บริการข่าวไทยรัฐ

'วิษณุ-มีชัย' พบ 'บิ๊กตู่' ถก ก.ม.อีอีซี เผยตั้ง อนุฯ คปร.แล้ว

"วิษณุ-มีชัย" ขึ้นตึกไทยพบ "บิ๊กตู่" คุยกฎหมาย อีอีซี หลังพบปัญหาข้องใจจากกระทรวง ให้นายกฯ ชี้ขาด คาดผ่าน ครม.มิ.ย.นี้ เผย ตั้ง อนุฯ คปร.ดูบุคลากรสาธารณสุขแล้ว ชี้ ต้องรอ ตร.ส่งรายชื่อกรรมการปฏิรูป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 31 พ.ค.60 ที่ทำเนียบ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิเศษ พิจารณา พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า เป็นเวลาประมาณ 20 นาที

โดย นายวิษณุ กล่าวภายหลังเข้าพบว่า เป็นการหารือเรื่องกฎหมายในการพัฒนาโครงการเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งจะออกเป็นร่าง พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เนื่องจากช่วงเช้าที่ผ่านมา นายมีชัย ประชุมกรรมการพิจารณากฎหมายอีอีซี พบปัญหาจากกระทรวงต่างๆ 6-7 ประเด็น จึงเข้าหารือกับนายกฯ โดยนายกฯ ได้ให้แนวทางไป จากนั้นเรื่องดังกล่าวจะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกครั้งก่อนส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาต่อไป

เมื่อถามว่า จะเปิดรับฟังความเห็นเกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าว นานแค่ไหน นายวิษณุ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เปิดรับฟังความเห็นมาเป็นเดือนแล้ว น่าจะพอสมควร หลายคนวิจารณ์แบบไม่เข้าใจ แต่กระทรวงซึ่งอ่านและเข้าใจมีข้อทักท้วงในบทบาทของแต่ละกระทรวงว่า จะทำอะไร ตรงนี้บางท่านยังติดใจ จึงให้นายกฯ ชี้ขาด ทั้งนี้นายกฯ ได้กำชับให้ทำอย่างรวดเร็ว เพราะจะไปเสียเวลาอยู่ในขั้นตอนสภาอีกนาน ส่วนกรอบเวลาในขั้นตอน ครม.น่าจะเรียบร้อยภายในเดือน มิ.ย.นี้

นายวิษณุ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าแต่งตั้งคณะอนุกรรมการนโยบายเป้าหมายกำลังคนบุคลากรด้านสาธารณสุข ที่จะดูแลปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์โดยเฉพาะว่า ตนได้ลงนามแต่งตั้งไปแล้ว เมื่อ 30 พ.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นคณะอนุกรรมการในคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) มีหน้าที่พิจารณาตำแหน่งที่เกี่ยวกับบุคลากรทางการแพทย์ อย่างกรณีที่กลุ่มนักกายภาพบำบัดขอเปิดตำแหน่งเพิ่ม ก็เป็นหน้าที่คณะอนุกรรมการชุดดังกล่าว เมื่อพิจารณาแล้วจะส่งให้ คปร.พิจารณาต่อ เพราะ คปร.มีหน้าที่พิจารณาเกลี่ยอัตราข้าราชการในส่วนต่างๆ

เมื่อถามว่า มีแนวโน้มตั้งอนุกรรมการในลักษณะนี้ในกระทรวงอื่นหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า มีแววอยู่ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ แต่ลักษณะแตกต่างกัน เพราะอนุกรรมการเช่นนี้พิจารณาการขาดแคลนกำลังพล แต่ปัญหาของกระทรวงศึกษาฯ ไม่ได้ขาดแคลนแต่มีปัญหาเรื่องการโอนย้ายบุคลากรในกระทรวง เนื่องจากแบ่งรูปแบบการบริหารบุคลากรเป็น 5 แท่ง ที่ผ่านมาการโอนย้ายข้ามแท่งทำได้ยาก เพราะต้องได้รับความเห็นชอบจากกรรมการที่ดูแลแต่ละแท่ง ก่อนหน้านี้จึงมีการออกมาตรา 44 ยุบกรรมการทั้ง 5 แท่งให้เหลือชุดเดียว จึงไม่จำเป็นต้องตั้งอนุกรรมการฯ แต่ถ้ากระทรวงศึกษาฯ ขาดแคลนบุคลากรเมื่อไหร่ก็ให้มาบอก

นอกจากนี้ นายวิษณุ ยังกล่าวเกี่ยวกับการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ หลังมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า ได้ตั้งมีการตั้งกรรมการปฏิรูปการศึกษาว่า การปฏิรูปตำรวจจะดำเนินการต่อไป ส่วนจะมีรายชื่อออกมาเมื่อใดยังตอบไม่ถูก ทางตำรวจจะเป็นผู้เสนอชื่อเข้ามา แต่เราก็ไม่ได้เอาตามทั้งหมด อย่างเช่นกรณีคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษา ที่กระทรวงศึกษาฯเสนอมา นายรัฐมนตรีก็ไม่ได้เอาตาม ส่วนจะคลอดกรรมการปฏิรูปตำรวจออกมาเร็วแค่ไหน นายกฯไม่เคยคุยเรื่องดังกล่าวกับตน แต่คงคุยกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม