บริการข่าวไทยรัฐ

รวบมาเฟียรัสเซีย คนร้ายรายสำคัญ มีอีก4ประวัติแสบ

ผบช.สตม.แถลงโชว์ฝ่ายสืบสวนระดมกวาดล้าง อาชญากรข้ามชาติรายสำคัญหนีเข้ามากบดานในเมืองไทยหลายคดี ผู้ต้องหาเป็นชาวรัสเซีย 4 คน เยอรมัน 1 คน รวบนักฆ่ารัสเซียใช้อาวุธสงครามยิงถล่มอริดับ จับหัวหน้าแก๊งรัสเซียฮั้วประมูลงานของภาครัฐ ควบคุมผู้ต้องหาชาวรัสเซียใช้ปืนปล้นทรัพย์ และล็อกหนุ่มเยอรมันหัวหน้าแก๊งปลอมเงินสกุลยูโร ส่งทางการประเทศในพื้นที่กระทำผิดดำเนินคดี

สตม.แถลงจับกุมอาชญากรข้ามชาติหลายคดี เปิดเผยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 มิ.ย. พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร ผบก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.บรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน รอง ผบก.สส.สตม. แถลงผลการระดมกวาดล้างอาชญากรข้ามชาติ เข้ามาหลบซ่อนในประเทศไทย จับกุมคนต่างชาติผิดกฎหมาย บุคคลตามหมายจับตำรวจสากลและบุคคลคดีสำคัญที่ทางการต่างประเทศต้องการตัวได้หลายราย ที่ศูนย์หมายจับอาชญากรรมข้ามชาติ ชั้น 1 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซอยสวนพลู

พล.ต.ท.ณัฐธรกล่าวว่า คดีแรกจับกุมนายอังเดร เดอยาสกอฟกี้ อายุ 34 ปี ชาวรัสเซีย ตามหมายจับตำรวจสากล ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่า ซื้ออาวุธปืนและเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต มีและพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยผิดกฎหมาย ก่อเหตุยิงถล่มคู่อริด้วยอาวุธสงคราม มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย หลังก่อเหตุได้หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย จากการสืบสวนพบข้อมูลว่าระหว่างปี 55 นายอังเดรได้เข้าออกประเทศไทย 7 ครั้ง ครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 59 และหลบหนีอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ หลังเจ้าหน้าที่ตามล่าตัวอย่างหนัก นายอังเดรไหวตัวทันหนีไปหลบซ่อนที่บ้านภรรยาชาวไทยใน จ.ร้อยเอ็ด จับได้ที่ปั๊มน้ำมันใน จ.ร้อยเอ็ด ผู้ต้องหารับสารภาพว่าหลบหนีคดีมาจากรัสเซียจริง ได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง (มีพฤติการณ์เป็นภัยสังคม) และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

คดีที่สอง ควบคุมนายอนาโตลี ซาโมดอฟ อายุ 56 ปี ชาวรัสเซีย หัวหน้าแก๊งมาเฟีย ร่วมกับสมาชิกในขบวนการตั้งตัวเป็นกลุ่มอิทธิพล ฮั้วประมูลงานของภาครัฐ ใช้วิธีการข่มขู่คุกคามผู้เข้าร่วมประมูลงานรายอื่นๆถอนตัวไป ตำรวจรัสเซียได้กวาดล้างจับกุมสมาชิกในแก๊ง 6 คน ศาลอาญาสูงสุดของรัสเซียสั่งพิพากษาผู้ร่วมขบวนการทั้ง 6 คน ให้รับโทษจำคุกคนละ 10 ปี แต่นายอนาโตลีได้หลบหนีออกนอกประเทศไปประเทศอิตาลีและเข้ามาหลบซ่อนในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.55 ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว จับได้ที่พาราไดซ์คอนโดมิเนียม ซอยจอมเทียน 14 อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จากข้อมูลเดินทางเข้าออก พบว่าอยู่เกินกำหนดอนุญาต ดำเนินคดีข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด

คดีที่สาม จับกุมนายเอกินี่ โคโรวิน อายุ 26 ปี ชาวรัสเซีย ตามหมายจับตำรวจสากล ข้อหาปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน บุกรุกเคหสถาน เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2556 นายเอกินี่ พร้อมพวกใช้ปืนทำร้ายบุกเข้าไปปล้นทรัพย์ในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ได้ทรัพย์สินจำนวนมากถึง 5.4 ล้านรูเบิล หรือประมาณ 3.25 ล้านบาท

หลังก่อเหตุได้หลบหนีออกนอกประเทศเข้ามาในประเทศไทย จับได้ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต จากข้อมูลเดินทางเข้าออก พบว่าอยู่เกินกำหนดอนุญาต ดำเนินคดีข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด

คดีที่สี่ล็อกตัวนายดีมมิทรี ซากูลาตอฟ อายุ 29 ปี ชาวรัสเซีย บุคคลที่ทางการรัสเซียต้องการตัวความผิดฐาน ใช้ความรุนแรงและหลบหนีระหว่างถูกควบคุมตัวไปศาล เข้ามาหลบซ่อนในประเทศไทย วันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา จับได้ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ซอยสุขุมวิท 11 เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง (มีพฤติการณ์เป็นภัยสังคม) และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

คดีสุดท้าย รวบนายมอรีซ เฮิคเคลมันน์ ชาวเยอรมัน อายุ 25 ปี บุคคลที่ทางการเยอรมนีต้องการตัว ข้อหา ร่วมกันปลอมแปลงเงินตรา (เงินสกุลยูโร) พฤติการณ์นายมอรีซเป็นหัวหน้าแก๊งปลอมเงินสกุลยูโร ร่วมกับสมาชิกในแก๊งก่อเหตุกว่า 260 ครั้ง ในหลายพื้นที่ มีผู้เสียหายจำนวนมาก หลังเจ้าหน้าที่บุกทลายแก๊งผู้ต้องหาได้หลบหนีออกนอกประเทศเข้ามาในประเทศไทย หลบซ่อนอยู่ที่บ้านแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง ติดตามจับกุมได้ที่ริมถนนปากซอยประชาอุทิศ 129 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กทม. จากข้อมูลการเดินทางเข้าออกพบว่านายมอรีซได้เดินทางมาประเทศไทย เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.59 ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 22 ก.ค.59 ปัจจุบันอยู่เกินกำหนดอนุญาต ดำเนินคดีข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด

พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.สตม. เผยต่ออีกว่า ที่ผ่านมา สตม.ได้ระดมกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติที่เข้ามาหลบซ่อนตัวในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง สั่งการให้ทุกหน่วยเอกซเรย์พื้นที่ในความรับผิดชอบ เพื่อสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชน ตามนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐบาล