บริการข่าวไทยรัฐ

ปลาน้ำดอกไม้พล่า

ยำ...พล่า...แสร้งว่า...ล้วนแต่เป็นอาหารไทยเรียกน้ำย่อยที่มีความคล้ายคลึงกันทั้งหน้าตาและรสชาติ โดยมีส่วนผสมที่เหมือนกันคือ พริกขี้หนู น้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำตาล ที่ให้รสเผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวานเหมือนกัน แต่จะต่างกันก็ตรงเมนูพล่าจะเพิ่มตะไคร้ซอย ใบมะกรูดซอย หรือบางสูตรก็จะใส่ขิงอ่อนซอยด้วย ทำให้เวลารับประทานจะมีกลิ่นหอมของสมุนไพรเพิ่มขึ้นมา และเนื้อสัตว์ที่นำมายำจะทำให้สุกก่อน ส่วนเนื้อสัตว์ที่นำมาพล่านั้นจะใช้วิธีย่างหรือลวกแค่สุกๆดิบๆ แล้วทำให้สุกอีกทีด้วยน้ำมะนาว ส่วนแสร้งว่า เนื้อสัตว์ที่นำมาแสร้งอย่างกุ้ง จะต้องย่างหรือลวกจนสุก และใช้น้ำมะขามเปียกแทนน้ำมะนาว ใช้พริกชี้ฟ้าแดงหั่นฝอยแทนพริกขี้หนู เป็นการแสร้งนั่นเอง

วันนี้เราได้อดีตนางงามประจำจังหวัดตราด คุณศรีรัตน์ ศรีภิญโญ ภรรยานายตำรวจประจำจังหวัดตราด มาปรุงพล่าปลาน้ำดอกไม้ขึ้นสำรับ โดยเป็นสูตรต้นตำรับของบ้านคุณศรีรัตน์ที่เธอได้เรียนรู้จากคุณแม่ตั้งแต่เยาว์วัย โดยคุณแม่เปิดร้านอาหารอยู่ในจังหวัดตราด และด้วยความที่รักการทำอาหารและขนมเป็นชีวิตจิตใจ เธอจึงสืบทอดทำอาหารเรื่อยมาจนทุกวันนี้ และยังมาเปิดร้านอาหารไทยพื้นบ้านต้นตำรับจากภาคตะวันออกของตนเอง ในชื่อ ร้านอาหารศรีตราด ในซอยสุขุมวิท 33 อีกด้วย นอกจากนี้ ยังทำธุรกิจอีกหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือ ธุรกิจโรงแรม ได้แก่ อาน่ารีสอร์ท & สปา และบ้านปู ซึ่งเป็นสองโรงแรมใน จ.ตราด

เมนูที่แนะนำในวันนี้เป็นเมนูที่ทำง่าย และเป็นอาหารพื้นบ้านจังหวัดตราด ที่ทุกวันนี้หาทานยาก ได้แก่ ปลาน้ำดอกไม้พล่า ซึ่งมีส่วนผสมของจานหลัก : เนื้อปลาน้ำดอกไม้ 2 ขีด/ น้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวง/ตะไคร้ 2 ต้นหั่นแว่น/ผักชีฝรั่ง 4 ใบ/ใบสะระแหน่ 3-4 ยอด/กะหล่ำปลีสีม่วงและสีขาวอย่างละ 1 ขีด หั่นฝอย....

วิธีทำ

1) เริ่มจากนำปลาน้ำดอกไม้มาแล่เอาแต่เนื้อ และเอาหนังออก จากนั้นนำน้ำส้มสายชูใส่ให้ท่วมปลา ทิ้งไว้ 10 นาที จนปลาสุกเป็นสีขาว บีบน้ำออก และนำปลาขึ้นมาพักไว้

2) จากนั้นไปหั่นผักโดยนำผักชีฝรั่ง, กะหล่ำปลีสีม่วงและสีขาวหั่นเป็นฝอย แล้วนำมาคลุกเคล้ากัน และนำปลาที่พักไว้มาวางข้างบนผักสลัดที่เตรียมไว้ นำใบสะระแหน่มาโรยแต่งหน้าด้านบน เป็นอันเสร็จจานหลัก

ในส่วนของน้ำจิ้มสูตรเด็ด ประกอบด้วยส่วนผสมของ : ถั่วตัด 4 ชิ้น/พริกขี้หนูสวน 7 เม็ด/ กระเทียมไทย 7 กลีบ/น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ/ น้ำเชื่อม 1 ช้อนชา...

วิธีทำ

1) นำพริกกับกระเทียมมาโขลกให้เข้ากัน

2) ใส่ถั่วตัดลงไปโขลกด้วย

3) ปิดท้ายปรุงรสด้วยน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำเชื่อม 1 ช้อนชา ก็จะได้น้ำจิ้มถั่วตัดที่ครบรสทั้งเปรี้ยว หวาน และเค็ม ซึ่งน้ำจิ้มถั่วตัดนี้ คนภาคตะวันออกนอกจากจะนำมาทานกับปลาพล่าแล้ว ยังนำมาทำเป็นน้ำจิ้มซีฟู้ดอีกด้วย

เมนูนี้จะเสิร์ฟแยกกันระหว่างจานหลักกับน้ำจิ้ม เมื่อจะรับประทานจึงค่อยนำมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน หรือจะทานไปคลุกไปทีละส่วนก็ได้.