บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โยงปม 'สั่งเก็บ' ฆ่าหั่นแอ๋ม แก๊งยาตัดตอน (คลิป)

เป็น ‘สาย’ ให้ตร.จับหลายคดี ขอพม่าล่า ‘เปรี้ยวทมิฬ’-พวก นำ ‘วศิน’ ทำแผนหวิดโดนตื้บ

ตำรวจคุมตัว “วศิน” ผู้ต้องหาแก๊งฆ่าหั่นศพ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพจุดฝังศพ ท่ามกลางชาวบ้านกว่า 300 คน ยืนตะโกนสาปแช่ง หวิดโดนรุมประชาทัณฑ์ พร้อมกราบขอขมาแม่กับยายผู้ตาย อ้างพยายามห้ามปรามเพื่อนร่วมทีมแล้วแต่ไม่มีใครฟัง ส่วน “เบนซ์” ไม่ได้ร่วมฆ่า เพียงนำโทรศัพท์ของผู้ตายไปขาย ให้การปฏิเสธ ถูกส่งไปฝากขังต่อศาลแล้ว ตำรวจเร่งออกหมายจับ “น.ส.แจ้” หนึ่งใน 3 สาวทีมฆ่า ยืนยันหนีไปประเทศเมียนมาพร้อม น.ส.เปรี้ยวและ น.ส.เอิญแล้ว ขณะที่นายตำรวจทีมคลี่คลายคดียังไม่เชื่อสาเหตุหัวโจกทีมฆ่าแค้นเหยื่อแจ้งเบาะแสตำรวจจับผัว สงสัยถูกเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ “สั่งเก็บ” เพราะผู้ตายเป็นสายแจ้งจับคดียาเสพติดหลายราย เชื่อมีขบวนการค้ายานรกช่วยผู้ต้องหาหลบหนี

ตำรวจเดินหน้าไล่ล่าแก๊งฆาตกรทมิฬฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา หรือแอ๋ม กลิ่นจุ้ย อายุ 22 ปี สาวคาราโอเกะในเมืองขอนแก่น ยัดถังพลาสติกนำไปฝังดินที่บ้านโนนสง่า หมู่ 9 ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น โดยจับกุมคนร้ายได้แล้ว 2 คน คิือนายวศิน นามพรหม อายุ 22 ปี คนขับรถฮอนด้าซีอาร์วีที่ใช้ก่อเหตุ และ น.ส.จิดารัตน์ หรือเบนซ์ พรหมคุณ อายุ 21 ปี ที่นำทรัพย์สินของผู้ตายไปขาย ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือคือ น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว โนนวังชัย อายุ 22 ปี หัวโจกทีมฆ่า น.ส.กวิตา หรือเอิญ ราชดา อายุ 22 ปี เพื่อนร่วมงานของผู้ตาย ที่ออกหมายจับแล้วหลบหนีไปทำงานร้านคาราโอเกะใน จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา และ น.ส.อภิวันท์ หรือแจ้ สัตยบัณฑิต อายุ 28 ปี ตำรวจเตรียมขอออกหมายจับ ซึ่งผู้ต้องหาซัดทอด น.ส.ปรียานุช วางแผนลวงฆ่าเหยื่อในรถแล้วหั่นศพกับมือก่อนนำไปฝังอำพรางคดี เพราะโกรธแค้นเหยื่อแจ้งเบาะแสจับกุมสามีในคดียาเสพติด

ความคืบหน้าการสางปมฆ่าสาวคาราโอเกะ เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 31 พ.ค. พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.4 พ.ต.ท.ศุภฤกษ์ สุวรรณราษฎร์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เขาสวนกวาง พร้อมกำลังตำรวจกว่า 30 นาย คุมตัวนายวศิน นามพรหม ผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดพบศพผู้ตาย ในป่าบ้านโนนสง่า หมู่ 9 ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น โดยนายวศินอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสามส่วน และสวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบ เริ่มตั้งแต่ถอยรถฮอนด้าซีอาร์วีจากถนนสายหลักเข้าไปจอดห่างหลุมฝังศพราว 30 เมตร โดยมีชาวบ้านกว่า 300 คน มุงดูตะโกนสาปแช่งด้วยความโกรธแค้น กระทั่งตำรวจนำนายวศินขึ้นรถตู้เพื่อเดินทางกลับ ชาวบ้านฮือเข้ามาเพื่อรุมประชาทัณฑ์ ตำรวจต้องรีบหิ้วตัวนายวศินเข้ารถได้อย่างหวุดหวิด

พ.ต.ท.ศุภฤกษ์ สุวรรณราษฎร์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เขาสวนกวาง กล่าวว่า การทำแผนประทุษกรรมครั้งนี้ เป็นไปตามคำให้การของนายวศิน ระบุว่าเป็นคนขับรถฮอนด้าซีอาร์วีที่ น.ส.ปรียานุชเช่ามาไปรับผู้ตาย ก่อนที่ น.ส.ปรียานุชหรือเปรี้ยว จะลงมือฆ่าผู้ตายในรถ นำศพไปที่รีสอร์ตในพื้นที่บ้านหัวถนน หมู่ 5 ต.พระลับ อ.เมืองขอนแก่น จากนั้น น.ส.ปรียานุชใช้เลื่อยหั่นศพก่อนนำศพไปฝังดิน โดยระบุว่าช่วงเกิดเหตุ น.ส.กวิตา หรือเอิญ นั่งคู่เบาะหน้า ส่วน น.ส.ปรียานุช และ น.ส.อภิวันท์ หรือแจ้ นั่งประกบผู้ตายที่เบาะหลัง

รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เขาสวนกวาง กล่าวต่อว่า ส่วน น.ส.จิดารัตน์ หรือเบนซ์ ถูกตั้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น ซ่อนเร้น ทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย ปล้นทรัพย์ และรับของโจรเช่นเดียวกัน ให้การว่า เมื่อคืนวันที่ 23 พ.ค. น.ส.ปรียานุช น.ส.กวิตา และนายวศิน ไปหาที่กรุงเทพฯ วันรุ่งขึ้นพากันไปที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านรามอินทรา นายวศินยื่นโทรศัพท์มือถือให้นำไปขาย บอกว่าเป็นของ น.ส.ปรียานุช นำเงินไปเที่ยวเตร่ ส่วน น.ส.อภิวันท์ตามไปสมทบตอนค่ำ จนวันที่ 25 พ.ค. น.ส.ปรียานุช น.ส.กวิตา และ น.ส.อภิวันท์ บอกว่าจะนั่งเครื่องบินกลับ จ.ขอนแก่น นายวศิน นั่งรถทัวร์กลับ ส่วน น.ส.จิดารัตน์ นั่งรถทัวร์กลับ จ.อุบลราชธานี การสอบสวนชัดเจนแล้วว่า น.ส.จิดารัตน์ ไม่ได้ร่วมลงมือฆ่า หลังทราบว่าถูกตำรวจออกหมายจับ ติดต่อเข้ามอบตัวและให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนได้ส่ง น.ส.จิดารัตน์ ไปฝากขังต่อศาลจังหวัดขอนแก่นแล้ว โดยไม่คัดค้านการขอประกันตัว แต่คงประกันตัวไม่ทันเพราะต้องใช้หลักทรัพย์ร่วม 7 แสนบาท ต้องถูกส่งเข้าเรือนจำกลางขอนแก่นไปก่อน

บ่ายวันเดียวกัน ขณะ พ.ต.ท.ศุภฤกษ์ สุวรรณราษฎร์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เขาสวนกวาง เบิกตัวนายวศินจากห้องควบคุมมาสอบสวนเพิ่มเติม นางสายรุ้ง กลิ่นจุ้ย อายุ 42 ปี แม่น้องแอ๋ม เหยื่อโหดและนางสำราญ เพลียแก่น อายุ 67 ปี ยาย เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน นายวศินได้กราบขอขมาแม่และยายของผู้ตาย พร้อมกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ตั้งใจ ไม่รู้ว่าจะบานปลายกลายเป็นแบบนี้ และไม่คิดว่าจะเลวร้ายขนาดนี้ นางสายรุ้งถามกลับว่าทำไมต้องฆ่ากันขนาดนี้ และทำไมนายวศินไม่ห้าม นายวศินตอบว่า เพิ่งเห็นน้องแอ๋มวันแรก ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรกัน ตอนที่คนอื่นๆ ลงมือตนพยายามห้ามแล้วแต่ไม่มีใครฟัง พร้อมย้ำว่าไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ เพราะที่คุยกันตอนแรกแค่จะเอาไปปล่อยไว้ไกลๆเท่านั้น จากนั้นตำรวจได้กันนางสายรุ้งกับยายออกจากห้อง

