บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตัดสินประหาร ฆ่าชิงไอโฟน 2ไอ้โหดเข่าทรุด

แทงคอ ‘บัณฑิต’ ศาลชี้ไม่ลดโทษ ‘จำนน’ หลักฐาน

ศาลอาญาสั่งประหารชีวิต “ไอ้ตั้ม” พร้อมคู่หูฆ่าเหยื่ออย่างอำมหิตใช้มีดแทงคอชิงโทรศัพท์ไอโฟน บัณฑิต มศว บริเวณปากซอยสุคนธสวัสดิ์ 27 ไม่ลดโทษเพราะก่อเหตุหลายครั้งไม่ยำเกรงกฎหมาย คำรับสารภาพจำนนต่อหลักฐานและภาพกล้องวงจรปิด ขณะที่พฤติการณ์เป็นภัยร้ายแรง ทำผิดหลายครั้งยากที่จะปรับแก้นิสัย พี่สาวเหยื่อเผย แม่ไม่มาฟังเพราะไม่พร้อมเผชิญหน้าคนร้าย พอใจคำตัดสินและเชื่อในกฎแห่งกรรม

สองคนร้ายฆ่าชิงโทรศัพท์ไอโฟนบัณฑิต มศว ถูกศาลพิพากษาประหารชีวิต โดยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 พ.ค. ศาลอาญามีคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องนายกิตติกร หรือตั้ม วิกาหะ อายุ 26 ปี และนายสุพัฒนชัย หรือเอ็กซ์ จันทร์ดี อายุ 25 ปี เป็นจำเลยที่ 1-2 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นเพื่อปกปิดการกระทำความผิดของตนและพาทรัพย์นั้นไป ร่วมกันชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ร่วมกันพกพาอาวุธ กรณีอัยการฟ้องว่า เมื่อวันที่ 4 ม.ค.60 เวลากลางคืน จำเลยที่ 1 ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ มีจำเลยที่ 2 ขี่รถไปบนถนนสุคนธสวัสดิ์ เขตลาดพร้าว กทม. เมื่อมาถึงปากซอยสุคนธสวัสดิ์ 27 ได้ชิงทรัพย์เอาโทรศัพท์ไอโฟน ราคา 26,000 บาท ของนายวศิน เหลืองแจ่ม บัณฑิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ประสานมิตร กับใช้มีดพกแทงคอและที่อวัยวะสำคัญหลายครั้งจนนายวศินเสียชีวิตแล้วหลบหนีไป ต่อมาตำรวจจับตัวได้พร้อมของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลสืบพยานโจทก์สองปากประกอบคำรับสารภาพได้ความว่า พยานปากแรก เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนใกล้ที่เกินเหตุ 10 เมตร เห็นผู้ตายเดินมาและเห็นจำเลยซ้อนรถจักรยานยนต์แล้วลงมาแย่งโทรศัพท์กับใช้มีดแทงผู้เสียชีวิต พยานอีกปากเห็นจำเลยคนหนึ่งสวมหมวกกันน็อกไม่ปิดหน้าได้ร่วมกันชิงทรัพย์แล้วหลบหนีไป เมื่อพิจารณาประกอบสำนวนการสอบสวน คำรับสารภาพนำชี้ที่เกิดเหตุ ภาพจากกล้องวงจรปิดที่เห็นใบหน้าจำเลย รวมกับหลักฐานอื่น เช่น ลายนิ้วมือแฝงที่หมวกกันน็อก มีดของกลางและโทรศัพท์ที่ยึดได้จากบ้านจำเลย พยานหลักฐานจึงมีความสอดคล้องกันอย่างมั่นคงและไม่ได้เกิดจากการกระทำที่ไม่ชอบประกอบกับพยานบุคคลไม่มีเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อนฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้อง ลงโทษประหารชีวิต เนื่องจากการกระทำของจำเลยอุกอาจไม่ยำเกรงกฎหมาย คำรับสารภาพเกิดจากการจำนนต่อภาพกล้องวงจรปิดและพยานอื่นประกอบคำรับสารภาพไม่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา จำเลยเคยมีประวัติก่ออาชญากรรมร้ายแรง และมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดยากที่จะนำตัวมาเยียวยาแก้ไข ศาลไม่มีเหตุลดโทษ และคดีอื่นที่ขอบวกโทษเพิ่มโทษมาสองสำนวนยังไม่มีคำพิพากษา ศาลลงโทษคดีนี้สถานหนักแล้ว ยังไม่อาจบวกโทษเพิ่มโทษอีกได้ให้ประหารชีวิตสถานเดียว หลังฟังคำพิพากษานายตั้มถึงกับตัวสั่นตาแดงมือไม้อ่อนเซ็นชื่อรับทราบคำพิพากษาไม่ถูก เจ้าหน้าที่ต้องจับมือให้เซ็นชื่อ ส่วนนายเอ็กซ์สีหน้าไม่สะทกสะท้าน

