วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต่างกับแท็กซี่ตรงไหน? 'Uber - Grab' ถูกผู้โดยสารร้องเรียนเพียบ!

จากกรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกสังคมออนไลน์ ถึงประเด็นของ อูเบอร์ (Uber) และแกร็บ (Grab) ทางเลือกใหม่ด้านการเดินทางผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ เป็นที่กล่าวถึงในวงกว้าง ผู้บริโภคให้การชื่นชมทั้งราคาที่เหมาะสมกับผู้บริโภค และมีบริการที่ดีกว่ารถแท็กซี่สาธารณะทั่วไป แต่ทั้ง 2 ธุรกิจนี้ ยังไม่ใช่บริการที่ถูกกฎหมาย โดยก่อนหน้านี้ เกิดเหตุการณ์ที่ไม่ดีนักกับคนขับอูเบอร์อีกด้วย (ข่าวที่เกี่ยวข้อง คุมตัวหนุ่มขับอูเบอร์ ถูกล้อมรถ เสียค่าปรับ 2 พัน)

เมื่อเทียบกับกระแสสังคมขณะนี้ อูเบอร์และแกร็บ ยังคงเป็นที่หนึ่งด้านการบริการเมื่อเทียบกับแท็กซี่ที่พบแต่คำก่นด่า วันนี้ ‘ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์’ จึงขอนำประสบการณ์จากผู้ใช้บริการอูเบอร์และแกร็บ บางส่วน ที่ขอบอกว่า “ไม่น่าประทับใจ” เอาเสียเลยมาให้ชมกันบ้าง โดยไม่ได้เป็นการดิสเครดิตใคร แต่ต้องการให้เห็นอีกแง่มุมหนึ่งของการบริการ

เริ่มที่ อูเบอร์

คิดค่าทางด่วนเกิน

ผู้ใช้บริการรายหนึ่ง โดนเก็บค่าทางด่วน ทั้งที่ไม่ได้ผ่าน ซึ่งแจ้งปัญหาผ่านระบบแล้วถึง 4 ครั้ง ยังไม่ได้รับการติดต่อแก้ปัญหา


เก็บค่าโดยสารโดยไม่ได้ใช้บริการ

ผู้ใช้บริการถูก อูเบอร์ เรียกเก็บค่าโดยสาร จำนวนกว่า 600 บาท โดยที่ไม่ได้เรียกใช้บริการ หักอัตโนมัติผ่านระบบบัตรเครดิต ซึ่งมีผู้มาแสดงความคิดเห็นมากมาย เพราะเคยโดนเรียกเก็บค่าบริการเหมือนกัน


คนขับหงุดหงิด ทนฟังเสียงลูกค้าไม่ได้

ผู้ใช้รายหนึ่งโพสต์แสดงความคิดเห็นว่า คนขับรถ ไม่สามารถทนฟังเสียงผู้โดยสารคุยโทรศัพท์ได้ ทั้งที่พูดจาสุภาพ และไม่ได้พูดล่วงเกินใดๆ กับคนขับ และมองว่า อูเบอร์ ไม่สามารถตอบโจทย์ได้


โดนเรียกเก็บค่าบริการเพิ่ม

ผู้ใช้บริการรายนี้ เรียกอูเบอร์ โดยระบบได้หักเงินจากบัตร รวมกับส่วนลดการเดินทางเรียบร้อยแล้ว หลังจากถึงที่หมาย คนขับกลับเรียกเก็บเงินเพิ่มอีก 78 บาท อีกทั้งยังติดต่ออูเบอร์ ให้แก้ไขปัญหาไม่ได้ ทางอินบ็อกซ์เฟซบุ๊ก ก็ไม่สามารถติดต่อได้


โดนยกเลิกสามคันรวด!

ใครบอกว่า อูเบอร์ ไม่ปฏิเสธผู้โดยสาร ล่าสุดโดนผู้ใช้บริการประชดจนหงายหลัง เนื่องจากโดนคนขับปฏิเสธสามคันรวด และที่เจ็บใจมากกว่านั้น คือคนขับ บอกให้เจ้าตัวกดยกเลิกเอง อ้างว่า ไม่มีปุ่มยกเลิกภายในแอปพลิเคชัน เพียงเพราะกลัวเสียประวัติ ซึ่งหากผู้ใช้งานยกเลิกหลังจากเรียก 5 นาที ก็จะถูกคิดค่าปรับ 45 บาท และเสี่ยงโดนแบนในการใช้งานครั้งต่อไปอีกด้วย

ค่าโดยสารแพงมาก!

ผู้โดยสารรายนี้ โพสต์เปรียบเทียบราคาค่าโดยสารจากห้วยขวาง ไปดอนเมือง ขาไปนั่งแท็กซี่ จ่ายตามราคามิเตอร์เพียง 190 บาท ขากลับลองใช้บริการอูเบอร์ ปรากฏว่า ค่าโดยสารสูงถึง 367 บาท ทั้งๆ ที่เป็นช่วงเวลากลางคืน การจราจรไม่ติดขัด ถึงกับเข็ดจากการใช้บริการครั้งแรกกันเลยทีเดียว


มาดูด้านของ แกร็บ กันบ้าง ก็ไม่น้อยหน้า

Grab ราคาพุ่งพรวด!

ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ผู้โดยสารถึงกับบ่น เพราะปกติใช้บริการเฉลี่ย 70-80 บาท แต่ในครั้งนี้พุ่งสูงถึง 270 บาท ถามหาความยุติธรรม มีการควบคุมราคาตามมาตรฐานบ้างไหม?

คนขับหัวหมอ

ผู้โดยสารรายหนึ่งใช้บริการแกร็บคาร์ ค่าโดยสารจริง 57 บาท และได้จ่ายค่าโดยสารไป 100 บาท แต่คนขับกลับหัวหมอ ทอนเงินให้เพียง 20 บาท โดยอ้างว่าเพิ่งทอนเงินให้ลูกค้าก่อนหน้านี้จนไม่มีเงินเหลือ หลังจากนั้นผู้ใช้บริการโทรศัพท์ไปร้องเรียน ซึ่งทางแกร็บ ได้รับเรื่องไว้ แต่ก็หายเงียบเข้ากลีบเมฆ

ก้นยังไม่ทันติดเบาะ ตัดเงินในบัตรทันที!

ผู้โดยสารรายนี้รู้สึกไม่ได้รับความยุติธรรม โดยเจ้าตัวเรียกรถและตัดเงินผ่านบัตร ซึ่งหลังจากกดเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน พบว่าเงินถูกหักออกจากบัตรทันที ทั้งๆ ที่ยังไม่ทันนั่งบนรถ โดยแกร็บอ้างว่าเป็นการประกันเงินหรือสำรองเงินไว้ก่อน หากค่าบริการไม่ถึงจำนวนที่หัก จะได้รับเงินคืนภายใน 5-7 วัน แบบนี้ก็ได้เหรอ...

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง อูเบอร์ กรณีการแก้ไขปัญหาด้านกฎหมาย นางสาวศิริภา จึงสวัสดิ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยของอูเบอร์ (Uber Thailand) เปิดเผยกับทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ว่า อูเบอร์ได้มีการหารือ และพูดคุยกับกระทรวงคมนาคม อย่างต่อเนื่อง เพื่อต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาระบบคมนาคมไทย ตลอดจนคิดค้นนวัตกรรม ช่วยให้คนในสังคมไทยเข้าถึงระบบขนส่งอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม ซึ่งจากการหารือเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ภาครัฐได้เข้าใจถึงรูปแบบการให้บริการในระบบ Ride Sharing หรือการใช้รถร่วมโดยสารด้วยกัน และได้มีการสรรหาองค์กรอิสระเข้ามาร่วมศึกษาด้วย โดยระหว่างนี้ต้องใช้เวลานาน 6-12 เดือน ก่อนที่จะออกมาเป็นรูปเป็นร่าง

ทางด้าน แกร็บแท็กซี่ หรือ แกร็บคาร์ ทางทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ได้มีการติดต่อประสานงานเพื่อพูดคุยในประเด็นดังกล่าว แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้

ทั้งนี้ จากข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก ระบุว่า ผู้บริโภคสามารถเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันได้ตามปกติโดยไม่ผิดกฎหมาย ส่วนแกร็บคาร์ ยังคงผิดกฎหมายเพราะถือเป็นรถป้ายดำเช่นเดียวกับอูเบอร์ เนื่องจากเป็นการใช้รถยนต์ผิดประเภทจากที่จดทะเบียนไว้.