บริการข่าวไทยรัฐ

เขย่า ปชป.เกมแห่งอำนาจ

โดย สายล่อฟ้า

แค่ยกที่ 1 ความเป็นไปใน ปชป.

การขยับตัวของพรรคการเมือง เพื่อเดินหน้าไปสู่สนามเลือกตั้ง แม้ยังมีเวลาเหลืออีกปีกว่า แต่ก็เริ่มเห็นความเคลื่อนไหวบ้างแล้ว

ภาพรวมทางการเมือง จากพรรคการเมืองและนักการเมืองที่ปรากฏในขณะนี้ได้วางเป้าไปสู่การโจมตี คสช. ถือว่าเป็น “เป้านิ่ง” และสามารถเก็บคะแนนเรียกเสียงสนับสนุนจากประชาชนได้

แต่ต้องไม่ลืมว่า ในแต่ละพรรคการเมืองล้วนมีปัญหาภายใน เพื่อจัดขบวนทัพ ซึ่งก็เป็นเรื่องสำคัญอีกเช่นกัน

พรรคเพื่อไทยพรรคการเมืองใหญ่ที่ยังเชื่อว่าจะได้ ส.ส.มากกว่าพรรคการเมืองอื่นๆด้วยมั่นใจว่ายังมีมวลชนให้การสนับสนุน

ณ วันนี้ยังไม่มีหัวหน้าพรรคที่จะนำทัพสู้ศึกเลือกตั้ง

ทว่า พรรคการเมืองพรรคนี้มีเจ้าของตัวจริงเสียงจริง ที่สามารถสั่งการได้เพียงแต่ว่าจะให้ใครเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งทำได้ง่าย เพียงแต่ว่าการเมืองวันนี้ต่างกับที่ผ่านมา การจะให้ใครเป็นจึงขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เป็นจริงเป็นตัวกำหนด

อย่างน้อยๆก็ต้องรอดูความเป็นไปจากพรรคคู่แข่งคือ ประชาธิปัตย์ว่าสุดท้ายแล้วจะลงเอยอย่างไร

“ประชาธิปัตย์” ปัจจุบันมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรค และจะต้องมีการประชุมใหญ่เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคตามวาระ

ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติคงไม่มีอะไรก็ว่าตามกันไป คือเสียงข้างมาก จะเลือกใครก็ว่ากันไป เพราะมีกติกาชัดเจน

เผอิญที่ว่าความเป็นไปในพรรคการเมืองนี้ 2 ปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง

1 ปัจจัยภายใน เมื่ออดีตสมาชิกพรรคที่ออกไปร่วมขบวนกับ กปปส. ภายใต้การนำของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่เคยมีบทบาทสูงสุด แต่ได้ประกาศตัวแล้วว่าจะไม่หวนกลับมาประชาธิปัตย์อีกแล้ว

แต่บรรดา กปปส.ชุดใหญ่ยังต้องการเล่นการเมืองต่อไป ด้วยการขอใช้สิทธิสมาชิกพรรคเหมือนเดิม จึงแห่กันไปพบกับนายอภิสิทธิ์เพื่อเจรจาความกัน

พวกเขายืนยันว่า จะเล่นตามกติกาพรรค ยังสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ไม่มีปัญหา

การคืนถิ่นของ กปปส. แม้นายอภิสิทธิ์ยอมรับได้ แต่คนในพรรคที่เห็นต่างกันมาก่อนหลายคนไม่ค่อยสบอารมณ์ เพราะถือว่าเดินคนละแนว และแยกตัวออกไปแล้วก็ควรไปตั้งพรรคเอง

2 ปัจจัยภายนอกคือ คสช. ที่มีส่วนเข้ามาเกี่ยวพันอย่างแยกไม่ออก เพราะนายสุเทพได้แสดงแนวคิดทางการเมืองว่า ต้องการสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เป็นนายกฯต่อไปหลังเลือกตั้ง

เพราะเห็นว่าเหมาะสมที่จะผลักดันการปฏิรูปประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้

แม้จะแสดงตัวว่าเป็นความเห็นส่วนตัวไม่เกี่ยวกับกลุ่ม กปปส.ที่กลับเข้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่ก็ทำให้คนใน ปชป.แสดงความไม่พอใจ

กระทั่ง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เองก็เถอะ...

วันนี้ยังเป็นแค่การเริ่มต้นของการผสมผสานภายในประชาธิปัตย์ เพื่อให้เกิดการประนีประนอม แต่วันหน้ายังไม่มีใครคาดการณ์อะไรได้

มีหรือที่นายสุเทพจะหยุดการขับเคลื่อน

เพราะการปฏิรูปประเทศสิ่งที่ต้องผลักดันก็จะต้องทำทุกอย่างเพื่อให้สำเร็จเป็นเหตุผลที่กลุ่ม กปปส. จะต้องร่วมขบวนด้วย

นั่นแหละจะเป็นปัญหาที่ทำให้ประชาธิปัตย์จะต้องเกิดอาการป่วนภายในอย่างแยกไม่ออก นับแต่การเลือกหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค

สุดท้ายก็จะจบลงที่เก้าอี้นายกฯคนต่อไป.


“สายล่อฟ้า”