น.ส.ศรุตา เหลืองแจ่ม พี่สาวของนายวศินผู้เสียชีวิตกล่าวว่า พอใจมากที่ศาลพิพากษาประหาร ชีวิตจำเลยทั้งสองคน และไม่มีการลดโทษ ส่วนจำเลยจะมีการยื่นอุทธรณ์หรือไม่ยังไม่ทราบ รายละเอียดขอคุยกับทนายความและที่บ้านก่อน เราเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม ทำดีได้ผลดี ทำไม่ดีก็ได้ผลไม่ดี ใครทำอะไรก็ได้ผลอย่างนั้น เราคิดถึงคนที่เรารักทำใจว่า ความตายเป็นเรื่องธรรมดาถึงแม้จะโหดร้าย และที่พ่อแม่ไม่เดินทางมาในวันนี้เพราะท่านไม่พร้อมเผชิญหน้าคนร้าย

ด้าน น.อ.ประชา อยู่สำราญ ทนายความครอบครัวนายวศินกล่าวว่า พอใจที่ศาลมีคำพิพากษาประหารชีวิต ส่วนขั้นตอนต่อไปหากจำเลยประสงค์จะยื่นอุทธรณ์ ตนก็พร้อมที่จะแย้งอุทธรณ์ของจำเลย คิดว่าคดีนี้ถ้าหากฝ่ายจำเลยจะยื่นอุทธรณ์ก็คงจะเป็นประเด็นในเรื่องของการขอลดโทษ คดีนี้เป็นคดีสะเทือนขวัญ เหตุเกิดขณะที่นายวศิน เหลืองแจ่ม อายุ 26 ปี บัณฑิตมหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ประสานมิตร เดินกดโทรศัพท์มือถืออยู่บริเวณปากซอยสุคนธสวัสดิ์ 27 แขวงและเขตลาดพร้าว ก่อนคนร้าย 2 คน ขี่รถ จยย.ผ่านมา คนซ้อนท้ายแกล้งเดินมาสอบถามเส้นทางและใช้มีดจ้วงแทงที่ลำคอและร่างกายนายวศินอย่างโหดเหี้ยมหลายครั้งจนเสียชีวิต และชิงโทรศัพท์ไอโฟนวิ่งหนีไปขึ้นรถ จยย.ที่คนร้ายอีกคนจอดรออยู่ขี่หลบหนีไป กล้องวงจรปิดบันทึกภาพนาทีอำมหิตของคนร้ายไว้ได้ เหตุเกิดเมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 4 ม.ค.60 ต่อมาตำรวจตามจับนายกิตติกร หรือตั้ม วิกาหะ อายุ 26 ปี ผู้ก่อเหตุใช้มีดแทงเหยื่อ และนายสุพัฒนชัย หรือเอ็กซ์ จันทร์ดี อายุ 25 ปี คนขี่รถพาหลบหนี ผู้ต้องหาทั้งสองคนรับสารภาพ จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายกิตติกรเคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและทำร้ายร่างกายถูกจำคุกมาแล้ว 8 ครั้ง ตั้งแต่อายุ 13 ปี พ้นโทษล่าสุดเมื่อปลายปี 59 และกลับมาก่อเหตุซ้ำอีก