วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วรงค์ แจงแทน กปปส. ปัดข่าว ยึด ปชป.เปลี่ยนหัวหน้าพรรค

"หมอวรงค์" แจงแทน กปปส. ปัดข่าว ยึด ปชป.เปลี่ยนหัวหน้าพรรค ยันไม่เป็นความจริง ไม่แปลกที่จะเสนอคนอื่นเป็นนายกฯ คิดต่างได้

วันที่ 31 พ.ค. นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีแกนนำ กปปส. ที่เป็นอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ รวมตัวเข้าพรรคและหารือกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้บริหารพรรค เมื่อวันที่ 30 พ.ค.ที่ผ่านมาว่า ได้มีโอกาสร่วมพบปะพูดคุยระหว่างพี่ๆ น้องๆ กปปส. ในช่วงที่กลับเข้าพรรคทางการ ซึ่งมีหัวข้อพูดคุยที่น่าสนใจ คือ กปปส.ก็คือสมาชิกพรรคที่เป็นอดีต ส.ส.ของพรรค ที่ไปทำภารกิจเพื่อประเทศชาติ เมื่อเสร็จภารกิจก็กลับบ้านพูดคุยให้เกิดความเข้าใจกัน ซึ่งได้รับการยืนยันจาก กปปส.กรณีกระแสเรื่องการกลับมายึดพรรค หรือเปลี่ยนผู้บริหารพรรคนั้น ว่า ไม่เป็นความจริง เป็นการสร้างข่าวขึ้นมา และในความเป็นจริงของพรรค ที่มาของคณะผู้บริหารพรรคจะต้องมาจากที่ประชุมใหญ่ของพรรค ไม่ใช่ใครอยากจะมายึดก็ยึดได้

ทั้งนี้ ได้มีการปรับความเข้าใจว่า ทั้ง กปปส.และพรรค เราต้องต่อสู้กับระบอบทักษิณ หรือ ระบอบทุนสามานย์ และประชาธิปไตยจอมปลอม โดยมีเป้าหมายปฏิรูปประเทศเพื่อประโยชน์ของประชาชน อีกทั้งในการเลือกตั้งครั้งหน้าสมาชิกพรรคต้องสนับสนุนหัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ แต่ถ้าพรรคไม่สามารถรวบรวมเสียงได้เพียงพอ ก็เป็นเรื่องของอนาคตและมติพรรค ตีปากพวกพูดไม่คิด ทำพรรคเสียคะแนน

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ส่วนท่านอื่นๆ ที่จะเสนอคนอื่นเป็นนายกฯ ก็ไม่แปลก เพราะแต่ละฝ่ายย่อมมีความคิดต่างได้ แต่ทุกอย่างอยู่ที่ประชาชนตัดสิน สำหรับสมาชิกพรรคเราต้องเป็นเอกภาพในการเสนอหัวหน้าพรรค และเรื่องสำคัญที่มีการพูดคุยกันมากเพราะพรรคให้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อ ดังนั้นผู้ที่แสดงความเห็นต้องตระหนักว่าเนื้อหาที่เสนอออกไป ต้องทำให้พรรคได้รับคะแนนนิยมที่ดี ไม่ทำให้พรรคแตกแยก ไม่ควรเสนอความคิดเห็นเพียงเพื่อตอบโต้โดยไม่จำเป็น เนื่องจากปัจจุบันนี้มีกลุ่มการเมืองที่หลากหลาย มากมุมมอง ย่อมตรงและไม่ตรงกับพรรค ดังนั้น การแสดงความเห็นต่างในแต่ละครั้งต้องตั้งหลักว่า พูดแล้วพรรคต้องได้ ส่วนกลุ่มที่เห็นต่างจากพรรค ถ้าประเมินแล้วเขามีความหวังดีต่อประเทศก็ไม่ควรออกไปทะเลาะกับเขาโดยไม่จำเป็น พี่น้อง กปปส. รับปากว่าจะเข้ามาพูดคุยที่พรรคให้บ่อยขึ้น เพื่อให้พรรคมีเอกภาพในการขับเคลื่อน และปรับความคิดที่ต่างกัน