บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กมธ.ขยับทุนประเดิมตั้งพรรคฯ 1.5 ล้าน ค่าสมาชิกคงไม่เกิน 100 ต่อปี

กมธ.ขยับทุนประเดิมจัดตั้งพรรคการเมืองจาก 1 ล้านบาทเป็น 1.5 ล้านบาท หากไม่จ่ายไม่มีสิทธิส่ง ส.ส.และไม่ได้รับเงินอุดหนุนพรรคการเมือง พร้อมเปลี่ยนหลักเกณฑ์ส่งผู้สมัครเป็นไพรมารีโหวต ยึดอำนาจจาก กก.บห. ไปให้สาขาพรรคพิจารณาส่งผู้สมัคร ส่วนค่าสมาชิกพรรคให้คงหลักการเดิม ไม่เกิน 100 บาทต่อปี 

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 60 ที่รัฐสภา นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ว่า กมธ.ได้ลงมติโหวตในมาตราสำคัญๆ 3-4 มาตรา คือ กรณีทุนประเดิมจัดตั้งพรรคการเมือง ที่ตามคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กำหนดไว้ที่ 1 ล้านบาท แต่ กมธ.พิจารณาแล้วเห็นว่า ควรแก้ไขเป็นให้ กกต.เป็นผู้กำหนด โดยยึดจากตัวเลขค่าใช้จ่ายการเลือกตั้ง ส.ส.ของแต่ละคน ในครั้งที่ผ่านมา คือ 1.5 ล้านบาท ดังนั้นทุนประเดิมในการจัดตั้งพรรคการเมืองจึงขยับจาก 1 ล้านบาท เป็น 1.5 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การจ่ายทุนประเดิมพรรคนั้น ไม่จำเป็นต้องนำมาจ่ายในวันจัดตั้งพรรคการเมือง สามารถนำมาจ่ายในวันที่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งได้ หากไม่ส่งผู้สมัครก็ไม่ต้องจ่าย แต่ถ้าพรรคใดไม่จ่ายทุนประเดิม จะไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองของ กกต. เหตุผลที่เพิ่มทุนประเดิมจัดตั้งพรรค เนื่องจาก กมธ.เห็นแตกต่างกันในเรื่องทุนประเดิม จึงให้ กกต.เป็นผู้กำหนดโดยยึดจากการใช้จ่ายการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่ผ่านมา โดย กมธ.ส่วนใหญ่เห็นด้วยยกเว้น กมธ.ที่เป็นตัวแทนจาก กรธ. และตนที่อยากให้คงทุนประเดิมไว้ที่ 1 ล้านบาท เช่นเดิม นอกจากนี้ ในตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคที่ กรธ.ตัดตำแหน่งเลขาธิการพรรคไม่เป็นกรรมการบริหารพรรคนั้น แต่ กมธ.เห็นว่าควรให้เลขาธิการพรรคเป็นกรรมการบริหารพรรคเช่นเดิม

ด้าน นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต.กล่าวว่า ส่วนประเด็นค่าสมาชิกพรรคนั้น กมธ.ให้คงตามร่างที่ กรธ.เสนอมา คือ ให้สมาชิกพรรคเสียค่าบำรุงพรรคปีละไม่เกิน 100 บาท อย่างไรก็ตาม มีบทเฉพาะกาลยกเว้นปีแรกให้จัดเก็บไม่น้อยกว่า 50 บาท และปีต่อไปจึงขยับเพิ่มเป็นไม่เกิน 100 บาท ขณะเดียวกัน กมธ.ยังมีมติให้แก้ไขเรื่องการส่งผู้สมัครรับเลือก ส.ส.ทั้งระบบ ส.ส.เขต และบัญชีรายชื่อ จากเดิมที่กำหนดให้กรรมการบริหารพรรคเป็นผู้คัดเลือกผู้สมัคร แก้ไขเป็นดังนี้ ในกรณีผู้สมัคร ส.ส.เขตจะให้พรรคประกาศรับสมัครผู้สมัคร ส.ส. จากนั้นจะส่งรายชื่อผู้สมัครไปให้สาขาพรรคหรือตัวแทนจังหวัดเป็นผู้พิจารณาว่าจะให้ใครเป็นผู้สมัคร โดยเลือกมาเขตละ 2 คนเพื่อส่งรายชื่อกลับมาให้กรรมการบริหารพรรคพิจารณา ถ้าหากไม่เลือกผู้ที่ได้รับคะแนนลำดับ 1 ต้องให้เหตุผลว่าเพราะอะไร หากไม่เลือกทั้งสองคนให้ส่งเรื่องกลับไปที่สาขาพรรคเพื่อคัดเลือกผู้สมัครใหม่ส่วนการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน กำหนดให้คณะกรรมการสรรหาแต่ละพรรคจัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมัคร 150 คน โดยให้หัวหน้าพรรคอยู่ในลำดับ 1 ส่วนลำดับที่ 2-150 ให้พรรคทำบัญชีรายชื่อและส่งไปให้สาขาพรรคหรือตัวแทนจังหวัดคัดเลือกโดยตัวแทนสาขาพรรค 1 คน สามารถเลือกได้ 15 รายชื่อ เมื่อลงคะแนนเสร็จแล้วจึงส่งกลับมาให้กรรมการบริหารพรรคจัดลำดับตามคะแนนโหวตตามที่สาขาพรรคลงคะแนนมา