วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สายฮิปต้องมา! ห่มสไบเที่ยว 'เมืองมัลลิกา' อัพเดตใหม่เช็กอินเจ้าค่ะ

หน้าฝนแบบนี้ขาเที่ยวหลายคนเลือกปักหมุดที่เมืองกาญจน์ รวมถึงเราด้วย เพราะเห็นหลายคนไปเช็กอินที่เที่ยวแห่งใหม่อย่าง เมืองมัลลิกา ร.ศ.124 กันล้นหลาม นี่ก็อยากไปบ้าง...

สัปดาห์นี้ฮัมมิ่งเบิร์ดชวนแฟนๆ I TOUR ALONE มาเปลี่ยนสไตล์นุ่งผ้าไทยเที่ยวเมืองเก่าสมัย ร.5 ในช่วง ร.ศ.124 หรือเป็นช่วงหลังจากการประกาศเลิกทาสนั่นเอง โอ้ว...มีความข้อมูลแน่น ใครที่ไปเที่ยวมาเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว จนถึงก่อนสงกรานต์ปีนี้ อาจจะได้บรรยากาศสวยงามที่สดใหม่ เพราะเป็นช่วงเพิ่งเปิดเมือง แต่ถ้าใครมาช่วงนี้ยิ่งจะฟินไปอีก เพราะเขามีแหล่งพักผ่อนใหม่อัพเดตมาให้เที่ยวชมเยอะกว่าเดิม พร้อมแล้วตามมาดู...

-1 โซนใหม่พิพิธภัณฑ์-

หลายคนคงทราบกันอยู่แล้วว่า ใครมาเที่ยวเมืองมัลลิกา ร.ศ.124 ไม่ควรพลาดใส่ชุดไทยพร้อมร่มกระดาษสีสันสดใสไปแวะถ่ายรูปตามจุดต่างๆ ในเมือง แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ วันนี้เราจะมาอัพเดตจุดท่องเที่ยวแห่งใหม่ล่าสุดที่เพิ่งจะเปิดให้เข้าชมในเดือน พ.ค. 2560 นั่นคือ โซนพิพิธภัณฑ์และร้านกาแฟเมืองมัลลิกา ภายในจัดแสดงเรื่องราวของประเทศไทยในช่วง ร.ศ.124 ชมบ้านเมืองหลังการเลิกทาสในชุมชนริมน้ำเจ้าพระยา มีการจัดแสดงเครื่องแต่งกายสมัย ร.5 และจัดแสดงภาพถ่ายเก่าแก่อายุหลายร้อยปี ให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นว่าเมื่อก่อนบ้านเมืองเราเป็นยังไงบ้าง

เดินชมมาเรื่อยๆ จนถึงอีกห้องหนึ่ง ตรงนี้จะจัดเป็นร้านกาแฟแบบไทยๆ ขนมที่ใช้เสิร์ฟคู่กับกาแฟก็เป็นขนมไทยพวกจ่ามงกุฎ ทองหยิบ ทองหยอด ไม่มีเบเกอรี่เหมือนร้านทั่วไปนะจ๊ะ

จากนั้นเราก็เดินไปร้านเช่าชุดไทย เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนไปเดินเที่ยวชมในเมืองกัน อ้อ! ก่อนจะเข้าไปเปลี่ยนเป็นชุดไทยใส่ผ้าโจง แนะนำว่าควรเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยก่อน เพราะถ้าปวดท้องเข้าห้องน้ำขึ้นมา บอกเลยว่าชุดถอดลำบากนะจ๊ะ เดี๋ยวจะฉี่ราดเอาได้ ไม่ได้ล้อเล่น ส่วนราคาค่าเช่าชุด ก็ตามนี้เลย...

- เสื้อผู้ชาย ร.5 + โจงกระเบน ราคา 300 บาท
- เสื้อกุยเฮง + โจงกระเบน ราคา 100 บาท
- ผ้าสไบ + โจงกระเบน ราคา 200 บาท
- เสื้อเด็ก + โจงกระเบนเด็ก ราคา 50 บาท

- 2 แลกเงินที่สยามกัมมาจล-

เปลี่ยนชุดเสร็จก็เข้ามาด้านใน ขอให้เดินเลยผ่านตลาดสะพานหันมาก่อน เพื่อไปแลกเงินที่ธนาคารสมัยก่อน หรือที่เรียกกันว่าแบงก์สยามกัมมาจล สาขาแพร่ง คือที่นี่เขาอยากรักษาการใช้เงินโบราณไว้ ก็เลยไม่สามารถใช้เงินปัจจุบันซื้ออาหารเครื่องดื่มต่างๆ ภายในเมืองได้ อะ...จัดไป เราแลกไป 100 บาท ได้มาเป็นเงิน 20 สตางค์ โดยมีอัตราการแลกเปลี่ยนเงิน ดังนี้

1 สตางค์ = 5 บาท
2 สตางค์ =10 บาท
5 สตางค์ = 25 บาท
10 สตางค์ = 50 บาท

-3 เที่ยวชมตลาดสะพานหัน-

บริเวณนี้จะเป็นการจำลองตลาดบนสะพานในอดีต เป็นสะพานไม้โค้งกว้าง สองฟากสะพานมีห้องแถวเล็กๆ ให้ขายของ ส่วนตรงกลางเป็นทางเดิน ซึ่งสะพานนี้ ร.5 เคยเสด็จประพาสเพื่อซื้อผลไม้แห้งที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ เช่น ลูกพลับแห้ง เป็นต้น

