วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เลือดเย็น สยดสยอง! เปิดอก 5 ตร.นักสืบมือฉมัง 5 คดีฆ่าหั่นศพสุดโจษจัน

กับเหตุที่เกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ หลัง น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือแอ๋ม อายุ 22 ปี สาวคาราโอเกะในเมืองขอนแก่น ถูกกลุ่มคนใจอำมหิตฆ่าหั่นศพแบ่งครึ่งเป็น 2 ส่วน แล้วยัดใส่ถังฝังดินใน อ.เขาสวนกวาง จนเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ ทำให้นึกย้อนกลับไปว่า เมืองไทยก็มีเหตุลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง ไม่ว่าจะคนไทยกันเอง หรือต่างชาติฆ่ากันในบ้านเรา ด้วยจากหลายสาเหตุ อาทิ หึงหวง โกรธแค้น หรือขัดผลประโยชน์ แม้แต่ยังไม่ยอมรับสารภาพจนปัจจุบันก็มี


วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ จะพาย้อนไปถึงเหตุการณ์ฆ่าหั่นศพที่สุดสะเทือนขวัญ โดยขอยกมา 5 คดีเด่นดัง ที่ฆาตกรมีตั้งแต่คนแปลกหน้า เพื่อนสนิท คนใกล้ชิด ยันสามีภรรยา และเรื่องราวยังเป็นที่กล่าวขานอยู่เสมอ แม้บางคดีจะผ่านไปนานหลายสิบปี แต่คนไทยส่วนใหญ่ก็ยังจำได้ไม่ลืม ผ่านการเล่าขานของ 5 นายตำรวจมือฉมัง ที่ร่วมสืบสวนคดีดังเหล่านี้

"หมอวิสุทธิ์ ฆ่าหมอผัสพร ปัจจุบันพ้นโทษ ขอเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ บวชเป็นพระ"

นพ.วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ แล่เนื้อชำแหละศพภรรยา พญ.ผัสพร บุญเกษมสันติ เมื่อปี 2544 โดยก่อนเกิดเหตุสลดนี้ ก่อนหน้ามีเรื่องการฟ้องหย่าที่มีปัญหาขัดแย้งกันมานาน โดย พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ (บิ๊กปุ๊) อดีต รอง ผบ.ตร. เผยว่า เอาจริงๆ ไม่อยากจะพูดถึงคดีนี้อีกเลย เพราะว่ามันผ่านมานานแล้ว และเขาก็ออกจากคุกมาแล้ว เหมือนเป็นการซ้ำเติมครอบครัวให้เขาสะเทือนใจอีก ส่วนตัวเขาเองทราบว่าไปบวช ไม่อยากจะพูดในแง่ไม่ดี เพราะช่วงที่ทำคดีเท่าที่พูดคุยกับเขา ก็มีความรู้สึกเห็นใจ ทุกอย่างมาจากความอึดอัด กดดัน เหมือนมีอะไรบีบบังคับให้ต้องเป็นแบบนั้น ซึ่งก็ดำเนินคดีตามพยานหลักฐานที่มีทั้งหมด


"ตอนเขาติดคุกคิดจะไปเยี่ยมนะ แต่ไม่มีโอกาสได้ไป เขาเคยดูดวงผมด้วย ว่าผมจะได้ขึ้นยศสูงสุดเป็น พล.ต.อ. สมัยทำคดีผมเป็น พล.ต.ต. ตำแหน่ง รอง ผบช.น. ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าผมจะมาถึงจุดนั้นจริงๆ ถ้าให้ผมพูดก็จะเล่าแนวนี้แหละ เขาไม่ใช่คนจิตใจเลวร้ายอะไร ที่เขาทำทั้งหมดก็ชดใช้ไปแล้วในคุก วันนี้เขาออกมาปฏิบัติธรรมอยากให้สังคมลืมๆ สิ่งที่ผ่านมา อย่าขุดคุ้ยอะไรอีกเลย ฝากยินดีกับเขาด้วยที่ได้บวชอย่างตั้งใจไว้"

