วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น้ำตาลไทย โดนเซฟการ์ดจีน 'พาณิชย์' คาดกระทบผู้ส่งออกไม่มาก

พาณิชย์ เผย จีนประกาศเก็บอากรปกป้องการนำเข้าน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นจากทั่วโลก 3 ปี ในอัตรา 45-35% คาด ผู้ส่งออกไทยโดนด้วย แต่คาดกระทบไม่มากนัก เหตุได้เปรียบต้นทุนค่าขนส่งเมื่อเทียบกับคู่แข่งสำคัญอย่างบราซิล

นายวันชัย วราวิทย์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 พ.ค.60 กระทรวงพาณิชย์ของจีน ได้ประกาศผลการไต่สวนชั้นที่สุด ของมาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าน้ำตาลที่เพิ่มขึ้น (เซฟการ์ด) โดยกำหนดให้เรียกเก็บอากรปกป้องฯ เป็นเวลา 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.60 - 21 พ.ค.63 ในอัตรา 45-35% และให้ผ่อนคลายลงปีละ 5% ซึ่งการเรียกเก็บอากรปกป้องฯ เป็นการเรียกเก็บเพิ่มเติมจากปัจจุบันที่เรียกเก็บภาษีนำเข้าอยู่แล้วในอัตราในโควตา 15% และนอกโควตา 50%

สำหรับ การประกาศผลการไต่สวนขั้นที่สุด เกิดขึ้นภายหลังจากที่ผู้ผลิตน้ำตาลของจีนได้ร้องเรียนต่อกระทรวงพาณิชย์ของจีน ให้เปิดไต่สวนเพื่อใช้มาตรการเซฟการ์ด เพราะได้รับผลกระทบจากการนำเข้าน้ำตาลจากทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จีนได้รับข้อร้องเรียนและเปิดไต่สวนตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย.59

ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา หรือตั้งแต่ปี 57-59 จีนนำเข้าจากบราซิล มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ปริมาณ 2,101,227 ตัน 2,741,442 ตัน และ 1,995,934 ตัน ตามลำดับ ส่วนไทยมีการนำเข้ามากเป็นอันดับ 2 ที่ปริมาณ 535,650 ตัน 602,926 ตัน และ 179,554 ตัน ตามลำดับ

"การที่จีนเรียกเก็บอาการปกป้องฯ ครั้งนี้ จะทำให้ผู้ส่งออกน้ำตาลจากทุกประเทศที่ส่งออกไปจีน ต้องเสียอากรในอัตราเดียวกัน แต่ผู้ส่งออกไทยน่าจะได้รับผลกระทบไม่มากนักเมื่อเทียบกับบราซิล และผู้ส่งออกรายอื่นๆ เพราะไทยได้เปรียบในด้านการขนส่ง เนื่องจากอยู่ใกล้จีนมากกว่า อย่างไรก็ตาม กรมฯ ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงปักกิ่ง เพื่อติดตามการใช้มาตรการดังกล่าวต่อสินค้าน้ำตาลจากไทยแล้ว”