บริการข่าวไทยรัฐ

จ่อ “ปฏิรูปแลกเปลี่ยนเงิน” หนุนธุรกิจ

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวปาฐกถาในงาน The Greater Mekong Invester Forum ซึ่งจัดโดยยูโร มันนี ว่า กลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้เป็นปีที่ 25 ของความร่วมมือ Ffp หากพิจารณาการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของกลุ่มอนุภูมิภาคแม่โขงจะเห็นว่า มีอัตราการขยายตัวในระดับต้นๆของโลก เพราะเป็นประเทศที่กำลังเข้าสู่สังคมเมือง และมีประชากรในวัยทำงานสูง ซึ่งที่ผ่านมาในอนุภูมิภาคนี้ได้มีการลงทุนในภาคการผลิตและมีการค้าระหว่างกันเพิ่มขึ้นมาก ดังนั้น สิ่งที่ต้องทำต่อไป คือการเชื่อมโยงในด้านธุรกรรมทางการเงินและระบบการชำระเงินระหว่างกันเพื่อสนับสนุนการค้าการลงทุนให้อนุภูมิภาค รวมทั้งดำเนินการตามมาตรฐานการเปิดธนาคารในอาเซียน (QAB) ซึ่งจะทำให้การเปิดธนาคารพาณิชย์จากต่างประเทศในประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงสะดวกมากขึ้น ซึ่งในกรณีนี้คาดว่าจะเริ่มเห็นการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมในครึ่งปีหลังของปีนี้

“ความท้าทายคือจะต้องทำให้กฎเกณฑ์ให้เป็นเกณฑ์เดียวกัน หรือใกล้เคียงกันมากที่สุด ทั้งในเรื่องการทำธุรกรรมการเงิน และการแลกเปลี่ยนเงิน แต่ขึ้นกับเงื่อนไขของแต่ละประเทศด้วย โดยสิ่งที่พยายามให้เกิดขึ้นคือการสร้างความเชื่อมโยงให้ทำธุรกิจได้ เช่น กรณีที่ ธปท.ผ่อนคลายการเคลื่อนย้ายเงินทุนข้ามพรมแดนไปก่อนหน้า”

ผู้ว่าการ ธปท.ยังได้กล่าวถึงแนวทางการปฏิรูปกฎเกณฑ์ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ซึ่ง ธปท.จะมีการแถลงในวันจันทร์ที่ 5 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ด้วยว่า จะมีการปฏิรูปเกณฑ์ทั้งในส่วนของการผ่อนคลายการไหลเข้าของเงินทุน และการไหลออกของเงินทุน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการทำธุรกิจให้ง่ายและสะดวกขึ้น ขณะที่ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยนั้น นายวิรไทกล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ฟื้นตัวดีขึ้น ตัวหลักคือการส่งออกที่ขยายตัวดีขึ้นต่อเนื่องมา 2-3 เดือน และที่สบายใจคือเป็นการส่งออกที่ดีขึ้นในทิศทางเดียวกับภูมิภาค ซึ่งทำให้มองไปข้างหน้าว่าขยายตัวได้ต่อเนื่อง ส่วนภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งหลายคนเป็นห่วงว่าจะเกิดฟองสบู่นั้น ธปท.ยังไม่เห็นการเกิดฟองสบู่.