา จะไม่ผูกขาดแบรนด์ แต่สูตรกับเมล็ดใช้ของเราเป็นตลาดที่ 2 มั่นคงระดับหนึ่ง

ยืมโมเดล "ชาตรามือ"​ แจ้งเกิดจากค้าส่ง

เมื่อครั้งยังทำโรงคั่วอยู่พัทยา ใช้การทำการตลาดโดยใช้ชาตรามือเป็นโมเดล วางตามร้านค้าส่ง ที่ขายแก้วกาแฟ น้ำตาล นม ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าซื้อไปขายต่อชงขายต่อได้ ขณะนั้น ยังไม่มีใครจับตลาด

ขายดีจัดถูกปั่นราคาเมล็ดลุยพลิกเกมใหญ่

ทำโรงคั่วอยู่พัทยาได้ 2 ปี จากนั้นถูกปั่นราคาเมล็ดกาแฟมากๆ จึงตัดสินใจครั้งสำคัญเร่ิมมาซื้อที่ดินใน จ.น่าน ซึ่งเป็นบ้านเกิดเพิ่ม เร่ิมซื้อตามกำลัง เริ่มลงมือปลูกกาแฟเอง ตั้งใจย้ายทุกอย่างมาน่าน มาปลูก แล้วส่งเมล็ดลงไป กระทั่งต่อมาย้ายทั้งหมดกลับมา จ.น่าน ทุกวันนี้ พัทยาไม่มีโรงคั่วแล้ว ทำทุกอย่างที่ จ.น่านครบวงจร

ย้ายปักหลัก จ.น่าน เร่ิมธุรกิจกาแฟครบวงจร

ทุกวันนี้ เราเป็นผู้ผลิตกาแฟครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำรายใหญ่ของ จ.น่าน ในรูปแบบธุรกิจคอนแทรคฟาร์มมิ่งกับเกษตรกรหลายรายในพื้นที่ อ.ปัว ท่าวังผา เวียงสา แม่จริม และทุ่งช้างมากกว่า 2,100 ไร่ และยังปลูกเองอีก 1,000 ไร่ ป้อนผลผลิตเข้าสู่ไลน์การผลิต

จ.น่าน มีพื้นที่ปลูกกาแฟรวมประมาณ 10,000 ไร่ ผลผลิต 300 ตัน/ปี มูลค่าตลาดรวม 480 ล้านบาท มีทั้งสายพันธุ์อาราบิก้าและโรบัสต้า เกษตรกรส่วนใหญ่ที่ปลูกกาแฟเป็นการปลูกทดแทนทำไร่ข้าวโพด ล่าสุด มีผู้ประกอบการ ผู้ผลิตและผู้ปลูกกาแฟใน จ.น่านมากกว่า 77 ราย ได้รวมตัวจัดตั้งกลุ่มคลัสเตอร์กาแฟน่าน เพื่อเป็นการต่อรองอำนาจจากกลุ่มทุนต่างถิ่น รวมทั้งแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ แจกข้อมูลข่าวสารและการทำตลาด

กาแฟน่านไม่ใช่หน้าใหม่แต่ยังไม่มีใครรู้จัก

น่านปลูกกาแฟมาแล้ว 30 ปี นับว่านานมาก แต่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก พื้นที่ในภาคเหนือจะเน้นปลูกพันธุ์อาราบิก้า ปลูกมากใน จ.เชียงราย เชียงใหม่ ส่วนน่าน ลำปางและตากมีบ้าง ส่วนพันธุ์โรบัสต้าปลูกได้มากทางใต้แถว จ.ชุมพร

ยึดแนวลูกไร่-พัฒนาพันธุ์ใหม่โรบัสต้าน่าน

ย้อนไปเมื่อครั้งย้ายธุรกิจมาน่านใหม่ๆ ได้ส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกกาแฟเร่ิมจาก 100 คน เมล็ดส่วนใหญ่ใช้พันธุ์โรบัสต้า แต่ในพื้นที่ภาคเหนือหาไม่ได้จึงคัดสายพันธุ์จากชุมพรขึ้นมาปลูก ขายต้นกล้าให้ลูกไร่ที่สมัครใจปลูกให้ลักษณะคอนแทรคฟาร์มมิ่งจนเกิดกาแฟพันธุ์โรบัสต้าน่านขึ้นมา ผลผลิตดี เป็นที่ต้องการ กาแฟโรบัสต้าน่านจะมีข้อดีคือ รสชาติจะซอฟต์กว่าของภาคใต้ ตลาดยอมรับ สมาคมกาแฟไทยรับซื้อหมด

เอกลักษณ์เฉพาะโรบัสต้าน่าน ต้องลองชิม!

