บริการข่าวไทยรัฐ

จับ2หนุ่มสาว ฆ่าหั่นศพแอ๋ม ซัดสาว ‘เปรี้ยว’ ลงมือคนเดียว หมายจับเพิ่ม1

รวบแล้ว “วศิน-เบนซ์” คู่กิ๊กแก๊งร่วมฆ่าหั่นศพสาวคาราโอเกะ “วศิน” ถูกรวบที่กรุงเวียงจันทน์ซัดทอด “สาวเปรี้ยว” ลงมือทำร้ายเหยื่อเพียงคนเดียวจนตายก่อนนำศพไปหั่นที่ห้องพักรีสอร์ตกลางเมืองขอนแก่น ก่อนนำไปฝังที่เขาสวนกวาง เผยชนวนฆ่าสยองมาจาก “สาวเปรี้ยว” แค้นที่เข้าใจว่าผู้ตายแจ้งตำรวจจับผัวเข้าคุกคดีค้ายาเสพติด ขณะที่เจ้าตัวยอมรับผ่านพี่สาวลงมือฆ่าเหยื่อเองกับมือ ส่วน “เบนซ์” ถูกจับที่อุบลฯ ยอมรับเป็นคนนำทรัพย์สินของเหยื่อไปขายที่กรุงเทพฯ แต่ไม่ได้ร่วมลงมือฆ่าโหด ล่าสุดตำรวจเตรียมขอหมายจับเพื่อนร่วมแก๊งเพิ่มอีก 1 คน

ภายหลังศาลออกหมายจับแก๊งโหด 4 คนที่ร่วมกันฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา หรือแอ๋ม กลิ่นจุ้ย อายุ 22 ปี สาวคาราโอเกะในเมืองขอนแก่น ยัดศพใส่ถังพลาสติกไปฝังดินในพื้นที่บ้านโนนสง่า ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยแก๊งโหดกลุ่มนี้ประกอบด้วย 1.นายวศิน นามพรหม อายุ 22 ปี 2.น.ส.จิดารัตน์ หรือเบนซ์ พรหมคุณ อายุ 21 ปี 3.น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว โนนวังชัย อายุ 22 ปี และ 4.น.ส.กวิตา หรือเอิญ ราชดา อายุ 22 ปี ทั้งหมดเป็นชาว จ.ขอนแก่น และสนิทสนมกับ น.ส.วริศรา หรืิอแอ๋ม ผู้ตายเป็นอย่างดี หลังเกิดเหตุต่างแยกย้ายกันหลบหนีโดย น.ส.ปรียานุช กับ น.ส.กวิตา หนีไปทำงานที่ร้านคาราโอเกะใน จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ส่วน น.ส.จิดารัตน์หนีไปอยู่พื้นที่ จ.อุบลราชธานี คาดว่าข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้านอาจเป็น สปป.ลาว หรือกัมพูชา ส่วนนายวศิน หนีออกนอกประเทศข้ามฝั่งที่ จ.หนองคาย ไปอยู่ที่ สปป.ลาวเช่นกัน

ต่อมาวันที่ 30 พ.ค. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนที่กำลังตามล่าตัวแก๊งโหดกลุ่มนี้เปิดเผยว่า หลังจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทั้งสืบสวนภาค 4 สืบสวน ภ.จ.ขอนแก่นและสืบสวน สภ.เขาสวนกวาง ได้ติดตามกลุ่มคนร้ายอย่างกระชั้นชิด จนทราบว่า น.ส.ปรียานุช กับ น.ส.กวิตา หนีไปทำงานที่ร้านคาราโอเกะที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจะนำตัวข้ามกลับมาประเทศไทย แต่พอถึงเวลาจะไปรับตัวที่ชายแดนได้รับแจ้งจากทางเจ้าหน้าที่ของเมียนมาว่าผู้ต้องหาทั้งสองได้หายตัวไปแล้วแต่คาดว่ายังอยู่ใน จ.ท่าขี้เหล็ก พอทราบดังนั้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยเร่งประสานงานกับทางการเมียนมาเพื่อติดตามจับกุมทั้งสองคนให้ได้โดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม หลังการหายตัวไปของทั้งสองปรากฏว่า น.ส.ปรียานุชได้ติดต่อกับทางญาติที่ จ.ขอนแก่น ว่าจะขอเข้ามอบตัวแต่ยังไม่ระบุวันเวลาที่ชัดเจน แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่เมียนมาแจ้งว่า หลังรับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยว่าทั้งสองอยู่ใน จ.ท่าขี้เหล็ก ทางเจ้าหน้าที่ของเมียนมายังไม่สามารถเข้าไปจับกุมผู้ต้องหาได้โดยตรงเพราะต้องประสานงานผ่านคณะกรรมการประสานงานชายแดนไทย-เมียนมา ระดับท้องถิ่น หรือทีบีซีเสียก่อน กระทั่งเย็นวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจเมียนมาได้รับคำสั่งให้เข้าไปจับกุมตัวทั้งสองแต่ปรากฏว่าไม่พบตัวทั้ง น.ส.กวิตา และ น.ส.ปรียานุช ที่พักอยู่ใกล้ร้านคาราโอเกะแล้วทราบมีชายไทยขับรถกระบะไปรับทั้งคู่ออกไปโดยไม่ทราบจุดหมาย อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่สามารถอยู่ในประเทศเมียนมาได้เพียง 7 วัน เนื่องจากใช้บัตรผ่านแดนชั่วคราวหรือ border pass

ที่ กก.3 บก.สส.ภ.4 (ขอนแก่น) พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.4 เรียกประชุมชุดสืบสวนสอบสวนของคดีเพื่อสรุปความคืบหน้าโดย พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์กล่าวว่า ชุดสืบสวนยังคงเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาทั้งหมดอย่างกระชั้นชิดโดยเฉพาะ น.ส.ปรียานุช กับ น.ส.กวิตาที่หลบหนีไปเมียนมา ขณะนี้ได้ประสานงานกับคณะกรรมการประสานงานชายแดนไทย-เมียนมาระดับท้องถิ่น หรือทีบีซี เพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนแล้ว

พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ กล่าวอีกว่า จากการสืบสวนพบความเชื่อมโยงระหว่างผู้ตายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุซึ่งเคยร่วมงานกันมาก่อนและรู้จักกันเป็นอย่างดี โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุเคยพาผู้ตายมาทำงานด้วยกันจนเกิดความสนิทสนมแต่หลังจากที่ผู้ตายไปแต่งงานจึงได้แยกตัวออกมาแต่ภายหลังผู้ตายย้อนกลับมาทำงานกลับกลุ่มผู้ก่อเหตุอีกครั้ง ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คน คือนายวศิน นามพรหม กับ น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนว่ารู้จักหรือเกี่ยวข้องกับผู้ตายอย่างไร ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถฮอนด้าซีอาร์วี สีเทา ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ที่คนร้ายมารับผู้ตายขึ้นรถไปก่อนพบเป็นศพถูกฆ่าซึ่งเป็นรถของบริษัทเช่ารถยนต์แห่งหนึ่งในเมืองขอนแก่น ขณะนี้ได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 4 ขอนแก่น มาตรวจสอบแล้วที่ บก.สส.ภ.4

จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐาน 4 ขอนแก่นพร้อม พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.4 พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น และคณะ ร่วมกันตรวจสอบรถฮอนด้าซีอาร์วีคันดังกล่าว จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบเศษปูนซีเมนต์สำเร็จรูปที่ขอบประตูด้านหลังพร้อมเส้นผมและคราบเลือดจำนวนมาก เมื่อเจ้าหน้าที่รื้อแผ่นกระดานรองพื้นซึ่งปิดทับบริเวณที่วางยางอะไหล่ รถพบเสื้อยืดสีแดงของผู้หญิงและเสื้อยืดคอโปโลของผู้ชายยัดอยู่ในยางอะไหล่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานและตรวจดีเอ็นเอจากหลักฐานทั้งหมด สำหรับรถคันนี้กลุ่มผู้ต้องหาได้ทำสัญญาเช่าครั้งแรกระหว่างวันที่ 21-22 พ.ค.2560 แต่ภายหลังขอเช่าต่อเพิ่มอีก 1 วันคือวันที่ 23 พ.ค.และนำรถส่งคืนบริษัทในวันที่ 23 พ.ค. ภายหลังเจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือบริษัทนำมาตรวจสอบดังกล่าวคาดเป็นรถที่ใช้ขนศพเหยื่อไปฝังที่ อ.เขาสวนกวาง