"เสริม" นิสิตแพทย์ ฆ่า "เจนจิรา" แฟนสาวรุ่นพี่ เหตุถูกขอเลิก

คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2541 นายเสริม สาครราษฎร์ ขณะเกิดเหตุกำลังศึกษาอยู่คณะแพทย์ ก่อเหตุฆ่าหั่นศพ น.ส.เจนจิรา พลอยองุ่นศรี แฟนสาวรุ่นพี่ปี 5 คณะเดียวกัน โดยใช้ปืนยิงที่ขมับแฟนสาว เนื่องจากมีปัญหาเรื่องความหึงหวง จากนั้นใช้มีดผ่าตัดเฉือนศพเป็นชิ้นๆ ทิ้งลงชักโครก จนมีผู้พบชิ้นเนื้อ พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ (บิ๊กแหมว) ผบช.ศชต. เล่าว่า สำหรับคดีนี้ ตนเองไม่ใช่เจ้าของคดีโดยตรง ไม่ใช่พื้นที่รับผิดชอบ ขณะนั้นมีตำแหน่งเป็นรอง ผกก.สส.บก.น.7 โดยมี พล.ต.ต.โกสินทร์ หินเธาว์ อดีต ผบก.ป. เป็น ผกก. แต่ที่ได้มาทำคดีเพราะรู้สึกสนใจ จึงปรึกษากับ พล.ต.ต.โกสินทร์ เหตุที่อยากทำเพราะไปนั่งร้านตัดผม แล้วชอบอ่านหนังสือพิมพ์ หน้า 1 มันจะมีข่าวกรอบเล็กๆ ประกาศตามหาผู้หญิงคนหนึ่งทุกวันแต่ยังหาไม่พบ ก็สงสัยว่าหายไปไหน จึงเข้าไปขอทราบรายละเอียด และร่วมทำคดีนี้กับพื้นที่คือ สืบสวนนครบาล 1 หรือเรียกว่า สืบเหนือในสมัยนั้น ทราบว่าทางเจ้าหน้าที่เคยเรียกผู้ต้องสงสัยมาสอบแล้วหลายรอบ ทั้งมาคนเดียวและมากับทนายความ แต่ยังให้การปฏิเสธ  

กระทั่งเริ่มทำคดีนี้ได้ให้ลูกน้องไปเรียกตัวนายเสริมมาสอบ จำได้ว่าก่อนที่เขาจะเดินทางไปมหาวิทยาลัย ใช้เวลาพูดคุยกัน 6-7 ชม. ถึงเริ่มคลี่ปมออกมาเรื่อยๆ เราก็หาหลักฐานไปตามคำให้การ ก็เป็นจริงทุกอย่าง ไม่ว่าจะสถานที่ลงมือฆ่า ที่ทิ้งอาวุธปืน รวมถึงย่านเมืองทองธานีที่นำรถของผู้ตายไปทิ้ง ยาวไปจนถึงจุดทิ้งกะโหลก ณ วันนี้จำได้ว่า ถึงแม้จะมีหลักฐานว่า นายเสริม อยู่กับเจนจิราเป็นคนสุดท้าย แต่ไม่ทิ้งหลักฐานอะไรไว้เลยว่าเป็นผู้ลงมือ รวมถึงการสืบหามันซับซ้อนกว่านี้มากนั้นเป็นเพราะ “เขาเป็นคนมีการศึกษา มีความคิดที่รอบคอบกว่า แตกต่างจากการฆ่าหั่นศพสมัยนี้ ผู้ลงมือก่อเหตุจะมีวิธีที่แตกต่างกันอยู่มาก” 

“ปัจจุบันทราบว่าพ้นโทษแล้ว ก็ไม่อยากจะไปซ้ำเติมอะไรหรือพูดลงละเอียด เพราะมันคืออดีต มันผ่านไปแล้ว สิ่งที่เขาทำทั้งหมดชดใช้แล้ว ไม่อยากให้ขุดขึ้นมาซ้ำเติม อดีตผ่านไปแล้ว ทุกคนต้องมีจุดเริ่มต้น มีโอกาสใหม่ ใครเสพข่าว ข้อมูล ก็เสพไว้แค่เป็นอุทาหรณ์ว่าอย่าไปทำแบบนี้ ไม่ใช่เสพข้อมูลเพื่อมาซ้ำเติมเขา ผมเล่าได้แค่นี้”

"สามีชาวยิว ฆ่าหั่นศพอดีตภรรยา ทิ้งคลองผดุงฯ สุดสยอง บั่นคอ กรีดหน้า ถลกหนังศีรษะ"


พล.ต.ท.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น (บิ๊กตุ๊) อดีตผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวถึงคดี นายอีลี โคเฮน หนุ่มยิว ฆ่าหั่นศพอดีตภรรยาสาวอิสราเอล หลังชักชวนกันมาเที่ยวเมืองไทย และพยายามขอคืนดีแต่ไม่เป็นผล โดยแบ่งชิ้นส่วนต่างๆ ใส่กระเป๋าเดินทางทิ้งลงคลองผดุงกรุงเกษม ศีรษะถูกบั่นขาด ใบหน้าและหนังศีรษะถูกถลก ที่ใบหน้ามีรอยมีดกรีดลอกหนังออกไปจนถึงแก้มและริมฝีปากอย่างอำมหิต ส่วนกะโหลกถูกพบในคลองแสนแสบ ว่า มัน 10 กว่าปีแล้ว เอารายละเอียดลึกๆ คงจำไม่ได้ทั้งหมด แต่ในวันนั้นปิดคดีภายใน 24 ชม. หลังรับแจ้งจากพื้นที่ว่าพบชิ้นส่วนศพลอยน้ำในคลองผดุงกรุงเกษม ต่อมาก็เจอกุญแจดอกสำคัญคือผ้าขนหนูมีตราของโรงแรมแห่งหนึ่งย่านโบ๊เบ๊ แต่เมื่อไปถึงโรงแรมไม่ให้ความร่วมมือมากนัก แต่สุดท้ายก็ได้คุย กระทั่งเรียกแม่บ้านมาสอบปากคำ จึงรู้ว่ามีชายต่างชาติคนหนึ่งมาหยิบผ้าแบบที่เจอในกระเป๋าชิ้นส่วนศพไปหลายผืนมาก จนแกะรอยเพิ่มได้จากกล้องวงจรปิด ก็พบมีผู้ชายซึ่งระบุว่าเป็นคนเดียวกับที่หยิบผ้าไปลากกระเป๋าออกมาจากลิฟต์ มีท่าทีพิรุธ สอบจนรู้ว่าพักห้องไหน แถมในข้อมูลลูกค้ายังระบุว่าขอเปลี่ยนห้องพัก จึงมีความเป็นไปได้สูง

ก่อนหน้านี้ได้รับแจ้งจากสถานทูตว่า มีชายต่างชาติแจ้งว่าภรรยาหายไป มันสอดคล้องกันหมด กระทั่งคุมตัวไปยัง สน.พลับพลาไชย 2 และให้ พฐ.เข้าตรวจพิสูจน์ห้องพักห้องแรกที่เข้าพัก มองเผินๆ ไม่มีอะไร แต่เมื่อใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์ตรวจคราบเลือดในห้องน้ำ ปรากฏว่ามีคราบเลือดจริง ก่อนจะไปตามหาร้านที่ซื้อมีด กระเป๋าเดินทาง แล้วก็ค้นหาชิ้นส่วนศพที่เหลือ  


"คดีนี้ถามว่ายากไหม ก็ไม่ยากมาก เพราะหลักฐานมันชัด เราเลยนำสืบแล้วจับกุมได้โดยเร็ว แต่ก็ถือว่าสะเทือนขวัญนะ สำหรับผมผ่านคดีฆ่าหั่นศพมาไม่น้อย แต่ที่โหดและตามจับค่อนข้างยาก เป็นคดีเกิดในท้องที่ บก.น.4 ตอนนั้นผมเป็น ผบก.น.4 น่าจะเกือบ 20 ปีแล้ว ผู้ต้องหาเป็นคนจีน สมัยนั้นเทคโนโลยีไม่ค่อยทันสมัยเหมือนตอนนี้ แกะรอยยากกว่า ตามสืบก็ยาก ที่สำคัญคือเมื่อก่อน หากมีเคสฆ่าหั่นศพส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติก่อเหตุ นานๆ จะมีคนไทยก่อเหตุสักที แต่เดี๋ยวนี้คนไทยหันมาทำอะไรแบบนี้เยอะขึ้น นี่คือความแตกต่าง"

"ฆ่าหั่นศพชายฮังการี ยัดตู้แช่ 8 ปี ทุกวันนี้ผู้ต้องหายังปฏิเสธ"


พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม (บิ๊กเปีย) ผบก.ภ.จว.ชลบุรี อดีต ผบก.น.5 เปิดเผยความรู้สึกในการทำคดีฆ่าหั่นศพชาวต่างชาติ ในพื้นที่ สน.พระโขนง เมื่อ ต.ค. 2559 ซึ่งครั้งนั้นตำรวจไปตามจับกุมชาวต่างชาติ 3 คน พร้อมพาสปอร์ตปลอมจำนวนมาก ว่า หลังจับผู้ต้องหาได้ ตรวจสอบพบตู้แช่เย็น เมื่อเปิดดูพบเป็นศพชายเชื้อชาติฮังการี สัญชาติอเมริกัน ถูกหั่นแยกชิ้นส่วน คดีนี้ค่อนข้างยาก เพราะผู้ตายถูกฆ่ามานาน ตรวจสอบพบว่าตู้แช่เย็นที่พบ ผู้ต้องหาซื้อมาตั้งแต่ปี 2551 โดยศพที่ถูกหั่น ถูกฆ่ามา 8 ปี หรือ 1 ปี แทบไม่แตกต่างกันเลย เพราะศพถูกแช่เย็นมาตลอด

