บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เบทาโกรชูนโยบายเป็นคู่คิดให้คู่ค้านำอาหารคุณภาพสู่ผู้บริโภค

เบทาโกร ชูนโยบาย เป็นคู่คิดให้คู่ค้านำอาหารคุณภาพและปลอดภัยสู่ผู้บริโภคทุกระดับ พร้อมโชว์นวัตกรรมอาหารในงาน THAIFEX 2017...

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. นายณรงค์ชัย ศรีสันติแสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร สายงานปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจอาหารเครือเบทาโกร กล่าวว่า เบทาโกรชูนโยบายเป็นคู่คิดให้คู่ค้านำอาหารคุณภาพและปลอดภัยสู่ผู้บริโภคทุกระดับพร้อมกับโชว์นวัตกรรมอาหาร ภายใต้แนวคิดควอลิตี้ออฟไลฟ์ในงาน THAIFEX 2017

ทั้งนี้ ผู้บริโภคปัจจุบันมีการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความสะดวกสบาย รวดเร็ว หากแต่ยังคงใส่ใจในคุณภาพและรสชาติของอาหาร เพื่อสุขภาพที่ดีของตนเองในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการด้านอาหารต่างเร่งปรับมาตรฐาน และการผลิตเพื่อยกระดับคุณภาพของสินค้า เบทาโกรให้ความสำคัญนโยบายด้านฟู้ดเซฟตี้และฟู้ดควอลิตี้เคร่งครัดทุกขั้นตอนกระบวนการผลิตอาหาร ยิ่งไปกว่านั้น มีความตั้งใจที่จะพัฒนามาตรฐานการผลิตสินค้าอาหารสำหรับผู้ประกอบการในซัพพลายเชนให้ก้าวไปอีกขั้น เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้บริโภคทุกระดับให้เข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพ ถูกสุขลักษณะและมีความปลอดภัย

เครือเบทาโกรได้ก่อตั้งศูนย์นวัตกรรมอาหาร โดยใช้เงินลงทุน 60 ล้านบาท เพื่อเป็นศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ ทั้งในส่วนของสินค้าใหม่และบรรจุภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ ให้ตรงกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภคมากขึ้น และหน้าที่สำคัญของศูนย์คือ การสร้างทีมที่ปรึกษาในการพัฒนาธุรกิจในทุกมิติและแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้ากลุ่มธุรกิจอาหารเพื่อการก้าวเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

นายณรงค์ชัย กล่าวต่อว่า เบทาโกรจะเป็นคู่คิดให้คู่ค้า โดยสร้างทีมฟู้ดโซลูชั่น ซึ่งเป็นบุคลากรที่มีความรู้ ความชำนาญ ทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า ออกไปทำหน้าที่ให้คำปรึกษา แก้ไขปัญหา เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดการธุรกิจอาหารในมิติต่างๆ อย่างครบวงจรให้กับผู้ประกอบการด้านอาหาร ลูกค้า ตั้งแต่การพัฒนาสินค้า เช่น คิดเมนูใหม่ พัฒนาสูตร รสชาติอาหาร สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า รวมทั้ง การปรับปรุงระบบการบริหารจัดการภายในร้าน เช่น เพิ่มผลผลิต ลดการสูญเสีย การจัดซื้อ การขนส่ง ฯลฯ ด้วยการออกแบบโปรแกรมการให้บริการซึ่งเรียกว่า เซอร์วิสเมนู วิเคราะห์ตามความต้องการและศักยภาพของลูกค้าแต่ละราย

สำหรับปีนี้ ยังมีแนวคิดในการขยายช่องทางอาหารคุณภาพ ให้เข้าถึงผู้บริโภคครอบคลุมยิ่งขึ้น ด้วยการส่งเสริมด้านอาหารปลอดภัยผ่านผู้ประกอบการรายย่อย กลุ่มรถทอดลูกชิ้น ไส้กรอก ทั้งการเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพ การเก็บรักษาคุณภาพสินค้า การปรุงอาหารที่ถูกวิธี เช่น วิธีทอด การเปลี่ยนน้ำมัน และความสะอาด ถูกสุขลักษณะของผู้ขาย เพื่อให้ผู้ซื้อได้บริโภคอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัย ส่วนผู้ขายมีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ เบทาโกรมีการวางกลยุทธ์ในการพัฒนาสินค้าร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ พัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์และการเพิ่มมาตรฐานการผลิตเพื่อให้สินค้ามีมาตรฐานสูงขึ้น รวมถึงการพัฒนาช่องทางจำหน่วยสินค้าอาหารแบรนด์เบทาโกร และแบรนด์เอส-เพียวให้เข้าถึงผู้บริโภคทุกระดับ ตั้งแต่การขนส่งที่พัฒนาระบบควบคุมอุณหภูมิแบบฟูลลี่คูลเชนช่วยคงความสดและคุณภาพของสินค้าก่อนถึงปลายทาง การพัฒนาพื้นที่จุดจำหน่ายร่วมกับห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ที่ให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพสินค้าเช่นเดียวกับเบทาโกร รวมทั้งการขยายสำนักงานและสาขา การขยายร้านในจังหวัดต่างๆ และสู่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยตั้งเป้า 200 สาขาในปี พ.ศ.2561.