ที่ สภ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย ผกก.สภ.เขาสวนกวางได้เชิญตัวนายอู๊ด โนนวังชัย อายุ 52 ปี กับนางสาคร ภาษี อายุ 62 ปี ชาวบ้านห้วยบาก หมู่ 6 ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง พ่อและแม่ของ น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว 1 ใน 4 ผู้ต้องหาพร้อมญาติมาสอบปากคำทราบว่า น.ส.ปรียานุชเป็นคนสุดท้องจากพี่น้องทั้งหมด 5 คน หลังทราบลูกถูกออกหมายจับในคดีฆ่าคนตายรู้สึกเสียใจ ไม่คิดว่าลูกสาวจะเป็นคนโหดเหี้ยมได้เช่นนี้เพราะตั้งแต่เด็กจนโตเลี้ยงลูกมาเป็นคนนิสัยอ่อนโยน “สาเหตุที่ลูกมีนิสัยโหดร้ายอาจจะเป็นเพราะคบเพื่อนไม่ดีทำให้เดินทางผิด ที่ผ่านมาส่งเงินให้แม่สร้างบ้านแต่ยังไม่ทันเสร็จลูกก็สร้างเรื่องร้ายแรง อยากให้ลูกมอบตัวโดยเร็ว” นางสาครกล่าว

ขณะที่นางประภาศิริ สมศรี อายุ 34 ปี พี่สาวของ น.ส.ปรียานุชให้การว่า เมื่อคืนวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยวได้โทร.มาหาบอกว่า “ทำเรื่องผิดพลาดได้ลงมือฆ่าเพื่อนชื่อแอ๋มโดยร่วมกับเพื่อนทั้งหมด 4 คน วางแผนล่อลวงแอ๋มออกมา จากร้านเหล้าพาขึ้นรถซีอาร์วี เมื่อขึ้นรถเปรี้ยวลงมือซ้อมแอ๋มทั้งตบตีและบีบคอจนแอ๋มแน่นิ่ง พอแอ๋มฟื้นขึ้นมาได้ด่าว่า ถ้าทำกันขนาดนี้ก็ฆ่าให้ตายดีกว่า ถ้ากูไม่ตาย มึงก็ตาย จุดนี้ทำให้เปรี้ยวแค้นหนักมาก จากที่คิดว่าจะแค่ซ้อมให้หนำใจเลยลงมือฆ่า สาเหตุเพราะแค้นที่เข้าใจว่าแอ๋มนำความลับเรื่องยาเสพติดไปบอกตำรวจ ถูกหักหลังเรื่องยาเสพติดจนทำให้สามีของเปรี้ยวถูกจับติดคุก เปรี้ยวเลยลงมือหนักขึ้น บีบคอซ้ำจนแอ๋มขาดใจตายคามือ จากนั้นเปรี้ยวกับกลุ่มเพื่อนจึงขับรถวนในเมืองหลายรอบก่อนจะขับรถไปเปิดห้องพักที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง บ้านหัวถนน หมู่ 5 ต.พระลับ อ.เมืองขอนแก่น แล้วลงมือหั่นศพแอ๋มด้วยตัวเองในรีสอร์ตดังกล่าว

บ่ายโมงวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.สส.ภ.4 สนธิกำลังกับทางการของ สปป.ลาว และตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย ควบคุมตัวนายวศิน นามพรหม อายุ 22 ปี ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับโดยจับกุมได้ที่ลาวัลย์เกสต์เฮาส์เกสต์ ในนครหลวงเวียงจันทน์ ใกล้กับมหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว ห่างจากชายแดนไทย-ลาว ประมาณ 20 กิโลเมตร จากนั้นได้คุมตัวกลับเข้าประเทศไทย ทางด่านพรมแดน สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 จ.หนองคาย เพื่อนำตัวไปสอบสวนที่ จ.ขอนแก่นทันที

