วันจันทร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กทม.จมบาดาล ฝนถล่ม ถนนเป็นคลอง

32เส้นทางหลัก ต้นโพธิ์ทับดับ1 ‘ดอนเมือง’ ป่วน น้ำท่วมบินดีเลย์

กรุงเทพฯโกลาหลฝนถล่มนํ้าท่วมรถติดหนึบไปทั่วเมือง ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันนํ้าท่วม กทม. รายงานนํ้าขังถนน 32 เส้นทาง พหลโยธินมุ่งหน้าวงเวียนบางเขนหนักน้ำสูงถึง 30 ซม. สนามบินดอนเมืองป่วนน้ำทะลักหลุมจอดอากาศยาน 5-10 ซม. กระทบ 2 เที่ยวบินดีเลย์ออกไปเป็นชั่วโมง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งระบายน้ำออก สาวคนงานเขมรเคราะห์ร้ายถูกต้นโพธิ์โค่นทับที่พักดับอนาถ ส่วนปริมณฑลอ่วมไม่แพ้กัน ถนนแจ้งวัฒนะ เขต อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี น้ำท่วมทั้งสองฝั่งตลอดสาย จุดขึ้นทางด่วนวิกฤติน้ำสูงครึ่งเมตร ขณะที่หลายจังหวัดยังเผชิญกับอุทกภัย นาข้าวล่มเสียหาย

กรุงเทพฯและปริมณฑลเจอฝนกระหน่ำอย่างหนักเกิดน้ำท่วมขังหลายจุด การจราจรติดหนึบทั่วเมือง โดยเมื่อวันที่ 24 พ.ค. เกิดฝนตกหนักในกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้น้ำระบายไม่ทันท่วมขังทั่ว กทม. พื้นผิวถนนหลายสายมีน้ำขัง รถวิ่งสัญจรไม่สะดวก การจราจรติดยาวเหยียดไปทั่วเมือง บางสายรถเคลื่อนที่ได้เพียงเล็กน้อย เนื่องจากมีน้ำท่วมสูงเช่น ถนนพหลโยธินมุ่งหน้าวงเวียนบางเขนมีน้ำท่วมสูง 30 ซม. เกือบตลอดทั้งสาย ขณะที่บริเวณลานจอดรถ รพ.ภูมิพล มีน้ำท่วมสูง 50 ซม. ทั้งนี้ ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ รายงานสภาพน้ำท่วมถนนสายหลัก 32 เส้นทางประกอบด้วย 1.ถนนหมู่บ้านเศรษฐกิจ-คลองชวดใหญ่ 2.ถนนประชาสงเคราะห์ ซอยสุทธิพร 2 3.ถนนสนามไชย หน้าวัดโพธิ์ 4.ถนนอิสรภาพ ตลาดพรานนก

5.ถนนเพชรเกษม หน้าซีคอนสแควร์ 6.ถนนงามวงศ์วาน หน้าตลาดพงษ์เพชร 7.ถนนกำแพงเพชร หน้าสถานีขนส่งหมอชิต 8.ถนนเจริญกรุง แยกหมอมี 9.ถนนนครไชยศรี หน้าตลาดศรีย่าน 10.ถนนเอกชัย บริษัทกระทิงแดง 11.ถนนพหลโยธิน วงเวียนบางเขน 12.ถนนประชาสงเคราะห์ โรงบำบัดน้ำเสีย 13.ถนนแจ้งวัฒนะ แยกหลักสี่ถึงคลองประปา 14.ถนนเยาวราช แยกเฉลิมบุรี 15.ถนนราชวิถี แยกซังฮี้ 16.ถนนศรีอยุธยา หน้าวังสวนผักกาด 17.ถนนศรีอยุธยา แยกราชปรารภ 18.ถนนประชาสุขตลอดสาย 19.ถนนประชาสงเคราะห์ หอนาฬิกา 20.ถนนงามวงศ์วาน ซอยชินเขต

