วันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ล่าก๊วนไปป์บอมบ์ 'บิ๊กตู่'สั่งกำชับ! จี้ติดตามบุคคลกลุ่มต้องสงสัย ตร.เข้มจุดเสี่ยง

ตำรวจ-ทหาร ประสานเสียงคนร้ายนำไปป์บอมบ์ไปทิ้ง ใกล้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินศูนย์วัฒนธรรม ถนนรัชดาภิเษก เพราะกลัวโดนจับ มีเจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจเข้มมากขึ้น ยังไม่ทิ้งประเด็นเป็นจุดพักของให้มือระเบิดนำไปก่อเหตุ “ศานิตย์” เผยคนร้ายทิ้งไว้นานหลายสัปดาห์แล้ว ลักษณะไม่เหมือนไปป์บอมบ์ที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า ด้าน “บิ๊กตู่” สั่งประกบติดเฝ้าจับตากลุ่มต้องสงสัยอย่างใกล้ชิด จนกว่าจะมีหลักฐานชัดเจน

จากเหตุระเบิดป่วนกรุงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในรอบสองเดือน เริ่มตั้งแต่เหตุระเบิดหน้ากองสลากเก่า ใกล้สี่แยกคอกวัว โรงละครแห่งชาติ ถนนราชินี และที่ห้องรับรองข้าราชการบำนาญ (วงษ์สุวรรณ) ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา รพ.พระมงกุฎเกล้า มีผู้บาดเจ็บ 25 คน คาดเหตุทั้งหมดโยงประเด็นการเมือง มีคนร้ายกลุ่มเดียวกันใช้ไปป์บอมบ์ ตั้งเวลาด้วยไอซี ไทม์เมอร์ ก่อเหตุ กระทั่งบ่ายวันที่ 30 พ.ค. มีพลเมืองดีแจ้งตำรวจสน.ห้วยขวาง มีคนร้าย 2 คน ซ้อนท้ายรถ จยย.นำวัตถุต้องสงสัยมาทิ้งไว้ขณะฝนตกหนักที่ป่าหญ้ารกร้าง ใกล้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินศูนย์วัฒนธรรม พบเป็นไปป์บอมบ์แบบท่อเหล็กยาว 8 นิ้ว จุดชนวนด้วยสายชนวน ตำรวจ-ทหารและหน่วยงานด้านความมั่นคงอยู่ระหว่างสืบหาที่มาที่ไป รวมทั้งความเชื่อมโยงกับเหตุที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

ความคืบหน้าที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 31 พ.ค. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. กล่าวถึงกรณีพบไปป์บอมบ์ในพื้นที่รกร้างใกล้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินศูนย์วัฒนธรรมว่า ระเบิดดังกล่าวถูกนำมาทิ้งไว้หลายสัปดาห์แล้ว อาจเป็นเพราะตำรวจเพิ่มความเข้มงวดกวดขันและกดดัน ทำให้คนร้ายหลีกเลี่ยงการตรวจจับนำมาทิ้งไว้ ต้องพิสูจน์ทราบว่าใครเอาไปทิ้ง คาดไม่น่าตั้งใจทำให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต เพราะจุดที่พบเป็นที่รกร้างห่างไกลผู้คน ส่วนวัตถุพยานที่พบ อาทิ ยากันยุงจะเกี่ยวข้องเป็นตัวจุดชนวนหรือไม่นั้น ยังไม่ยืนยัน สั่งการให้นำชิ้นส่วนที่พบไปตรวจพิสูจน์ เบื้องต้นไม่พบสะเก็ดระเบิดและไม่พบว่ามีลักษณะเหมือนกับไปป์บอมบ์ที่ระเบิดในรพ.พระมงกุฎเกล้า