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า นายวศินให้การรับสารภาพว่าอยู่ในเหตุการณ์ด้วยแต่ไม่ได้เป็นคนลงมือฆ่าน้องแอ๋ม คนที่ลงมือคือ น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว สาเหตุมาจาก น.ส.เปรี้ยว มีความแค้นส่วนตัวกับน้องแอ๋ม อ้างว่าน้องแอ๋มเป็นสายชี้เป้าให้ตำรวจจับกุมแฟนของ น.ส.เปรี้ยวในคดียาเสพติด เลยวางแผนแก้แค้น เริ่มจากไปเช่ารถฮอนด้าซีอาร์วีมาให้ตนเป็นคนขับ จากนั้นลวงน้องแอ๋มขึ้นรถ ระหว่างทาง น.ส.เปรี้ยวได้ใช้ถุงพลาสติกคลุมหัวน้องแอ๋มแล้วซ้อมซึ่งน้องแอ๋มก็พูดออกมาว่า ซ้อมเลย ถ้าแอ๋มรอดไปได้จะมาเอาคืนเลยทำให้ น.ส.เปรี้ยวลงมือซ้อมจนน้องแอ๋มขาดใจตายบนรถ จากนั้นขับรถไปซื้ออุปกรณ์ต่างๆที่ร้านวัสดุบ้านโนนทัน ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น ก่อนนำศพไปหั่นในรีสอร์ตและนำไปฝังที่ อ.เขาสวนกลาง ส่วนผู้ที่ลงมือหั่นศพคือ น.ส.เปรี้ยว คนเดียว ตนทำหน้าที่ขับรถให้เท่านั้น

ต่อมาเวลา 16.00 น. วันเดียวกัน ชุดสืบสวนคุมตัวนายวศินมาถึง จ.ขอนแก่น หลังเสร็จจากสอบสวนเบื้องต้น ชุดสืบสวนคุมตัวไปชี้จุดที่หั่นศพ น.ส.วริศรา หรือแอ๋ม ในห้องพักหมายเลข A4 ในรีสอร์ต บ้านหัวถนน หมู่ 5 ต.พระลับ อ.เมืองขอนแก่น โดยสภาพห้องถูกทำความสะอาดอยู่ในสภาพปกติเรียบร้อยหมดแถมยังมีแขกมาเข้าพักแล้ว ขณะนายวศินพาไปชี้จุดตั้งแต่ที่จอดรถช่วยแบกศพน้องแอ๋มเข้าไปวางบนเตียงห้องพักก่อนย้ายไปไว้ในห้องน้ำก่อนปล่อยให้ น.ส.ปรียานุชหั่นศพเพียงผู้เดียว ส่วนเพื่อนคนอื่นต่างแยกย้ายไปอยู่กันคนละมุม หลังหั่นศพเสร็จต่างช่วยกันนำศพใส่ถังขนขึ้นรถไปฝังที่ อ.เขาสวนกวาง ก่อนแยกย้ายกันหลบหนี

ขณะเดียวกัน มีรายงานจากชุดสืบสวน บก.สส.ภ.4 ระบุว่า ชุดสืบสวนตามรวบตัว น.ส.จิดารัตน์ หรือเบนซ์ พรหมคุณ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับได้อีก 1 คน โดยจับกุมได้ที่ จ.อุบลราชธานี สอบสวนเบื้องต้น น.ส.จิดารัตน์ หรือเบนซ์ให้การว่าไม่ได้ลงมือทำร้ายหรือหั่นศพผู้ตายแต่อย่างใด เป็นเพียงคนที่นำสิ่งของมีค่าของผู้ตาย อาทิ โทรศัพท์มือถือ ทองรูปพรรณ และอีกหลายรายการไปขายที่กรุงเทพฯก่อนหลบหนีไป สำหรับ น.ส.จิดารัตน์เป็นแฟนกับนายวศินที่ถูกจับก่อนหน้านั้นด้วย พร้อมกันนี้พนักงานสอบสวนจะขออนุมัติศาลจังหวัดขอนแก่นออกหมายจับผู้ต้องหาอีกคนชื่อ น.ส.แจ้ ไม่ทราบนามสกุล ที่ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ด้วย