วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลุ้นทางยาวกับ ‘สมคิด’

“ไปป์บอมบ์” โผล่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน กลางกรุงเทพฯ

ตอกย้ำ ซ้ำสถานการณ์ต่อเนื่องกับ “ไปป์บอมบ์” ในห้องจ่ายยา โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ โรงพยาบาลทหาร กลางเมืองหลวงของประเทศไทย

ข่าวร้ายดังกระจายออกไปทั่วโลก

กรุงเทพฯ ประเทศไทย กลายเป็นดินแดนอันตราย ไร้ความปลอดภัย

ซึ่งนั่นก็เป็นอะไรที่ล้อกับปรากฏการณ์แปร่งๆที่คนระดับรองนายกรัฐมนตรีมาเลเซียปูดข่าวเองเลย อ้างกลุ่มก่อการร้ายไอเอสเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดในภาคใต้ของประเทศไทย

เป้าหมายแฝงอยู่ที่การบั่นทอนความเชื่อมั่น

โยงกับยุทธศาสตร์ในการแย่งชิงนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจีนแผ่นดินใหญ่ที่ปักธงขนเม็ดเงินมหาศาลลงทุนในภูมิภาคอินโดจีน หรือกลุ่ม CLMVT ที่มีประเทศกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย

เดิมพันความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจในอนาคต

โดยชัยภูมิของประเทศไทยที่ได้เปรียบเพราะอยู่ตรงศูนย์กลาง

แต่นั่นก็ตรงกันข้ามกับเงื่อนไขสถานการณ์ที่ถือเป็นโจทย์โคตรยากของฝ่ายไทย เพราะต้องเผชิญทั้งแรงเสียดทานภายนอก รายการ “เตะตัดขา” จากประเทศเพื่อนบ้านคู่แข่ง ไหนจะแรงเสียดทานจากการชิงอำนาจการเมืองภายในประเทศ ก่อบรรยากาศวุ่นวาย ไม่เอื้อต่อการลงทุน

ตูมทีก็สะดุ้งกันที ระเบิด ก่อการร้าย ทำให้ฝ่ายความมั่นคง คสช.ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก

และแรงตกกระทบถึงฝ่ายเศรษฐกิจ ทำให้สถานการณ์ยากและเหนื่อยขึ้นอีก 2–3 เท่า ตามสภาพภารกิจงานที่แปรผันตามระดับความมั่นใจ

โดยธรรมชาติแบบไทยๆ ข่าวร้ายมักจะดังกลบข่าวดี

สถานการณ์แบบที่ทีมงานของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ กัปตันทีมเศรษฐกิจ เตรียมเปิดตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ “ของจริง” ที่มีฐานอ้างอิงได้อย่างเป็นทางการ

ที่ไต่ขึ้นไปอยู่ในระดับ 3.2 จากเดิม 0.8

ตามจังหวะหักมุม “แก้ลำ” กับข้อมูลลอยๆของกลุ่มการเมือง ทั้งยี่ห้อเพื่อไทยและค่ายประชาธิปัตย์ที่ดาหน้าเบิ้ลบลัฟ วิจารณ์ผลงานเศรษฐกิจของรัฐบาลทหาร คสช. บ้อท่า แก้ปัญหาปากท้องชาวบ้านไม่ได้

เจอยุทธการตีปี๊บโห่ฮา ล้อกับสภาพความเดือดร้อนเฉพาะหน้าจนผู้คนชักจะโอนเอนตาม

มือปฏิบัติอย่าง “สมคิด” จึงต้องใช้วิธีปล่อยตัวเลข “ของจริง” ที่อ้างอิงกับมาตรฐานการชี้วัดของต่างชาติ มาหักล้างกับข้อมูลแฝงเหลี่ยมเกมชิงอำนาจทางการเมือง

เพราะเรื่องชิงกระแสสู้เกมเขี้ยวของนักเลือกตั้งอาชีพไม่ได้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ประเมินจากบท “นิ่ง” ไม่รีบลนลานตอบโต้ กัปตันทีมเศรษฐกิจรัฐบาล คสช.ไม่ไหวติงตามแรงเขย่า นั่นก็ทำให้เดาทาง หยั่งอารมณ์เบื้องลึกได้ระดับหนึ่ง

“สมคิด” น่าจะมั่นใจในสถานการณ์ที่ “ทรงตัว” อยู่

อย่าลืมว่ายี่ห้อนี้ผ่านมาแล้วทั้งรัฐบาลเลือกตั้งและรัฐบาลอำนาจพิเศษ

ชินกับแรงกระแทกทางการเมืองพอตัว

สิ่งที่ “สมคิด” กลัว มันอยู่ที่การทำความเข้าใจกับสังคมที่นิยมเสพข้อมูลสั้นๆ หวั่นไหวไปตามกระแส โดยไม่ลงลึกถึงเนื้อหาข้อมูลที่เป็นรายละเอียด

ทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจดูซีเรียสกว่าความเป็นจริง

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ว่ากันตามปรากฏการณ์ มันก็มีสิ่งที่มาสนับสนุน ตามข่าววงในที่กัปตันทีมอย่างนายสมคิดกล้าการันตีเลยว่าแนวทางเศรษฐกิจของรัฐบาล คสช.เดินมาถูกทาง

มีสัญญาณเชิงบวกดีขึ้น ตั้งแต่พ้นยุคอดีตรัฐบาลไทยรักไทย

กับโปรแกรมทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลวางคิวไว้ ไม่ว่ามาตรการอัดฉีดงบประมาณ 1.9 แสนล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ผ่านโครงการลงทะเบียนคนจน

เมกะโปรเจกต์รถไฟฟ้าสายสีชมพูกับสายสีเหลืองที่เพิ่งผ่านการอนุมัติสัญญาจากที่ประชุม ครม.นัดล่าสุด จะทำให้เม็ดเงินลงทุนกระตุ้นระบบอีกกว่าแสนล้าน บวกกับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2561 ที่จะเริ่มในเดือนตุลาคม

พร้อมทั้งยุทธศาสตร์ พร้อมทั้งเม็ดเงินงบประมาณ พร้อมทั้งอำนาจพิเศษ

งานนี้นักการเมืองฉุดกันเหนื่อยก็แล้วกัน.

ทีมข่าวการเมือง