วันพุธที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใจคอทำด้วยอะไร? ผัวเมียพิการสู้ชีวิต ถูกจับปรับรีดเงิน

ผู้บังคับบัญชาตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีโลกโซเชียลเผยแพร่กรณีตำรวจจับปรับ 2 ผัวเมียพิการสู้ชีวิตเร่ขายสินค้านำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้...

เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สังคมออนไลน์แชร์ และแสดงความคิดเห็นถึงกรณีตำรวจสังกัด สภ.โกตาบารู อ.รามัน จ.ยะลา จับปรับเงินจาก 2 สามีภรรยาพิการ ซึ่งขายสินค้าเลี้ยงชีพเป็นเงินค่าปรับจำนวนมาก โดยไม่มีรายละเอียดชัดเจนสร้างความสงสารให้กับผู้ที่ทราบเรื่อง

ทั้งนี้ เฟซบุ๊ก "ผู้หญิง อย่าหยุดสวย", "#Aslammualaikum..." ระบุว่า มีสามีภรรยาชื่อมะดอกับ ปะดอ โดยสามีพิการตาบอด ส่วนภรรยาลำตัวครึ่งเดียว ไม่มีมือ และขา มาจากพื้นที่ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ประกอบอาชีพเร่ขายสินค้านำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ไม่กลับบ้าน 3 เดือนแล้วไปเร่ขายของที่ไหนจะขอความช่วยเหลือให้คนในพื้นที่ขับรถตู้พาหนะไปต่อยังพื้นที่ติดกันต่อๆ ไป มีผู้จะบริจาคเงินก็ไม่รับ แต่ขอให้ซื้อสินค้าแทน

กระทั่งเมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ตระเวนขายสินค้าไปถึงพื้นที่ต.โกตาบารู อ.รามัน จ.ยะลา แล้วถูกตำรวจตรวจจับปรับ โดย 2 สามีภรรยาอ้างว่า จ่ายภาษีแล้ว แต่ตำรวจจะปรับเงินถึง 10,000 บาท กระทั่งขอร้องเหลือค่าปรับ 3,000 บาท ใบเสร็จตำรวจให้แล้วเอาคืน เหลือเงินติดตัวกลับบ้านเพียง 1,000 บาท ซึ่ง 2 สามีภรรยาได้ขอความช่วยนำเรื่องลงเฟซบุ๊กและฝากบอกว่าอย่าจับเลยจะทำมาหากินสุจริต

ต่อมาเฟซบุ๊กดังกล่าว ระบุว่า หลังจากโพสต์เรื่องลงเฟซบุ๊กไม่นาน ผกก.สภ.โกตาบารู ที่เพิ่งทราบเรื่องได้เดินทางไปพบกับ 2 สามีภรรยาที่ถูกปรับเงิน พร้อมกับคืนเงิน ให้กำลังใจและรับดำเนินการกับผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อความถูกต้อง

ล่าสุด พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ ในฐานะรองโฆษก สตช. เปิดเผยกับ "ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์" ถึงกรณีนี้ ว่า เรื่องดังกล่าว เกิดขึ้นตามที่ปรากฏ โดย ผบก.ภ.จว.ยะลา ได้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว พร้อมกับมีคำสั่งให้ตำรวจ 4 นาย ที่เกี่ยวข้องไปช่วยราชการที่ บก.ภ.จว.ยะลา ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ มีรายงานระบุว่า วันเกิดเหตุตำรวจ 4 นาย มีการตั้งจุดตรวจ เมื่อรถของ 2 สามีภรรยาผ่านได้เรียกตรวจ แต่ไม่ยอมหยุด จนสามารถตามไปสกัดได้ห่างออกไปประมาณ 500 เมตร ตรวจสอบพบสินค้าต้องสงสัยจะหนีภาษี จากนั้น จะเชิญตัวไปโรงพัก

รองโฆษก สตช. กล่าวต่อว่า ต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงออกมาเนื่องจากทั้ง 2 ฝ่ายให้ข้อมูลไม่ตรงกัน ซึ่งหากพบว่า ตำรวจทำผิดจริงจะถูกดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา ส่วนกรณีหากผลการตรวจสอบออกมาในอีกแบบก็ต้องดำเนินการไป ยืนยันว่า ต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย.  

ขอบคุณภาพและเรื่องจากเฟซบุ๊ก "ผู้หญิง อย่าหยุดสวย", "#Aslammualaikum..."