กาแฟพันธุ์โรบัสต้าน่านปลูกได้ 2,000 ไร่ ตลาดหลัก 80% ของเราเป็นพันธุ์โรบัสต้า น่านอากาศเย็น เมล็ดกาแฟจะค่อยๆ สุก อากาศไม่ร้อนเท่าทางภาคใต้ ซึ่งรสกาแฟโรบัสต้าจะเข้ม ถ้าเปรี้ยวมาจากการคั่วอ่อน ถ้าจะใช้กับกาแฟเย็นต้องคั่วเข้ม รสเปรี้ยวจะหายไป อย่างไรก็ตาม ลูกไร่ของเราจะดูแลต้นกาแฟด้วยใจ เก็บเมล็ดไม่มีเมล็ดสีเขียวเจือปนมีติดมาไม่เกิน 5% จากปกติถ้ารูดมาจะอยู่ที่ 20-30% นอกจากนั้น ยังจ่ายค่ากาแฟให้ในราคาสูงกว่าตลาดเพื่อเป็นกำลังใจให้ลูกไร่ ผลผลิตจึงออกมาดีสมาคมฯ ถูกใจ ในช่วงต้นปีเราจะทำเมล็ดดิบขายอย่างเดียว โดยส่งสมาคมฯ ซึ่งสมาคมจะมีผู้ส่งออกและขายเมล็ดกว่า 30 ราย กำลังการผลิตของเรายังไม่พอส่งตลาดยังมีอีกมาก แต่เราต้องควบคุมคุณภาพให้ได้

สู่วันมีธุรกิจกาแฟครบวงจร ปลูก คั่ว ขาย

สำหรับเรา ขณะนี้ มีโรงงานที่น่านแห่งเดียว โดยทำครบวงจร ตั้งแต่ปลูก คั่วและผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เฉพาะกาแฟคั่วผลิตได้เฉลี่ย 3.5 ตัน/เดือน มีรับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) โดยมี 5 แบรนด์มาจ้างผลิต จนถึงวันนี้ กลับมาที่ จ.น่านได้ประมาณ 6 ปีแล้ว สรุปทำทั้งแบรนด์ของตัวเอง แฟรนไชส์ และรับจ้างผลิต

ไลน์สินค้าครบเมล็ดดิบ คั่วสดยันทรีอินวัน

ธุรกิจของบริษัทฯ สามารถแบ่งเป็น 3 ส่วน ดังนี้ 1. ธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งกาแฟคั่วสดแบรนด์ดูโอคอฟฟี่ ส่งไปยังโมเดิร์นเทรดและร้านกาแฟทั่วประเทศ มีลูกค้ามากกว่า 300 ราย ส่วนใหญ่จะอยู่ในภาคตะวันออก เช่น ชลบุรี ระยอง นอกจากนี้ ยังส่งสินค้าไปยังภาคกลางและภาคอีสาน 2. จำหน่ายกาแฟแบรนด์ภู คอฟฟี่ ซึ่งจำหน่ายไปกว่า 100 สาขา อยู่น่าน 14 สาขา และ 3. จำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟตามโรงแรม รีสอร์ต ทั่ว จ.น่าน กิจการจึงเป็นที่สนใจของหน่วยราชการได้เข้าศึกษาดูงาน และให้คำปรึกษาที่แปลงสาธิตและโรงคั่วเป็นประจำ

2 ปีที่ผ่านมา การท่องเที่ยวของ จ.น่านเติบโตมาก ตรงนี้ จึงคิดว่า จะสร้างอะไรที่เป็นแบรนด์ จ.น่าน และให้คนกินได้ง่าย ดังนั้น จึงผลิตกาแฟทรีอินวันภายใต้แบรนด์น่านเป็นรายแรกของจ.น่านและภาคเหนือ ตั้งชื่อภูมิใจ คอฟฟี่ แรงบันดาลใจมาจากความภูมิใจในการส่งเสริมลูกไร่ปลูกกาแฟ นอกจากนั้น น่านดูโอ คอฟฟี่ยังได้รับการคัดเลือกจากหอการค้าไทยให้เข้าร่วม 1 โครงการ 1 แปลงสาธิต ที่ อ.แม่จริม

รัฐยื่นมือหนุน ทั้งเงินทุน สินเชื่อ คำ้ประกัน

สำหรับการสนับสนุนจากภาครัฐนั้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2560 ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากรัฐบาล ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือธพว.และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย. ดังนี้ 1. ได้รับอนุมัติวงเงินกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ จากคณะกรรมการกองทุนบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐจำนวน 3 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 1% ปลอดชำระเงินต้น 3 ปี ระยะชำระคืน 7 ปี

