บริการข่าวไทยรัฐ

โรดแม็ปเลือกตั้งตาม รธน. กับโรดแม็ปในใจบิ๊กตู่

โดย ลมกรด

และแล้วบิ๊กตู่ก็ออกมาสวนหมัดใส่นักการเมือง ตอบโต้ที่โดนพรรคต่างๆรุมถล่มเละจากกรณีตั้งคำถาม 4 ข้อให้ประชาชนตอบ

บิ๊กตู่บอกว่า จุดประสงค์ที่ถามคือ ต้องการให้ประชาชนได้คิด เพราะ ฝ่ายการเมืองยังเดินสายพูดบิดเบือนทุกอย่าง และโจมตีตนทางสื่อ ดิสเครดิตรัฐบาลทุกเรื่อง เพราะไม่ต้องการให้สิ่งใหม่ๆเกิดขึ้น เมื่อเขาเล่นงานตน ก็ต้องถามกลับไปบ้าง จึงขอถามคนไทยว่า ต้องการความเปลี่ยนแปลงหรือไม่ หากต้องการก็ต้องคิดในสิ่งที่ถามไป

บิ๊กตู่กล่าวว่า เรื่องเลือกตั้งไม่ได้ขัดแย้ง ยังไงก็ต้องมีโรดแม็ปว่าเมื่อไหร่ก็ต้องเมื่อนั้น แต่วันนี้แค่เลือกตั้งยังไม่ยอมกันเลย ต่างเร่งให้เร็วแค่นี้แค่นั้น มีความไม่สงบเกิดขึ้น แล้วบอกว่าจะต้องเลือกตั้งให้เร็วขึ้น ประเทศไหนก็ไม่มีแบบนี้ ถ้าไม่สงบเรียบร้อยก็ทำอย่างอื่นไม่ได้ และตนไม่เคยพูดสักคำว่าจะไม่เลือกตั้ง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นักการเมืองมองว่า 4 คำถามนั้นนายกฯต้องการอยู่ต่อ บิ๊กตู่ตอบกลับเสียงดังว่า “อยู่ได้อย่างไร ถ้าอยากอยู่ต่อผมต้องถามว่า ต้องการเลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้ง แต่ผมไม่ได้ถาม เมื่อไม่ได้ถามก็อย่าไปตีความ แต่ผมถามว่า ถ้าเกิดปัญหาในวันหน้าจะแก้ไขอย่างไร หรือต้องเรียกทหารออกมาปฏิวัติอีก

ก็เป็นลูกเล่นเดิมๆของบิ๊กตู่ที่มักกล่าวโทษนักการเมือง ยกตัวเองทำดีเสียสละปฏิวัติเพื่อชาติ ที่สำคัญคือ หลีกเลี่ยงไม่พูดให้ชัดเจนว่าจะเลือกตั้งช่วงเวลาไหน ทั้งๆที่ทุกฝ่ายรอคำตอบนี้อยู่

ถึงแม้ในรัฐธรรมนูญกำหนดกระบวนการไปสู่การเลือกตั้งอยู่แล้ว ซึ่งน่าจะอยู่ประมาณ ปลายปี 2561 แม้แต่ ซือแป๋มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ก็ระบุว่า อาจจะอยู่ในช่วง เดือน ต.ค.2561 หรืออาจขยายเวลาไปนิดหน่อย แต่ในเมื่อผู้นำประเทศไม่ประกาศความชัดเจน ความเชื่อมั่นก็ไม่เกิด

ไม่มีใครรู้ว่าโรดแม็ปเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญกับโรดแม็ปในใจของบิ๊กตู่จะตรงกันหรือไม่

3 ปี คสช.ทำให้คนไทยเรียนรู้มาพอสมควรแล้ว รัฐบาลทหารไม่ได้ใช้งบประมาณน้อยกว่ารัฐบาลนักการเมืองเลย แถมเนื้องานน้อยกว่าด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าเงินรั่วไหลไปไหนหรือเปล่า ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจก็ฝืดเคือง คนจนเพิ่มขึ้น

3 ปีที่ คสช.มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่การปฏิรูปประเทศไม่เกิดเป็นรูปธรรม หนำซ้ำญาติพี่น้องคนใกล้ชิดทำผิดกลับไม่ถูกลงโทษ สภาพบ้านเมืองที่ดูเหมือนสงบเป็นเพราะถูกอำนาจพิเศษกดไว้ แท้จริงแล้วรอวันปะทุ

ไม่แน่ว่าความขัดแย้งรอบใหม่อาจมีศึกระหว่างนักการเมืองกับทหารแทรกเข้ามาด้วย และการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคตอาจเป็นอย่าง คุณพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอโมเดลไว้ก็ได้

คุณปู่พิชัยให้ความเห็นว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เอื้อให้มีนายกฯคนนอก มีทางเดียวที่พรรคการเมืองจะต่อสู้กับ “พรรคทหาร” ได้คือ 4 พรรคใหญ่ได้แก่ เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย และชาติไทยพัฒนา ต้องสงบศึกผนึกกำลังต่อสู้กับพรรคทหาร ตกลงกันก่อนเลือกตั้งว่า หาเสียงอย่าโจมตีสาดโคลนกัน เมื่อเลือกตั้งแล้วพรรคไหนได้ ส.ส.มากกว่า ให้ 4 พรรคสนับสนุนพรรคที่ชนะได้เป็นนายกฯ ไม่เช่นนั้นนักการเมืองแพ้แน่นอน ต้องทนอยู่กับรัฐบาลทหารตามยุทธศาสตร์ 20 ปี

โมเดลนี้อาจติดขัดที่พรรคประชาธิปัตย์ เพราะมี กปปส.อยู่ในพรรคครึ่งหนึ่ง แต่การเมืองไม่มีอะไรสูตรสำเร็จ อะไรก็เกิดขึ้นได้.

ลมกรด