บริการข่าวไทยรัฐ

เผาชุมชนไม้เก่าแก่ จมทะเลเพลิง 3 ชม. หนีตายวอด 89 หลัง

เพลิงพิโรธเผาวอดชุมชน “สระมโนราห์” ชาวบ้านหนีตายโกลาหล บางคนสิ้นเนื้อประดาตัว มีเพียงแค่เสื้อผ้าติดตัว ผวจ.ลพบุรี รุดอำนวยการ สั่งระดมรถดับเพลิงกว่า 20 คัน เข้าฉีดน้ำดับไฟนานกว่า 3 ชม.จึงดับไฟเอาไว้ได้ พบบ้านและข้าวของเครื่องใช้ถูกไฟไหม้เป็นจุณกว่า 89 หลังคาเรือน ชาวบ้านไร้ที่อยู่กว่า 300 คน พยานระบุได้ยินเสียงดังคล้ายหม้อแปลงระเบิด มีประกายไฟตกใส่รถกระบะที่จอดหน้าร้านทำป้ายโฆษณาแล้วเกิดไฟลุกท่วมเผาวอดชุมชน สั่งตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว ระดมทุกภาคส่วนเข้าช่วยเหลือ

ไฟไหม้ชุมชนเก่าแก่วอดเป็นจุณรายนี้เปิดเผยเมื่อเวลา 01.10 น. วันที่ 31 พ.ค. ร.ต.อ.เอกโกวิด ศรีนินทา รอง สว. (สอบสวน) สภ.ท่าหิน อ.เมืองลพบุรี รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านในชุมชนสระมโนราห์ ถนนพระปรางค์สามยอด ต.ท่าหิน จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.ฏิษพจณ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผบก.ภ.จ. ลพบุรี พ.ต.อ.ณัชภูมิ วรรณวิไล ผกก.สภ.ท่าหิน และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งลพบุรี โดยมีนายภานุ แย้มศรี ผวจ.ลพบุรี นายชนินทร์ ทองสุข นายอำเภอเมือง ลพบุรี และนายจำเริญ สละชีพ นายกเทศมนตรีเมือง ลพบุรี ได้รับรายงานเดินทางไปร่วมอำนวยการดับเพลิง

ที่เกิดเหตุเป็นชุมชนแออัดลักษณะเป็นห้องแถวไม้เก่าอายุนับ 100 ปี ด้านหน้าติดถนน ด้านหลังเป็นสระน้ำเก่า พบเปลวเพลิงลุกไม้แดงฉานกลายเป็นทะเลเพลิง ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชนหอบข้าวของที่พอหยิบฉวยได้หนีตายออกมากันอย่างโกลาหล ท่ามกลางเสียงร่ำไห้ระงมของผู้หญิงและเด็กๆที่ตกใจกลัว โดยมีเสียงถังแก๊สระเบิดดังออกมาเป็นระยะๆ ตำรวจประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลเมืองลพบุรี และพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 20 คัน เข้าฉีดน้ำดับไฟ แต่เนื่องจากชุมชนเป็นบ้านไม้เก่า เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้การดับเพลิงเป็นไปอย่างทุลักทุเล เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานานกว่า 3 ชม. จึงควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ พบว่าบ้านเรือนภายในชุมชนถูกไฟไหม้ราบเป็นหน้ากลองกว่า 89 หลังคาเรือน ทรัพย์สินในบ้านถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด บางคนมีเพียงเสื้อผ้าติดตัว นอกจากนี้ ยังมีลิงที่อาศัยอยู่ตามหลังคาบ้านภายในชุมชนถูกไฟคลอกตายไปหลายตัว

สอบปากคำพยานเป็นชาวบ้านละแวกใกล้เคียงให้การว่า ขณะนอนดูทีวีอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดหลายครั้ง เมื่อเปิดประตูออกไปดูเห็นมีเปลวเพลิงลุกไหม้บ้านเรือนในชุมชน และมีชาวบ้านพากันวิ่งหนีตายกันออกมาอย่างโกลาหล จึงรีบแจ้งให้ตำรวจทราบ ขณะเดียวกัน ตำรวจตรวจสอบพบว่าต้นเพลิงเกิดขึ้นร้านทำป้ายโฆษณาของนางอรวรรณ คชช อายุ 44 ปี เลขที่ 33-37 แต่ช่วงเกิดเหตุปิดร้านไปนอนอยู่ที่บ้านอีกหลัง นอกจากนี้ ตำรวจยังได้ข้อมูลจากพยานว่า ช่วงเกิดเหตุได้ยินเสียงดังคล้ายหม้อแปลงไฟฟ้าระเบิด แล้วมีประกายไฟตกลงมาใส่รถกระบะคันหนึ่งที่จอดอยู่หน้าร้านทำป้ายโฆษณา เกิดไฟลุกไหม้ ก่อนจะลุกลามไปยังชุมชน ตำรวจเชื่อว่าอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดเพลิงไหม้

ต่อมาในช่วงเช้าวันเดียวกัน นายภานุ แย้มศรี ผวจ.ลพบุรี เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง พร้อมกล่าวว่า ได้สั่งการให้นายจำเริญ สละชีพ นายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี ตั้งศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยที่บริเวณกองการประปาไปก่อนเป็นการชั่วคราว ตั้งจุดลงทะเบียนผู้เดือดร้อนว่ามีเท่าไร แต่ละครัวเรือนมีกี่คน มีคนแก่ คนพิการ หรือคนสูญหาย และบาดเจ็บ เบื้องต้นมีคนมาลงทะเบียนแล้ว 89 ครัวเรือน รวมผู้ไม่มีที่อยู่อาศัย 300 คน รวมทั้งให้กองสาธารณสุขเทศบาลเมืองลพบุรี ตั้งศูนย์ดูแลสุขภาพผู้ได้รับผลกระทบ ตั้งโรงประกอบอาหารสำหรับเลี้ยงผู้ประสบภัย เนื่องจากคนเหล่านี้ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว อุปกรณ์ในการดำรงชีวิต ทั้งที่อยู่อาศัย ที่นอน เสื้อผ้า ถูกไฟไหม้หมด ทั้งนี้ จังหวัดได้ตั้งศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วย