วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พบซากวาฬสเปิร์ม ยาวกว่า10 ม.เกยหาดสุรินทร์ คาดอาจป่วยตาย

พบซากวาฬหัวทุยยาวกว่า 10 เมตร หนักกว่าร้อยกิโลกรัม ตายกลางทะเลอันดามัน แล้วถูกคลื่นซัดเกยหาดสุรินทร์ จ.ภูเก็ต นักวิชาการชี้อาจป่วยตายนำเนื้อเยื่อตรวจสอบห้องแล็บเพื่อศึกษา และค้นหาสาเหตุการตาย...

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 31 พ.ค.2560 เจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดประจำชายหาดสุรินทร์ ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบซากวาฬไม่ทราบชนิดถูกคลื่นซัดเข้ามายังชายหาด จากนั้นได้ประสานไปยังนายสุชาติ รัตนเรืองศรี ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 จ.ภูเก็ต และ ดร.ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ หน.กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน แหลมพันวา ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ตลอดจนกองอนามัย เทศบาลตำบลเชิงทะเลส่งเจ้าหน้าที่ร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง

ที่เกิดเหตุเป็นชายหาดยาวตลอดแนวกว่า 5 กิโลเมตร พบเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดประจำชายหาด กำลังตรวจสอบสภาพวาฬอยู่บริเวณโดยรอบ เบื้องต้นสภาพวาฬเน่าเปื่อยทั้งตัวแล้ว มีขนาดความยาวกว่า 10 เมตร น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 100 กก. ยังไม่ทราบเพศและอายุ ส่วนสายพันธุ์นั้น เบื้องต้นเป็นวาฬสเปิร์ม หรือ วาฬหัวทุย จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อกลับไปตรวจสอบในห้องแล็บของสถาบันฯ เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุการตายที่แน่ชัด ส่วนซากวาฬดังกล่าวจะมีการฝังไว้บริเวณที่เหมาะสมต่อไป ส่วนสาเหตุการตายนั้น เบื้องต้นคาดว่าอาจป่วยตาย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

ด้าน ดร.ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ หน.กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลนกล่าวว่า ซากที่พบเป็นวาฬสเปิร์ม หรือ วาฬหัวทุย ซึ่งภาษาอังกฤษ คือ Sperm whale ชื่อทางวิทยาศาสตร์ Physeter macrocephalus เป็นวาฬขนาดใหญ่ชนิดหนึ่งและจัดเป็นวาฬมีฟันชนิดที่ใหญ่ที่สุด ลักษณะเด่น คือ มีส่วนหัวใหญ่และยาวมากเกือบร้อยละ 40 ของลำตัว โดยมีลำตัวสีเทาดำ ผิวหนังเป็นรอยย่นตลอดลำตัว ส่วนหน้าผากตั้งฉากตรงขึ้นจากปลายปากบน มีขนาดโตเต็มที่ยาวประมาณ 15-20 เมตร ลูกแรกเกิดยาว 3.5-4.5 เมตร แม่วาฬใช้เวลาตั้งท้องนาน 16-17 เดือน ลูกจะอาศัยอยู่กับแม่เป็นเวลาประมาณ 13 เดือนจึงแยกออกหากินอิสระ ขนาดโตเต็มที่ยาว 12-18 เมตร น้ำหนักมากถึง 28 ตัน ทั้งนี้วาฬหัวทุย เป็นวาฬที่อาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงและเป็นวาฬชนิดที่ดำน้ำได้ลึกที่สุด พบได้ในทะเลและมหาสมุทรทั่วโลก ในน่านน้ำไทยพบรายงานเพียง 3 จังหวัด คือ จ.ภูเก็ต พังงา และสตูล ซึ่งถูกจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมาย.