บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เพราะเป็นหนี้ พี่นี้จึงเป็นโจร! จับแล้ว1 แก๊สตัดATMไทยพาณิชย์ ลัก2.1ล.

รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่เพชรบุรี แถลงข่าวการจับ 1 ในคนร้ายที่ใช้แก๊สตัดตู้เอทีเอ็ม แบงก์ไทยพาณิชย์ ต.ต้นมะพร้าว ได้เงินไปกว่า 2.1 ล้าน สารภาพเป็นโจรเพราะมีหนี้ นำส่วนแบ่ง 8 แสนไปใช้หนี้ที่อุบลฯ ก่อนจะโดนจับที่โคราช...

เวลา 10.30 น. วันที่ 1 มิ.ย. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.ภาค 7 พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รอง ผบช.ภาค 7 พล.ต.ต.สมชาย รักเสนาะ ผบก.สส.ภาค 7 พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี และ พ.ต.อ.ศิลปชัย มีช่วย ผกก.สภ.เมืองเพชรบุรี ได้เดินทางมาเพื่อแถลงข่าวการจับกุม 1 ในคนร้ายที่ใช้แก๊สตัดตู้เอทีเอ็มของธนาคารไทยพาณิชย์ ตั้งอยู่หน้าบริษัท เอส อาร์ สปินนิ่ง จำกัด ต.ต้นมะพร้าว อ.เมืองเพชรบุรี ได้เงินไปจำนวน 2,183,000 บาท ได้แล้วที่ จ.นครราชสีมา

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณีที่มีคนร้ายลงมือก่อเหตุใช้แก๊สตัดตู้ ATM ของธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ติดตั้งอยู่บริเวณหน้า บริษัท เอส.อาร์.สปินนิ่ง จำกัด หมู่ 2 ตำบลต้นมะพร้าว อำเภอเมืองเพชรบุรี เมื่อเวลาประมาณ 04.20 น. วันที่ 20 พ.ค. 60 ได้เงินเป็นธนบัตรใบละ 1,000 บาท ไปจำนวน 2,183,000 บาท ตำรวจได้ทำการสืบสวนจากหลักฐานที่คนร้ายทิ้งไว้คือ ถังแก๊ส ถังออกซิเจน และหัวพ่นที่ใช้ในการตัดตู้เอทีเอ็ม ซึ่งคนร้ายไปหาซื้อมา เป็นเบาะแส กระทั่งศาลังหวัดเพชรบุรี ได้ออกหมายจับผู้ต้องหา 

สำหรับคนร้ายรายนี้คือ นายชาญณรงค์ ห้วยหงส์ทอง อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 408 หมู่ที่ 3 ต.โนนก่อ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ชุดสืบสวนภูธรภาค 7 สามารถจับกุมตัวได้ขณะกำลังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา และได้นำตัวลงมาแถลงข่าวในวันนี้

นายชาญณรงค์ กล่าวว่า ตนเองมีหนี้สิน จึงวางแผนร่วมกับเพื่อนอีกคนใช้หัวพ่นแก๊สตัดตู้เอทีเอ็มแล้วนำเงินไปแบ่งกัน โดยตนเองได้ส่วนแบ่งมา 8 แสนบาท จากนั้นกลับไปบ้านที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อนำเงินไปใช้หนี้ และขณะหลบอยู่ที่ จ.นครราชสีมา ก็ถูกจับตัวได้ สาเหตุที่เลือกลงมือที่ตู้เอทีเอ็มที่เกิดเหตุ เนื่องจากขับรถวิ่งผ่านและสังเกตว่า เปลี่ยวและเหมาะที่จะทำการโจรกรรม จากนั้นวันที่ 18 พ.ค. ได้ไปตระเวนหาซื้อเครื่องมือ ถังแก๊ส ถังออกซิเจน ที่ จ.ราชบุรี พร้อมอุปกรณ์ต่างๆ และลงมือโจรกรรมในวันที่ 20 พ.ค. โดยมีเงินที่ถูกไฟไหม้ไปจำนวนหนึ่ง นำเงินไปแบ่งกับเพื่อนบนรถคันที่นำไปก่อเหตุ นำไปใช้หนี้จนหมด กระทั่งมาถูกจับ.