22.ถนนราชวิถี บริเวณมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา-ราชวิถี 36 23.ถนนศรีอยุธยา บริเวณหน้าโรงเรียนสันติราษฎร์ 24.ถนนงามวงศ์วาน แยกเกษตร 25.ถนนพหลโยธิน แยกสะพานควาย 26.ถนนรัชดาภิเษก แยกรัชโยธิน-ซอยอาภาภิรมย์ 27.ถนนรัชดาภิเษก หน้าธนาคารกรุงเทพ 28.ถนนประดิพัทธ์ บริเวณแยกสะพานควาย-คลองประปา 29.ถนนประชาราษฎร์สาย 2 แยกเตาปูน-โชว์รูมอีซูซุ 30.ถนนพหลโยธิน หน้ากรมขนส่งทางบก 31.ถนนสุขุมวิท ช่วงสถานีรถไฟฟ้าแบริ่ง และ 32.ถนนสุทธิสาร อินทามระ ซอย 9-23

ช่วงสายนายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. ได้ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาการเร่งระบายน้ำพร้อมตรวจการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ บริเวณซอยงามวงศ์วาน 47 แยก 40 (ซอยชินเขต 2/38) เขตหลักสี่ จากนั้นนายจักกพันธุ์กล่าวว่า ถนนงามวงศ์วานช่วงระหว่างคลองประปาถึงคลองบางเขนเป็นจุดที่มีปัญหาน้ำเร่งระบายมาตลอด กทม. แก้ไขโดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม และวันนี้ฝนตกปริมาณ 100 มม. มีน้ำเร่งระบายบนพื้นผิวจราจรถนนงามวงศ์วาน เป็นน้ำที่ไหลมาจากซอยชินเขต สำนักการระบายน้ำจึงนำเครื่องสูบน้ำมาติดตั้งเพิ่ม 2 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำจากซอยชินเขตลงสู่คลองลาดโตนด และระบายน้ำลงสู่คลองเปรมประชากรจะช่วยระบายน้ำบริเวณถนนงามวงศ์วานได้เร็วยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน พายุฝนพัดต้นไม้ล้มหลายจุด เช่น ที่ถนนกำแพงเพชร 5 เยื้องสถานีรถไฟสามเสน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท มีกิ่งไม้ประดู่หักทับรถยนต์ฮอนด้า บีอาร์วี สีขาว ทะเบียน 5 กฬ 2862 กรุงเทพมหานคร ได้รับความเสียหายหลังคายุบ กระจกแตกละเอียด ขณะที่ตำรวจ สน.บุปผาราม รับแจ้งเหตุต้นโพธิ์ยักษ์สูง 15 เมตร อายุนับ 100 ปี ล้มทับเพิงพักคนงานบริเวณลานกว้างท้ายซอยสมเด็จเจ้าพระยา 3 แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน เป็นเหตุให้นางสรัญ อายุ 30 ปี คนงานก่อสร้างสัญชาติกัมพูชาที่นอนพักผ่อนอยู่ในห้องเสียชีวิต

ต่อมาเวลา 15.30 น. มีรายงานว่าเกิดน้ำท่วมขังรันเวย์สนามบินดอนเมือง แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง สูง 10-15 ซม. อีกทั้งยังมีน้ำผุดขึ้นมาจากท่อระบายน้ำของสนามบิน นอกจากนี้มี การแชร์ภาพน้ำท่วมสนามบินในโลกโซเชียล โดยนายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผู้อำนวยการสนามบินดอนเมือง ชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า ช่วงเช้าเกิดฝนตกลงมาอย่างหนักบริเวณสนามบินดอนเมืองทำให้เกิดน้ำท่วมบริเวณหลุมจอดอากาศยานด้านเหนือและใต้ซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำประมาณ 5-10 ซม. ส่งผลกระทบเที่ยวบินดีเลย์ 2 เที่ยวบินคือ สายการบินไทยไลออนแอร์เส้นทางดอนเมือง-หาดใหญ่ ตามตารางกำหนดออกเวลา 09.30 น. แต่ดีเลย์ไปออกเวลา 11.00 น. และสายการบิน ไทยไลออนแอร์ เส้นทางดอนเมือง-เชียงใหม่ ตามตารางออกเวลา 10.30 น. ดีเลย์ไปออกเวลา 11.00 น.

