วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชุดพญาเสือ-พยัคฆ์ไพร-ฉลามขาว ลุยจัดระเบียบแพพัก เขื่อนศรีนครินทร์

พญาเสือ-พยัคฆ์ไพร-ฉลามขาว เปิดปฏิบัติการทวงคืนผืนป่า นำกำลัง ปูพรมจัดระเบียบแพพักริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ เจอปล่อยน้ำเสีย รุกอุทยานฯ ไหวตัวลากหนี ใช้ไม้สักหรูก่อสร้าง ลุยตรวจสอบเรือสำราญ และไม้สัก 700 ท่อนแช่น้ำ...

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. นายฐิติ โสมภีร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ กล่าวถึงแผนปฏิบัติการทวงคืนผืนป่า และผืนป่าอนุรักษ์ ตามภารกิจ พญาเสือ 60 เพื่อตรวจสอบแพพักและรีสอร์ท ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ทั้งหมด โดยมีนายยรรยง เลขาวิจิตร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษ ผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (หน.ชุดพญาเสือ) เจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร (กรมป่าไม้) เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษฉลามขาว (กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำกำลังกว่า 100 นายเข้าร่วมปฏิบัติการ ระหว่างวันที่ 1-2 มิ.ย. รวม 2 วัน

สำหรับวันแรกได้เปิดปฏิบัติการทวงคืนผืนป่า ริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ บ้านเจาะเลาะ ต.นาสวน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ในพื้นที่เป้าหมาย 3 จุด บริเวณที่ 1 บ้านปลายนาสวน หมู่ 1 บริเวณที่ 2 บ้านเจาะเหลาะ หมู่ที่ 5 และบริเวณที่ 3 บ้านน้ำพุ (น้ำเอ่อ) หมู่ที่ 2 ต.นาสวน ทั้งนี้ได้พบแพพักจำนวน 3 แห่ง ไม่ถูกสุขลักษณะมีการปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำ โดยไม่มีการบำบัดและทิ้งสิ่งปฏิกูลในเขตอุทยานฯจึงได้ทำการเปรียบเทียบปรับ ตามมาตรา 16 มาตรา 18 และมาตรา 28 แห่ง พรบ.อุทยานฯ ระวางโทษเปรียบเทียบปรับไม่เกิน 1,000 บาท

นอกจากนี้ยังพบแพอีก 1 แห่ง เข้าไปหาประโยชน์ในเขตอุทยานฯ โดยไม่ได้รับอนุญาต มีความผิดตาม ม.16 ม.17 ม.28 พ.ร.บ. อุทยานฯ จึงได้เปรียบเทียบปรับไม่เกิน 500 บาท อีกรายตรวจยึดแพ 2 ชั้นทำจากไม้สักเกือบทั้งหลัง ได้ต่อแพขึ้นมาใหม่ในเขตอุทยานฯ โดยไม่มีการขออนุญาต ซึ่งไม้พื้นทำจากไม้สัก และมีบางส่วนเป็นไม้เรือนเก่า เช่น ไม้ประดู่ ไม้แดง ฯลฯ ซึ่งผู้ดูแลได้นำหนังสือกำกับไม้แปรรูปจำนวน 7 ใบมาแสดง จึงได้ทำการตรวจยึดดำเนินคดีแพดังกล่าว ส่วนไม้ที่นำมาก่อสร้างแพ จะทำการตรวจสอบที่มาว่าถูกต้องหรือไม่

ส่วนพื้นที่บ้านน้ำพุ พบว่าแพหลายราย ได้เคลื่อนย้ายหลบหนีการตรวจสอบไปอยู่ที่ ต.ท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ ซึ่งหากนำกลับเข้ามาในพื้นที่อุทยานฯอีก ทางเจ้าหน้าที่จะทำการจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้การตรวจสอบแพ มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดระเบียบแพพักให้มีความเหมาะสมภายใต้ พ.ร.บ.อุทยานฯ จากนั้นคณะทั้งหมดได้เจ้าตรวจสอบที่ภูฟ้าอิงน้ำ รีสอร์ท หมู่ 5 ต.นาสวน ซึ่งถูกจับดำเนินคดี ตั้งแต่ ปี 2551 จนคดีสิ้นสุด จึงเข้าไปประสานให้รื้อถอนภายใน 30 วัน ก่อนเดินทางไปจุดจอดเรือท่องเที่ยว หรือเรือสำราญทำจากเหล็กสามชั้นขนาดใหญ่ 2 ลำที่จอดในพื้นที่หมู่ 3 ต.ด่านแม่แฉลบ และตรวจสอบกองไม้สัก 700 ท่อนที่ถูกขนไปแช่น้ำไว้ขอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรันครินทร์ ซึ่งเจ้าของเรือและไม้สัก ต่างแจ้งว่ามีเอกสารการครอบครองถูกต้องจะนำมาแสดงในวันศุกร์ที่ 2 มิ.ย.นี้.