วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฆ่าหั่นศพ บาปชาตินี้ยันชาติหน้า

ขอความสุขสวัสดีแด่ทุกท่าน ก่อนอื่นต้องถามทุกท่านว่า ยังสบายดีกันอยู่หรือเปล่า เดินทางไปทำงานยังสะดวกอยู่ไหม ไปด้วยรถหรือด้วยเรือ ที่ถามแบบนี้เพราะว่าช่วงนี้น้ำท่วมเกือบทุกพื้นที่ทั้งกรุงเทพฯและต่างจังหวัด

ก่อนที่จะเข้าประเด็น มาพูดเรื่องน้ำท่วมกันนิดหนึ่ง อาตมานึกถึงตอนน้ำท่วมกรุงเทพฯ ตอนนั้นคุณยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ ทำให้เกิดประโยคฮิตว่า “เอาอยู่ๆ” (คือควบคุมสถานการณ์ได้) ปีนั้นอยุธยาน้ำท่วมหนักมาก ประชาชนเดือดร้อนมาก ภาครัฐต้องแจกถุงยังชีพ บางพื้นที่เข้าถึงลำบากต้องใช้เฮลิคอปเตอร์เข้าไปแจกสิ่งของ

พระสงฆ์ก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ได้รับผลกระทบ ฮ.ก็บินวนเพื่อส่งของ พอเห็นพระเท่านั้นเข้าก็เลยขออนุญาตถวายกลางอากาศ ด้วยโยนสิ่งของลงมาทันที พอตกลงมันถึงน้ำ พระท่านก็กำลังจะหยิบถุงยังชีพ ทันใดนั่นเองมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาว่า “หยุดนะหลวงพี่ นี่มันไม่ใช่กิจของสงฆ์” เมื่อได้ยินคำว่าไม่ใช่กิจของสงฆ์ เหมือนโดนคาถานะจังงัง พระตัวแข็งไปชั่วขณะ พระก็เลยอดฉันตามเคย

เอาละโยมมาเข้าประเด็นที่ประชาชนกำลังสนใจกันดีกว่า คือ เรื่องฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม ที่ตอนนี้ทางตำรวจยังสอบสวนกันอยู่ ว่าต้นสายปลายเหตุเป็นอย่างไร แต่กลายเป็นว่าตอนนี้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม ว่าผู้หญิงที่หน้าตาดี มีชีวิตที่ดี ทำไมโหดเหี้ยมแบบนี้

โยมทั้งหลาย หน้าตาดีจะอยู่กับเรา 20 ปี สมองดีจะอยู่กับเรา 40 ปี แต่ความดีมันจะอยู่กับเราตลอดชีวิต อาตมาขอบอกว่า ชีวิตของเรามันสั้นนิดเดียว จะฆ่าแกงกันไปทำไม ฆ่าคนอื่นเป็นการสร้างกรรมหนักให้ตนเอง ก็อย่างคำที่ว่า ฆ่าด้วยอาวุธจะสิ้นสุดด้วยความแค้น ถ้าใช้ธรรมะชนะแทนความขุ่นแค้นจะหายไป

ที่ว่าชีวิตสั้นนิดเดียวมีข้ออุปมาของชีวิต 7 ข้อ คือ

1. ชีวิตเหมือนหยาดน้ำค้าง เมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เหือดแห้ง อยู่ได้ไม่นาน ชีวิตเมื่อเกิดก็มีแก่ เจ็บ ตาย ส่วนมากอยู่ไม่ถึงร้อยปีด้วยซ้ำ

2. ชีวิตเหมือนต่อมน้ำ หยาดฝนที่ตกมากระทบพื้น ก็สลายตัวทันที ชีวิตก็เหมือนกัน

3. ชีวิตเหมือนรอยไม้ที่กรีดในน้ำ แวบเดียวก็กลับสนิทดังเดิม คนที่มีชีวิตอยู่ก็ดุจเดียวกัน

4. ชีวิตเหมือนลำธารไหลลงจากภูเขา ย่อมนำสิ่งที่นำไปได้ไม่มีหยุด ดุจเดียวกับวันคืนล่วงไป ชีวิตก็ล่วงตาม

5. ชีวิตเหมือนก้อนเขฬะ ธรรมดาบุรุษผู้มีกำลังถ่มก้อนเขฬะที่ปลายลิ้นไม่ยาก ชีวิตก็ดับง่ายฉันนั้น

6. ชีวิตเหมือนชิ้นเนื้อนาบไฟ ชิ้นเนื้อใส่กระทะที่ตั้งไฟ ถูกนาบย่อมไหม้ฉันใด ชีวิตต้องเพลิงกิเลส และเพลิงทุกข์เผาผลาญให้เหี้ยนเกรียม ไม่ทนอยู่ได้ฉันนั้น

7. ชีวิตเหมือนโคที่จะถูกฆ่า นำไปสู่โรงฆ่าสัตว์ ชีวิตก็ถูกมัจจุราชคร่าตัวไปสู่ความตายฉะนั้น

เมื่อเราเห็นความเสื่อมไปของชีวิต แล้วเราจะโกรธแค้นคนอื่นไปทำไม เพราะไฟแห่งความแค้นก่อนที่มันจะเผาไหมคนอื่น มันย่อมเผาไหม้คนที่มีความแค้นก่อน เมื่อเราไม่ดับไฟแค้นที่เกิดขึ้นในใจ มันไม่ใช่จะเผาไหม้เราแต่ในชาตินี้ มันยังเผาไหมเราไปถึงชาติหน้าอีกด้วย และที่สำคัญมันยังเผาไหม้ พ่อแม่ญาติพี่น้องของเราด้วย

กรรมชั่วที่เราทำ มันไม่ได้ให้ผลแค่เราคนเดียว แต่มันยังมีผลกระทบต่อคนที่เรารักและรักแล้วด้วย ดังนั้นอาตมาขอบอกทุกท่านว่า กฎของกระจก คือ สะท้อนความจริง กฎของเวลา คือ ไม่ย้อนคืนกลับ กฎแห่งกรรม คือ ทำอย่างไรก็ต้องรับอย่างนั้น เพราะว่า เรามีกรรมเป็นของตน เป็นผู้รับผลแห่งกรรม

มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย เราทำกรรมอันใดไว้ ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม เราจักเป็นผู้รับผลแห่งกรรมนั้น

เจริญพร

พระมหาสมปอง