ต้องตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด ทั้งตู้แช่ ถุงห่อศพ เชือก กุญแจคล้องตู้ รวมถึงหลักฐานอื่นๆ มาประกอบ ต้องตรวจหาพยานย้อนหลังไป 7-8 ปี และใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์ประกอบ ซึ่งการสืบสวนว่าผู้ตายเป็นใคร มาจากการเก็บดีเอ็นเอ สอบพยานแวดล้อม และให้ พฐ.ทำกราฟิกใบหน้า เมื่อได้ดีเอ็นเอมาแล้ว ก็ต้องยืนยันหลักฐานไปยังต่างประเทศ เพื่อให้ญาติผู้ตายที่ต้องสงสัยมาตรวจสอบหลายคน จนยืนยันได้ว่าเป็นญาติกันและทราบชื่อผู้ตายชัดเจน


"สำหรับมูลเหตุจูงใจในการฆ่า ก็ยังเป็นปริศนาถึงทุกวันนี้ เพราะนายปีเตอร์ให้การปฏิเสธและไม่ยอมสารภาพ ตำรวจก็สันนิษฐาน ทั้งเรื่องโกรธแค้น เรื่องส่วนตัว ชู้สาว ประเด็นรักร่วมเพศ หรือหักหลังธุรกิจ ซึ่งยังไม่แน่ชัด และคดีหั่นศพนี้ก็เป็นครั้งแรกที่เคยทำด้วย"

"ฆ่าหั่นศพอดีตตำรวจอิสราเอล โบกปูน อ้างหึงหวง แค้นถูกตีท้ายครัว"


พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง (บิ๊กทิน) ผบก.ป. เล่าย้อนถึงคดีชายอิสราเอลฆ่าหั่นศพอดีตตำรวจชาติเดียวกัน แบ่งเป็น 3 ท่อน แยกใส่กระเป๋าก่อนโบกปูนอำพราง ซึ่งศพมีบาดแผลถูกแทงหลังพรุนกว่า 30 แผล ถูกฟันศีรษะ 8 แผล ขมับถูกทุบยุบ ว่า หลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาปฏิเสธ บอกไม่รู้ไม่เห็นการหายตัวไปของผู้ตาย แต่หลังการเข้าไปตรวจค้นบ้านพบคราบเลือดที่บานพับประตู และได้กลิ่นเหม็นเน่า อีกทั้งยังพบร่องรอยการก่อปูนมีลักษณะเพิ่งเสร็จใหม่ๆ โดยใช้อิฐบล็อกต่อกันสูงประมาณ 2 ก้อน และโบกปูนทับไว้ใกล้ห้องน้ำใต้บันได มันน่าสงสัย จึงทุบทำลายปูนทิ้งก็เจอศพถูกหั่นเป็น 3 ท่อน แบ่งใส่ถุงดำเป็น 3 ถุง ถุงแรก เป็นส่วนศีรษะ มีร่องรอยฟันกลางศีรษะ ถุงที่ 2 เป็นขาซ้าย สวมถุงเท้าสีดำ และถุงที่ 3 เป็นถุงใหญ่  


"ผู้ต้องหาสารภาพว่า ผู้เสียชีวิตมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับแฟนสาวของเขา เลยหึงหวง บันดาลโทสะ ลงมือฆ่าตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. คดีนี้จับผู้ต้องหาได้ไว เพราะทีมตำรวจประสานกัน แบ่งงานกันทำเป็นส่วนๆ ไป เลยจับคนร้ายได้ใน 24 ชม. ก็ถือว่ารวดเร็ว และเป็นคดีสะเทือนขวัญที่ต่างชาติมาก่อเหตุในไทย"


คดีดังทั้ง 5 นี้ ล้วนแล้วแต่ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยม หากลองมองดูลึกลงไป สาเหตุมักเริ่มจาก "ความรัก" รักมากจนแค้น รักมากแต่ถูกตีจาก หึงหวงคนรัก หรือหมดรักแล้วอีกฝ่ายไม่ยอม จะจากสาเหตุใดก็ไม่คิดว่าจะทำกันได้ถึงเพียงนี้ ฆ่าให้ตายแล้วยังไม่สาแก่ใจ ต้องหั่นกันเป็นชิ้นๆ แทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม แม้หลายคดีสามารถปิดได้รวดเร็วใน 24 ชม. แต่ก็หวังว่าวันหนึ่งบ้านเมืองเราจะมีเรื่องเช่นนี้ลดลงและหายไปในสักวัน...

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


เลือดสาดกระเซ็น! รวม 3 คดีสยองขวัญ ฆ่าหั่นศพในตำนาน อำมหิตเล่าขานไม่รู้ลืม
'ฆ่าโหด ชำแหละ แนบเนียน...' ปรากฏการณ์สยอง 'เสื้อกาวน์' เลือดเย็น...?
ฆ่าหั่นศพ! ยัดเป๋าโบกปูน อดีตตร.ยิว


คดีฆ่าหั่นศพอื่นๆ คลิกที่นี่