-4 เที่ยวชมมุมสูงบนหอเมือง-

จุดที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองก็คือ หอคอยสูงกลางเมือง นักท่องเที่ยวสามารถเดินบันไดวนขึ้นมาชมทัศนียภาพรอบเมืองได้ในมุมมองแบบเบิร์ดอายวิว สวยไปอีกแบบ เห็นเมืองทั้งเมืองยิ่งใหญ่ตั้งตระหง่านท่ามกลางแมกไม้ แถมมีลมพัดเข้ามาเย็นสบายตลอดเวลา ไม่ค่อยสูงมาก เด็ก ผู้ใหญ่ คุณป้าคุณลุงก็เดินกันขึ้นมาชิลๆ จ้า

-5 โซนอาหารเครื่องดื่ม-

โซนนี้เรียกว่าโซนเรือนแพ เป็นที่ตั้งของร้านอาหารมื้อหลักจำพวกอาหารจานเดียว นอกจากนี้ยังมีโซนตลาดกลางเมืองที่มีของทานเล่น ขนมไทย และร้านเครื่องดื่มมากมายให้บริการ น่าเสียดายที่เรามาเที่ยววันธรรมดาตลาดแห่งนี้เลยเงียบๆ หน่อย ถ้ามาวันเสาร์ อาทิตย์ โซนนี้จะคึกคักมากๆ ของกินพวกอาหารโบราณก็จะเยอะกว่านี้

-มุมถ่ายรูปสุดชิค-

นอกจากนี้คุณยังสามารถเดินทัวร์รอบเมือง ถ่ายรูปเก๋ๆ ได้หลากหลายมุมภายในพื้นที่ประมาณ 60 ไร่ แบ่งโซนต่างๆ ได้อย่างลงตัว มีทั้งจากหอเมือง บริเวณสะพานข้ามคลอง โซนเรือนคหบดีหลังใหญ่ โซนโรงครัว และสวนหย่อมศาลาริมน้ำ บรรยากาศดี ฟ้าใส แต่แอบร้อนเหงื่อแตกเหมือนกันนะ เพราะมาเที่ยวช่วงกลางวัน ต้องกางร่มตลอดเวลา

-ข้อดี/ข้อเสีย-

ข้อดี : ออกแบบเมืองได้สวยงามอลังการมาก เก็บรายละเอียดของเมืองโบราณสมัย ร.ศ.124 ได้ครบทุกเม็ด ทั้งการแต่งกาย การใช้สตางค์ใช้จ่ายในเมือง ภาชนะในร้านค้าทำจากวัสดุธรรมชาติ ไม่มีพลาสติก มีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวเลือกสนุกได้เยอะ เช่น ร้อยดอกไม้ ลองโม่แป้ง ทำขนมไทย ชมการแสดงไทยยามเย็น ห้องน้ำมีหลายจุด เพียงพอต่อปริมาณนักท่องเที่ยว ที่สำคัญคือรักษาความสะอาดได้ดีมาก ไม่เจอเศษขยะเลย พ่อค้าแม่ค้าในเมืองยิ้มแย้มแจ่มใส บริการดีมากๆ

ข้อเสีย : ค่าบัตรเข้าชม รวมถึงค่าเช่าชุดอาจจะสูงไปนิด ส่วนเวลาเดินเที่ยวเองในเมือง อาจจะงงหน่อยๆ ถ้ามีป้ายบอกทางหรือแผนที่เพิ่มให้หลายๆ จุด น่าจะช่วยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวได้เยอะขึ้นค่ะ

-การเดินทาง-

เมืองมัลลิกาตั้งอยู่ตรงทางเข้าปราสาทเมืองสิงห์ ติดปั๊มบางจาก ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ห่างจากตัวเมืองกาญจน์ 32 กม. ถ้าไม่มีรถส่วนตัว แนะนำให้ขึ้นรถตู้ที่หมอชิต เลือกคิวรถที่วิ่งเส้นทางไทรโยค กาญจนบุรี โดยที่นี่เปิดบริการทุกวัน เวลา 9.00 – 19.00 น. ต้องซื้อบัตรเข้าชม และจะปิดเคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรเวลา 18.00 น.

-โปรโมชั่นล่าสุด มิ.ย. 2560-

โปรแบบเหมาวันธรรมดา จันทร์ – ศุกร์
1. ค่าเข้า + ชุดไทย + สำรับเย็น ราคา 650 บาทต่อท่าน
2. ค่าเข้า + ชุดไทย ราคา 350 บาทต่อท่าน

ราคาค่าเข้าทุกวันรวมวันหยุดสุดสัปดาห์
ผู้ใหญ่ 200 บาท / เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการ 100 บาท
ค่าเข้าชม+ สำรับเย็น + ชมการแสดง ราคา ผู้ใหญ่ 700 บาท เด็ก 350 บาท (โปรโมชั่นลด 10%)
เด็กความสูงต่ำกว่า 100 cm. เข้าฟรี
เด็กความสูงตั้งแต่ 100 - 130 cm. และผู้สูงอายุ - อายุ 70 ปีขึ้นไปใช้ราคาเด็ก