2. ได้รับการอนุมัติสินเชื่อจาก ธพว.ในโครงการสินเชื่อ SMEs Transformation Lone วงเงิน 2 ล้านบาท ธพว.คิดอัตราดอกเบี้ย 3% 3 ปีแรก ปีที่ 4-7 คิดอัตราดอกเบี้ย MLR ปกติ และ 3. บสย. ให้การค้ำประกันสินเชื่อในโครงการสินเชื่อ SMEs Transformation Lone วงเงิน 2 ล้านบาทในฐานะกลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร จ.น่าน ที่ได้รับการส่งเสริมเป็นพิเศษ จัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์พัฒนา จ.น่าน ด้านเศรษฐกิจ การผลิต การเกษตรอุตสาหกรรมยั่งยืน จากแนวทางการบริหารจัดการของบริษัท ที่มุ่งเน้นการพัฒนาชุมชน สร้างธุรกิจต้นน้ำที่มีศักยภาพ ทำชื่อเสียงให้กับภูมิลำเนาจนเป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ นอกจากนี้ ส่งเสริมองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรท้องถิ่นจากเดิมทำไร่ข้าวโพดให้หันมาปลูกกาแฟทดแทน ซึ่งมีรายได้ดีกว่า

จ่อขยายธุรกิจลงทุนโรงงาน ลานตาก โดม

จากนี้ สินเชื่อที่ได้มาจะนำไปพัฒนาโรงทำเมล็ดดิบและลานตาก ซึ่งยังไม่พอ โดยขยายลานตากให้รองรับได้ 100 ตัน รวมทั้งทำกระบวนการกาแฟดิบครบวงจร เพราะความต้องการตลาดมีมาก และกำไรสูงถึง 25% ตลอดจนจะทำนวัตกรรมการตากกาแฟที่ไม่ต้องตากลานปูนด้วยการทำโดมพาราโบล่า ควบคุมอากาศ อุณหภูมิและฝนได้ เพราะมีผลต่อคุณภาพและเกรดของเมล็ดกาแฟ สรุปจะทำ 1. ขยายโรงงานใหม่ 2. ขยายลานตาก และ 3. โดมพาราโบล่า ส่วนปีหน้านั้น มีแผนธุรกิจจะลุยตลาดทรีอินวันและเมล็ดดิบ

สัดส่วนธุรกิจตอนนี้ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม 1. กลุ่มเมล็ดคั่ว รวมค้าส่ง แฟรนไชส์ และโออีเอ็มอยู่ที่ 30% 2. ทรีอินวัน 30% และ 3. เมล็ดดิบ 40% ซึ่งเพิ่งเริ่มเห็นผลสาเหตุที่มาทำเมล็ดดิบ เพราะการแข่งขันตลาดเมล็ดคั่วสูงมาก โดยโรงคั่วทุกโรงคั่วจะต้องใช้เมล็ดดิบ ตรงนี้ จะยั่งยืนและเป็นจุดแข็งในธุรกิจ ส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์ทรีอินวันเน้นร้านของฝาก โรงแรมและรีสอร์ต พร้อมกับที่กำลังหาตลาดอื่นๆ กำลังจะขยายทั่วประเทศ

ยืนยันเป็นกาแฟน่าน 100% ธุรกิจโตสวย

ผลประกอบการปีที่ผ่านมา มีรายได้ 10,000,000 ล้านบาท เติบโตประมาณ 50% ส่วนหนึ่งโตมาจากทรีอินวัน ต้นปีได้มาจากเมล็ดดิบ ส่วนเมล็ดกาแฟนอกจากปลูกเอง และรับซื้อจากลูกไร่แล้วยังซื้อมาจากเกษตรกรทั่วไปในน่านด้วย เพราะความต้องการสูง แต่เป็นกาแฟจากน่าน 100%   

ส่วนร้านกาแฟสดทำอยู่ 2 ที่ในเมืองน่าน มีไว้เพื่อสื่อสารกับลูกค้า แต่มองว่า ร้านกาแฟสดรายได้จะไม่เท่ากับสัดส่วนอื่นๆ เพราะมีเรื่องยิบย่อยมาก

2 กุญแจความสำเร็จ อดทน-มีองค์ความรู้

กุญแจความสำเร็จของธุรกิจคือ อย่างแรก ยกเครดิตให้แม่ เพราะทำเกษตรมาตลอดและค้าขายจะสอนให้ใช้ชีวิตด้วยความอดทนและระมัดระวัง ทำธุรกิจจะมีปัญหาทุกจุด โดยเฉพาะเราเริ่มใหม่ ดังนั้นถ้าเราอดทนจะผ่านไปได้เมื่อล้ม หรือสะดุด ทุกครั้งที่ล้มจะเติมไฟให้ตัวเองได้ตลอด เรื่องที่สอง คือ องค์ความรู้ ถ้าใครจะทำธุรกิจไม่มีองค์ความรู้ ซึ่งรู้ไม่ลึก รู้ไม่จริง จะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เช่น หากมองว่าใครก็ปลูกกาแฟได้ แต่ไม่รู้ว่าเมล็ดเอามาเกรดไหน คุณภาพยังไง ตั้งราคาเท่าไร จะเสนอขายใคร จะถึงทางตันได้ง่าย.

เรื่องเล่าความสำเร็จ