มีรายงานว่า ผลการตรวจสอบระเบิดพบเป็นไปบ์บอมบ์จุดชนวนด้วยสายชนวนเหมือนประทัด มีดินดำบรรจุภายในท่อเหล็ก แต่ไม่มีวัตถุที่ใช้เป็นสะเก็ดระเบิด หากเกิดระเบิดท่อเหล็กจะแตกออกเป็นสะเก็ดระเบิดแทน นอกจากนี้ จุดที่พบมีเศษตะปู หัวน็อต และยากันยุงอยู่ในตะกร้า เมื่อเปรียบเทียบกับเหตุระเบิดที่ผ่านมา มีลักษณะเดียวกับเหตุระเบิดในท้องที่ สน.มีนบุรี ปี 57 และเหตุระเบิดบริเวณทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสยาม หน้าห้างสยามพารากอน ปี 58 ที่มีคนร้ายเป็นกลุ่มฮาร์ดคอร์ คิดเห็นต่างทางการเมือง สันนิษฐานว่า คนร้ายนำมาทิ้งไว้หลายสัปดาห์แล้ว อยู่ระหว่างสืบสวนว่าเป็นจุดที่คนร้ายนำมาวางทิ้งไว้เพื่อให้มือระเบิดนำไปวางต่อยังจุดเป้าหมายหรือไม่

ด้าน พ.ต.อ.อาคม จันทนลาช รอง ผบก.น.1 รรท.ผกก.สน.ห้วยขวาง เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุระดมชุดสืบสวนออกหาข่าวและพยานแวดล้อมพร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดรอบบริเวณ สั่งการให้จัดกำลังตำรวจยกระดับมาตรการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงตามแผนความมั่นคงเพิ่มขึ้น สำหรับไปป์บอมบ์ที่พบอยู่ในสภาพใช้การได้ คาดคนร้ายเกรงจะถูกจับจึงนำมาซุกไว้ก่อนนำไปก่อเหตุ ขณะนี้ตำรวจมีแผนเฝ้าระวังจุดเสี่ยง จุดเฝ้าระวัง อาทิ ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน มีการตั้งจุดตรวจความมั่นคงตลอด นอกจากนี้ ยังมีโครงการอบรมผู้ขับขี่รถ จยย.รับจ้างเป็นอาสาสมัครแจ้งข่าวในพื้นที่ หากประชาชนพบเบาะแสคนร้ายสามารถแจ้งได้ที่ 0-2692-6691 ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์ภายหลังเดินทางกลับจากประเทศสิงคโปร์ ถึงกรณีพบไปป์บอมบ์ ใกล้สถานีรถไฟใต้ดินศูนย์วัฒนธรรม ว่ายังไม่มีข้อมูลเชิงลึกแต่ภาพรวมเชื่อมีกลุ่มพยายามก่อความวุ่นวาย ต่อต้านการรักษาความสงบเรียบร้อยของ คสช. ขณะนี้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ใช้มาตรการด้านการข่าวและเฝ้าระวังทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่สำคัญ ยังไม่ทราบว่าเหตุพบไปป์บอมบ์เชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่มีก่อนหน้านี้หรือไม่ ต้องรอให้ตำรวจสืบสวนหาความจริงก่อน

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ยังไม่สามารถยืนยันความเชื่อมโยงกับเหตุระเบิด 3 จุดก่อนหน้านี้ ต้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบวัตถุพยานอย่างละเอียด คาดจะรู้ผลในเร็ววัน ขอประชาชน อย่าตื่นตระหนก ส่วนตัวคิดว่าไปป์บอมบ์ที่พบน่าจะเกิดจากผู้ครอบครองเกิดความกลัว เพราะเจ้าหน้าที่ตรวจเข้มมากขึ้นเลยนำมาทิ้งไว้ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งกำชับให้เร่งสอบสวน เฝ้าติดตามบุคคลต้องสงสัยอย่างใกล้ชิด ส่วนจะเป็นใครบ้างไม่สามารถเปิดเผยได้ ต้องรอให้ฝ่ายสอบสวนมีพยานหลักฐานชัดเจนเสียก่อน