“น้ำที่ท่วมสนามบินดอนเมืองในภาพเป็นส่วนของหลุมจอดอากาศยานทางเหนือและทิศใต้ มีพื้นที่ต่ำ ช่วงนั้นเจ้าหน้าที่สนามบินต้องใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีในการระบายน้ำออกจนหมด ถ้าดูในภาพน้ำไม่ได้สูงมากจนให้บริการไม่ได้ แต่การจะระบายน้ำก็ต้องประสานสำนักงานเขตดอนเมือง และกรมทางหลวงก่อน เพื่อไม่ให้การระบายน้ำจากสนามบินกระทบชุมชนรอบข้างและถนนวิภาวดีรังสิต” ผู้อำนวยการสนามบินดอนเมือง กล่าวและว่า ปัจจุบันสนามบินดอนเมืองมีความสามารถในการรับน้ำฝนปริมาณไม่เกิน 80 มิลลิเมตร หากเกินกว่านี้จะมีปัญหาการท่วมขัง เราได้เตรียมพร้อม ด้วยการพร่องน้ำช่วงที่ฝนไม่ตกและตรวจสอบเครื่องสูบน้ำกว่า 12 เครื่อง ให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา

ส่วนที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เกิดฝนตกหนักนานกว่า 3 ชม. ส่งผลให้ถนนสายหลักเช่นแจ้งวัฒนะมีน้ำท่วมขังผิวการจราจรทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกตลอดทั้งสาย น้ำท่วมสูง 20-30 ซม. รถวิ่งสัญจรได้ช่องทางขวาสุดช่องทางเดียว จุดที่ได้รับผลกระทบหนักสุดคือจุดขึ้นทางด่วนแจ้งวัฒนะฝั่งขาออก ช่องทางคู่ขนานทั้ง 2 ช่องทาง มีน้ำสูงถึง 50 ซม. รถเล็กสัญจรไม่ได้ ตำรวจจราจร สภ.ปากเกร็ด ต้องลุยน้ำอำนวยการจราจรและประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้รถขับเบี่ยงขึ้นสะพานข้ามแยกเมืองทองธานี ทำให้รถติดสะสมหนาแน่นทั้งสองฝั่งตลอดสาย ส่วนถนนติวานนท์ฝั่งขาเข้าตั้งแต่แยกสวนสมเด็จฯต่อเนื่องถึงแยกเมืองทองธานี น้ำท่วมขัง 3 ช่องจราจร รถติดสะสมต่อเนื่องไปถึงพื้นที่ สภ.ปากคลองรังสิต จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่แขวงการทางนนทบุรี นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่มาติดตั้งเพื่อเร่งระบายน้ำ

ที่ จ.อ่างทอง แม่น้ำน้อยเริ่มเอ่อล้นตลิ่งไหลท่วมใต้ถุนบ้านที่อยู่ริมน้ำในพื้นที่ ต.บางจักร อ.วิเศษชัยชาญ หลังเขื่อนเจ้าพระยาเร่งระบายน้ำเหนือลงท้ายเขื่อนอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ชาวนาทุกข์ระทมน้ำท่วมขังนาข้าวจมมิด โดยนายสุชาติ มาศิริ อายุ 51 ปี ชาวนา ต.ย่านซื่อ อ.เมืองอ่างทอง เผยว่า ทำนา 20 ไร่ อยู่ติดคลองลำท่าแดง ขณะนี้ต้นข้าวได้ 1 เดือนแล้ว แต่ช่วงนี้ฝนตกหนักต่อเนื่องและไม่มีที่ระบายน้ำออก ประกอบกับระดับน้ำในคลองสูงขึ้นจนเอ่อล้นเข้านาข้าวซ้ำอีกจนจมมิดอยู่ใต้น้ำ ต้องเร่งทำคันนาเสริมให้สูงขึ้น พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำป้องกันนาข้าวล่มเสียหาย

นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนายอำเภอทั้ง 16 อำเภอ เพื่อเตรียมพร้อมป้องกันและแก้ปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เร่งระบายน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยา บวกกับในพื้นที่มีปริมาณน้ำฝนมาก ทำให้แม่น้ำน้อยล้นตลิ่งในเขต อ.ผักไห่ อ.บางบาล และ อ.เสนา เอ่อล้นเข้าท่วมนาข้าวกว่า 40,000 ไร่ จึงต้องช่วยชาวนาก่อนที่ต้นข่าวจะเสียหายหมด เจ้าหน้าที่ชลประทานได้นำเครื่องสูบน้ำติดตั้งกว่า 11 จุดเพื่อระบายน้ำอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ นายสุจินต์ได้ลงพื้นที่ติดตามการป้องกันอุทกภัยและน้ำท่วมบริเวณรอบเกาะเมืองพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งโบราณสถาน 2 จุดคือประตูระบายน้ำคลองมะขามเรียงและประตูระบายน้ำคลองท่อ ล่าสุดสถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วง

ที่ จ.นครราชสีมา มีฝนตกครอบคลุมเกือบทุกอำเภอ พื้นที่ อ.วังน้ำเขียว เกิดน้ำป่าไหลบ่าเข้าท่วมเรือกสวนไร่นาจมน้ำเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ส่วนเขตเทศบาลนครนครราชสีมา มีฝนตกหนักช่วงค่ำที่ผ่านมาจนน้ำระบายไม่ทันน้ำท่วมขังถนนหน้าตลาดเซฟวันสูงประมาณ 1 ซม. หลังฝนหยุดน้ำเริ่มลดลงจนเข้าสู่ภาวะปกติ เช่นเดียวกับที่ ต.โบสถ์ อ.พิมาย เกิดน้ำป่าไหลหลากตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้น้ำในคลองห้วยลึกเซาะฝายน้ำล้นบ้านโนนไม้แดงพังเสียหายเพิ่มมากขึ้น ด้านนายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เผยว่า ฝนมาเร็ว น้ำมาแรง อาจท่วมบ้านเรือนอย่างรวดเร็ว ได้กำชับทั้ง 32 อำเภอ และทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชนแจ้งเตือนประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงไม่ว่า อ.ปากช่อง วังน้ำเขียว ครบุรี เสิงสาง หรือพื้นที่สูง ริมเชิงเขาที่เสี่ยงต่อดินถล่ม

จ.กาฬสินธุ์ ฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังแปลงนาที่เริ่มไถหว่านข้าวนาปี โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.ห้วยโพธิ์ อ.เมืองกาฬสินธุ์ น้ำท่วมนาไปแล้วประมาณ 200 ไร่ แม้ฝนเริ่มหยุดตกบ้างแล้ว แต่เมล็ดพันธุ์ข้าวแช่น้ำมาหลายวันจนเริ่มเน่าเสียหาย ชาวบ้านเร่งสูบน้ำออกแต่ไม่เป็นผลเนื่องจากปริมาณน้ำฝนมีปริมาณมาก ไม่มีที่ระบายน้ำออก จำต้องปล่อยให้น้ำลดลงเองจนสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ จึงเริ่มไถหว่านเมล็ดพันธุ์กันอีกรอบ แม้ต้องลงทุนเพิ่มอีกครั้ง จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

