วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โรงเรือนไทย...สูงเข้าไว้

โดย สะ-เล-เต

การสร้างโรงเรือนในบ้านเรา มักใช้วิธีทำกันเอง ออกแบบเอง จ้างคนมาทำ สุดท้ายมักกลายเป็นโรงเรือนทิ้งร้างทำอะไรไม่ได้

เพราะความไม่เข้าใจในสภาพพื้นที่ ไม่เข้าใจธรรมชาติของพืช อย่างสร้างโรงเรือนหลังคาเตี้ย แต่ปลูกเมล่อน ซึ่งเป็นพืชที่เลื้อยขึ้นสูง หรือไม่ก็ใช้วัสดุคุณภาพต่ำ พังเสื่อมสภาพเร็ว รวมทั้งไปสร้างโรงเรือนตามเนินเขา ที่เสี่ยงต่อการเกิดดินสไลด์ แผ่นดินไหว

แล้วโรงเรือนแบบไหนถึงเหมาะสมกับบ้านเรา???

“ต้องปรึกษาคนที่รู้จริง เพราะหลายเรื่องต้องใช้องค์ความรู้และประสบการณ์ค่อนข้างมาก อย่างหลังคา บ้านเราเป็นประเทศร้อน ภูมิปัญญาบรรพบุรุษให้สร้างบ้านยกพื้นสูง หลังคาสูง เพื่อป้องกันไอร้อนจากพื้นดิน และถ่ายเทอากาศได้สะดวก โรงเรือนก็เช่นกัน ยิ่งสูงยิ่งดี ระบบในโรงเรือนต้องวางอย่างเหมาะสมด้วย เช่น ระบบน้ำ ท่อส่งน้ำไม่ควรใช้สีดำ ที่ดึงดูดและสะสมความร้อน”

ภูมิพันธ์ คูสกุล ซีอีโอ บริษัทสปี๊ดดี้ แอสเซ็ส ผู้ผลิตจำหน่ายโรงเรือนและวัสดุครบวงจร ให้ข้อคิดในการสร้างโรงเรือน

อีกอย่างที่หลายคนไม่ค่อยรู้กัน โรงเรือนยิ่งมีขนาดใหญ่ยิ่งดีไม่ใช่เพราะช่วยให้เราได้ปลูกพืชมากกว่าเท่านั้น ราคาค่างวดการก่อสร้างโรงเรือนขนาดเล็กกับขนาดใหญ่ราคาต่างกันไม่มาก เพราะค่าใช้จ่ายต่อตารางเมตร โรงเรือนเล็กจะแพงกว่าโรงเรือนขนาดใหญ่ พูดง่ายๆไม่ต่างอะไรกับซื้อเหมาเข่ง ถูกกว่าซื้อปลีกนั่นแหละ

มีโรงเรือนหลายโรงไม่ต้องกลัวว่าจะต้องเดินระบบควบคุมหลายตัว เพราะกล่องระบบควบคุมตัวเดียว สามารถใช้ได้กับโรงเรือนได้นับเป็นร้อยๆโรง เพียงแต่เพิ่มตัวเซ็นเซอร์และเดินระบบเพิ่มอีกนิดหน่อยเท่านั้น

และเพื่อให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด การปลูกพืช ไม่เพียงจะปลูกพืชที่ได้ราคาดี พืชนอกฤดู หรือพืชที่ไม่ค่อยมีขายในพื้นที่นั้นๆ เพื่อจะคืนทุนเร็วเท่านั้น แต่ละโรงเรือนควรปลูกพืชชนิดเดียวกัน หรือพืชที่ต้องการน้ำ อุณหภูมิ แสง ปุ๋ย ใกล้เคียงกัน เพื่อให้ง่ายต่อการตั้งระบบควบคุม

หากปลูกที่แตกต่างกันหลายชนิด ระบบควบคุมไม่สามารถทำได้หมด จะมีผลให้ได้ผลผลิตไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ประสิทธิภาพการผลิตต่ำ การคืนทุนจะช้าลงเท่านั้นเอง.

สะ–เล–เต