นางสายรุ้งกล่าวว่า ตั้งใจจะมาดูการทำแผนฯ แต่มาไม่ทัน เดินทางมาสอบถามความคืบหน้าของคดีกับตำรวจ เพราะน้องแอ๋มมาเข้าฝันว่า อย่าอาฆาตแค้น ให้อโหสิกรรมคนร้าย ตนยอมรับว่าโกรธและโมโหมากแต่ไม่อาฆาต ไม่จองเวร อยากให้คนร้ายที่เหลือกลับใจและกลับมารับกรรมที่ก่อไว้ นางสายรุ้งยังขอร้องสื่อมวลชน อย่าเรียกน้องแอ๋มว่าสาวคาราโอเกะ เพราะน้องแอ๋มมีเกียรติมีศักดิ์ศรีมากกว่านั้น

ด้าน พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง เปิดเผยว่า จากพยานหลักฐานพบว่า น.ส.อภิวันท์ หรือแจ้ เดินทางข้ามไปฝั่งเมียนมาพร้อมกับ น.ส.ปรียานุช และ น.ส.กวิตา ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมาแล้ว ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ น.ส.อภิวันท์ ในข้อหาเดียวกับผู้ต้องหาคนอื่นๆ ส่วนรถปิกอัพที่พาผู้ต้องหาข้ามไปฝั่งท่าขี้เหล็ก ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีแต่อย่างใด

นายตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนคดี เปิดเผยว่า ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อว่าสาเหตุมาจาก น.ส.ปรียานุช โกรธแค้นผู้ตายชี้เบาะแสให้ตำรวจจับสามีในคดียาเสพติด เพราะลำพังความแค้นส่วนตัวไม่น่าทำถึงขนาดนั้น นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ว่าอาจถูก “สั่งเก็บ” จากขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่เชื่อมโยงแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติ จากข้อมูลพบว่าเพื่อนของ น.ส.วริศรา หรือแอ๋ม เคยถูกจับในคดีเสพ น.ส.วริศราเลยติดร่างแหถูกเรียกตัวมาสอบปากคำทำประวัติ เป็นจุดเริ่มของการ “เป็นสาย” แจ้งข้อมูลตำรวจจับยาเสพติดหลายราย รวมทั้งสามี น.ส.ปรียานุช ถูกจับคดียาไอซ์ เมื่อปีที่แล้ว แต่ น.ส.วริศรา ขอเลิกเป็นสายได้ประมาณ 6 เดือนแล้ว ตั้งแต่ก่อนจะแต่งงาน

นายตำรวจคนเดิมกล่าวต่อว่า ส่วน น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว ถูกตำรวจเพ่งเล็งเป็นขาใหญ่จัดคนเดินยา เป็นคนใจถึง แต่ไม่มีหลักฐานมัดตัว โดยเพื่อนร่วมทีมสังหารทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี เป็นเพื่อนสนิทที่ น.ส.เปรี้ยวไว้ใจ ไม่มีใครกล้าคัดค้านหรือห้ามปรามในการก่อเหตุครั้งนี้ และเชื่อว่าการหลบหนีไปประเทศเมียนมาของผู้ต้องหาทั้ง 3 คน มีกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดให้การช่วยเหลือ ส่วนสาเหตุที่แท้จริงจะเป็นการ “สั่งตาย” ของขบวนการค้ายาเสพติด หรือเป็นการฆ่าล้างแค้นส่วนตัวตามที่กล่าวอ้าง ต้องรอให้จับกุม น.ส.เปรี้ยวได้เสียก่อน

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ ผกก.ตม.เชียงราย กล่าวว่า จากการตรวจสอบทะเบียนพบว่าในวันที่ 25 พ.ค. น.ส.กวิตา น.ส.ปรียานุช และ น.ส.อภิวันท์ ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพได้ทำบัตรผ่านแดนชั่วคราว 7 วัน ข้ามไป จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา วันนี้เป็นวันสิ้นสุดใบอนุญาตข้ามแดน หากทางการเมียนมาจับตัวคนทั้ง 3 ได้จะถูกดำเนินคดีข้อหาอยู่เกินกำหนด เมื่อคดีเสร็จสิ้นถึงจะส่งกลับไทย ขณะนี้ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ ตม.ให้เตรียมดำเนินการที่หน้าด่านพรมแดนไทย-เมียนมาตลอดเวลา

ส่วน พ.ต.อ.ทรงกริช ออนตะไคร้ ผกก.สภ.แม่สาย จ.เชียงราย กล่าวว่า ขณะนี้แม้จะยังไม่ได้ตัว ผู้ต้องหาทั้ง 3 กลับมาดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ก็ได้ประสานฝ่ายเมียนมาช่วยดำเนินการจับกุมตัวส่งกลับไทยแล้ว พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสายสืบออกเฝ้าระวังตามช่องทางธรรมชาติ ริมแม่สายตะเข็บชายแดนไทย-เมียนมา หากผู้ต้องหาลักลอบกลับฝั่งไทย จะได้จับกุมตัวทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าร้านคาราโอเกะที่ผู้ต้องหาหนีไปทำงานที่ฝั่งเมียนมา ชื่อร้านโอโซนสปาแอนด์คาราโอเกะ อยู่ที่บ้านสันทรายไต จ.ท่าขี้เหล็ก ห่างสะพานข้ามด่านพรมแดนไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 ประมาณ 4 กิโลเมตร เป็นพื้นที่อิทธิพลของกลุ่มมูเซอ

ต่อมาเย็นวันเดียวกัน ว่าที่ ร.ท.ชีวีวัฒน์ หวานอารมณ์ หน.กลุ่มงานส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและระงับข้อพิพาท พื้นที่เขต 2 ขอนแก่น กระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะ ได้เดินทางไปที่ สภ.เขาสวนกวาง เพื่อมอบเงินเยียวยาค่าตอบแทนผู้เสียหายให้กับนางสายรุ้ง กลิ่นจุ้ย แม่น้องแอ๋ม ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 โดยว่าที่ ร.ท.ชีวีวัฒน์กล่าวว่า ครอบครัวผู้ตายจะได้รับเงินประมาณ 140,000 บาท เพื่อเป็นการชดเชยทางด้านจิตใจและค่าทำศพ ซึ่งนางสายรุ้งกล่าวขอบคุณทางกระทรวงยุติธรรมเป็นอย่างมาก เงินที่ได้จะนำไปทำบุญให้น้องแอ๋ม และเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่อสู้ทวงความยุติธรรมให้น้องแอ๋ม

จากนั้นนางสายรุ้งให้สัมภาษณ์ว่า ประเด็นฆาตกรรมครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องยาเสพติดแน่นอน มั่นใจน้องแอ๋มไม่มีส่วนพัวพันกับแก๊งค้ายาเสพติด หากค้ายาจริงจะต้องมีเงินไม่ต้องขอเงินพ่อแม่ใช้ และไม่เชื่อว่าเป็นสายตำรวจ สาเหตุน่าจะเป็นเรื่องชู้สาว เพราะก่อนจะมาทำงานที่ จ.ขอนแก่น น้องแอ๋มบอกว่ามีผู้หญิงเรียกว่า “มาม่า” ชักชวนให้มาทำงาน น้องแอ๋มขอพ่อแม่รวมทั้งสามีมาทำงาน ซึ่งทุกคนไม่ยอมให้มา แต่น้องแอ๋มยืนยันจะมาให้ได้เพราะอยากได้เงินมาช่วยแม่ใช้หนี้ กระทั่งเกิดเหตุสลดดังกล่าว และเชื่อว่าน่าจะมีคนร่วมมือก่อเหตุนอกเหนือจากที่ถูกออกหมายจับ