บริการข่าวไทยรัฐ

โวย'ทางหลวง'ไม่เหลียวแล เหยื่อไม้กั้นสะพานกรุงเทพ อ้างอุบัติเหตุ

ญาติโชเฟอร์แท็กซี่เหยื่อเหล็กกั้นสะพานกรุงเทพ โวย “กรมทางหลวง” ใจดำ ไม่ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม-คดีความ แถมป้ายความผิด อ้างเป็นอุบัติเหตุ พายุฝนพัดสลักยึดเครื่องกั้นทำเกิดเรื่อง ขณะที่ตำรวจออกหมายเรียกแล้ว คนควบคุมสั่งการ ด้านคนเจ็บยังโคม่าหนัก หมดสติ แถมส่อเสียตาขวาอีก

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 1 มิ.ย.60 ที่ รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 พร้อมคณะแม่บ้านตำรวจ บก.น.8 นำกระเช้าเยี่ยมผู้ป่วยและเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่งไปมอบให้ นายพรหมมา ขันขวา อายุ 67 ปี โชเฟอร์แท็กซี่โตโยต้า รุ่นอัลติส สีชมพู ของสหกรณ์แท็กซี่ไทย จำกัด หมายเลขทะเบียน ทส 5634 กรุงเทพมหานคร ซึ่งขับรถฝ่าพายุฝนจากถนนพระราม 3 ขึ้นสะพานกรุงเทพมุ่งหน้าฝั่งธนบุรี แล้วถูกเหล็กกั้นเปิด-ปิดสะพาน ยาว 4 เมตร แทงเข้ากระจกรถด้านหน้าทะลุออกกระจกด้านหลังฝั่งขวาในช่วงที่กรมทางหลวงชนบทจะทำการปิดกั้นสะพานเพื่อให้เรือขนาดใหญ่แล่นผ่าน ส่งผลให้ นายพรหมมา ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเหล็กกั้นหลบหนีไป ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา เบื้องต้นพบว่า นายพรหมมา ยังนอนหมดสติอยู่ที่ห้องไอซียู หลังแพทย์ทำการผ่าตัดกะโหลกศีรษะและควักลูกนัยน์ตาซ้ายออกไปแล้ว มีเพียงลูกสาวและลูกเขยที่คอยดูแลไม่ห่าง

จากการสอบถามนายสำเร็จ ทองเชตุ อายุ 40 ปี ลูกเขยของนายพรหมมา เล่าว่า ครอบครัวตนยากจนมากเป็นคนหาเช้ากินค่ำ ไม่คิดว่าพ่อตาจะมาประสบเหตุแบบนี้ ที่สำคัญตั้งแต่เกิดเรื่องยังไม่มีเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบทรายใดเข้ามาเยี่ยม หรือแสดงความรับผิดชอบช่วยเหลือทั้งด้านคดีความ และทางมนุษยธรรม นับว่าใจดำมากๆ หนำซ้ำ ยังมีการส่งตัวแทนเข้าไปให้การกับทางพนักงานสอบสวน อ้างว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุ สลักยึดเครื่องกั้นสะพานถูกพายุฝนพัดจนหลุดทำให้เครื่องกั้นสะพานกระเด้งมาถูกรถพ่อตาที่ขับผ่านมา ซึ่งตนว่าเป็นไปได้ยากมาก อย่างไรก็ตามอยากเรียกร้องให้ นายอัมพัน เชยกุล เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบท ที่ควบคุมระบบสั่งการเครื่องกั้นบนสะพานกรุงเทพในช่วงนั้น เข้ามอบตัวเสียทีเพื่อให้การนำความจริงมาสู้กัน อย่าคิดว่าจะหลบหนีไปได้พ้นเพราะเรื่องมันก็บานปลายมาถึงขนาดนี้แล้ว

ด้าน พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ เผยว่า ขณะนี้อาการของ นายพรหมมา ผู้ได้รับบาดเจ็บยังทรงตัว และยังไม่สามารถให้การใดๆ ได้เพราะยังหมดสติ โดยหลังจากนี้มีความเป็นไปได้ว่าลูกนัยน์ตาข้างขวาอาจจะต้องถูกควักออกด้วย ซึ่งยังต้องรอดุลยพินิจของทางแพทย์ผู้ให้การรักษา ส่วนความคืบหน้าทางคดีได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.เอนก ไพรศรี ผกก.สน.บางคอแหลม ว่า เช้าที่ผ่านมามีตัวแทนกระทรวงยุติธรรมได้เข้ามาประสานให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บแล้ว ส่วน นายอัมพัน ที่ยังหลบหนี ทางพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกไปแล้วให้เข้ามาพบในวันจันทร์ที่ 5 มิ.ย.นี้ หากยังไม่มาพบก็จะออกหมายเรียกอีกครั้ง และออกหมายจับติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป เนื่องจากเข้าข่ายมีเจตนาจะหลบหนี ส่วนผลการตรวจสอบตามคำอ้างว่าลมพายุฝนพัดสลักยึดเครื่องกั้นจนหลุดกระเด้งออกมาทำให้เกิดเรื่องขึ้นนั้น ยังต้องรอผลพิสูจน์จากกองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่วิศวกรรม ที่ร่วมดำเนินการตรวจสอบอีกครั้งก่อนนำมาประกอบสำนวนคดีเพื่อดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ที่โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เขตบางคอแหลม นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มอบหมายให้ เจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เดินทางลงพื้นที่เพื่อแจ้งสิทธิแก่ผู้เสียหายในคดีอาญา ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2559 จากกรณีดังกล่าวซึ่งเป็นเหตุให้นายพรหมมา คนขับแท็กซี่ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ได้รับบาดเจ็บ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้ทำการแจ้งสิทธิแก่นางกัลยา แต้มเกิด ภรรยาของผู้เสียหาย พร้อมแนะนำแนวทางการขอรับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ การขึ้นทะเบียนคนพิการ และการให้ความช่วยเหลือด้านอื่น โดยเจ้าหน้าที่กรมได้พูดคุยพร้อมมอบกระเช้าดอกไม้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ภรรยาของผู้เสียหาย รวมถึงจะจัดนักพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพเพื่ออำนวยความสะดวกในการขอรับความช่วยเหลือดังกล่าวต่อไป.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เหตุประมาท! เหล็กกั้นสะพานดีดใส่แท็กซี่ จนท.ไม่ประสาน ตร.ปิดถนน