เช่นเดียวกับ จ.ศรีสะเกษ ฝนตกหนักทุกวัน ที่บ้านโตง หมู่ 10 ต.กระหวัน อ.ขุนหาญ เจอฝนกระหน่ำเกือบทั้งคืน ทำให้น้ำที่ท่วมทุ่งนาอยู่แล้วเพิ่มสูงขึ้นและยังไหลท่วมบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย ถนนในหมู่บ้านน้ำสูงประมาณ 50 ซม. ส่วนต้นข้าวสูงราว 80 ซม. ถูกน้ำท่วมเหลือแต่ปลายยอด ด้านนางอำพร พงษ์วัน อายุ 60 ปี ชาวบ้านโตงเผยว่า ฝนตกหนักตั้งแต่คืนวันที่ 25 พ.ค. เช้านี้น้ำล้นทุ่งนาทะลักท่วมบ้าน รีบเก็บเครื่องใช้ไฟฟ้าพ้นน้ำ ส่วนเสื้อผ้าข้าวของอื่นๆเก็บไม่ทันเปียกเสียหายหมด ตอนนี้ยังไม่มีทีท่าว่าน้ำจะลด เนื่องจากฝนยังตกลงมาทุกวัน

ที่ จ.ตาก นายมงคล คำสุข หัวหน้าเขตรักษา พันธุ์ป่าอุ้มผาง อ.อุ้มผาง จ.ตาก แจ้งปิดเส้นทางจราจรจากหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยหนองหลวงถึงอุทยานแห่งชาติน้ำตกทีลอซูน้ำตกที่สวยติดอันดับโลก รวมระยะทาง 25 กม. ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.-30 ก.ย. เป็นเวลา 4 เดือน เนื่องจากเป็นฤดูฝนการสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก อีกทั้งเป็นการพักฟื้นผืนป่าให้สัตว์ป่าออกหากินและขยายพันธุ์โดยไม่ถูกรบกวน ส่วนการเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวน้ำตกทีลอซูในช่วงเวลาดังกล่าวสามารถเข้าไปได้ 2 เส้นทางคือล่องเรือยางจาก อ.อุ้มผาง ขึ้นที่ท่าทราย และเดินเท้าต่อไปยังน้ำตกทีลอซูประมาณ 10 กม. เส้นทางที่ 2 เดินเท้า ตามเส้นทางรถจากห้วยหนองหลวงถึงน้ำตกทีลอซูระยะ 25 กม. และการเดินทางทุกครั้งต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง

ด้านนายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า พายุไซโคลน “โมรา” (MORA) บริเวณชายฝั่งประเทศเมียนมา ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณชายแดนระหว่างประเทศบังกลาเทศและเมียนมาแล้ว ทำให้ฝนตกลดลง แต่จะมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ของภาคเหนือด้านตะวันตก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ฝนตกเฉลี่ย 40-50 มิลลิเมตร จนถึงวันที่ 4-5 มิ.ย.นี้ ขณะที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก มีฝนลดลงเฉลี่ย 30 มิลลิเมตร ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะมีฝนตกในช่วงเย็นหรือค่ำ หลังจากวันที่ 5 มิ.ย. ต้องตรวจสอบปัจจัยการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอีกครั้ง

วันเดียวกัน พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำคำตอบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ที่เขียนตอบคำถามผู้สื่อข่าวโพสต์ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ของกลุ่มสื่อประจำทำเนียบรัฐบาลถึงปัญหาน้ำท่วม หลังลงพื้นที่และให้นโยบายคิดว่า ฤดูฝนปีนี้จะสามารถรับมือกับปริมาณน้ำได้หรือไม่ โดยเฉพาะ กทม. โดย พล.อ.ประยุทธ์เขียนตอบว่า “ถ้าฝนไม่มากเกินปกติพอจะแก้ไขให้ทุเลาได้ แต่การจะแก้ไขได้อย่างยั่งยืนต้องแก้ทั้งระบบ ตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ป้องกันพื้นที่กทม. พื้นที่ตะวันตกและตะวันออก แม่น้ำเจ้าพระยา” เมื่อถามว่า กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแล และมีมาตรการช่วยเหลือในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มต่างๆ อย่างไร พล.อ.ประยุทธ์เขียนตอบว่า “มีแผนอยู่แล้ว มีงบประมาณของ ผวจ.อยู่แล้ว รัฐบาลพร้อมเติมมาตรการและงบประมาณลงไปเพิ่มเติมขีดความสามารถ”