วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พบแล้ว ‘14คัน’ ขาด28 ลักจากอังกฤษ

ยึดเพิ่ม2รถหรู อีก2ไปฮ่องกง อายัด-ส่งกลับ

ดีเอสไอ-ศุลกากร ลุยอายัดรถหรูที่ถูกโจรกรรมมาจากประเทศอังกฤษในฟรีโซนฯเพิ่มอีก 2 คัน และอีก 2 คันถูกส่งขึ้นเรือสินค้ามุ่งหน้าไปฮ่องกงแล้ว ศุลกากรประสานสั่งให้เรือวนกลับมายังท่าเรือ เพื่ออายัดรถที่ถูกขโมยไว้ดำเนินคดี พร้อมตรวจสอบบริษัทที่นำเข้ารถและบริษัทที่ส่งรถทั้ง 2 คันไปฮ่องกงแล้ว ถ้าพบความผิดพร้อมเรียกผู้บริหารมาดำเนินคดีตามกฎหมาย สรุปพบรถที่ถูกขโมยจากอังกฤษแล้ว 14 คัน จาก 42 คันที่ถูกส่งมาขายในประเทศไทย ยังเหลืออีก 28 คัน รองอธิบดีดีเอสไอแจง รถลัมโบร์กินี “โดม-ปกรณ์ ลัม” ไม่ใช่รถขโมยจากอังกฤษ แต่จะมีความผิดอื่นหรือไม่ ต้องรอเจ้าตัวนำเอกสารมาชี้แจงก่อน

กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้า ตรวจค้นโชว์รูมนำเข้ารถหรูเป้าหมายเครือข่ายบริษัท นิชคาร์กรุ๊ป จำกัด อายัดรถสปอร์ตและรถยนต์หรูหราราคาแพง อาทิ โรลส์รอยซ์ เฟอร์รารี แอสตัน มาร์ติน และแมคลาเรน ฯลฯ รวม 160 คัน ต้องสงสัยว่าแจ้งราคาผ่านศุลกากรต่ำกว่าความเป็นจริง เพื่อเสียภาษีราคาถูก ทำให้รัฐเสียหาย 2,900 ล้านบาท นอกจากนี้ ดีเอสไอยังได้รับการประสานจากหน่วยต่อต้านการโจรกรรมรถยนต์ สหราชอาณาจักร หรือ NaVCIS (National Vehiclei Crime Intelligence Sevice) ว่า มีรถถูกขโมยจากประเทศอังกฤษ 60 คัน ส่งมาขายในประเทศไทย 42 คัน ดีเอสไอตามไปตรวจยึดได้แล้ว 10 คัน แบ่งเป็น 7 คันยึดได้ที่โชว์รูมบริษัทเอสทีที ออโต้คาร์ อีก 2 คันมีผู้ซื้อไปครอบครองแล้ว และอีก 1 คันอยู่ในฟรีโซนกรมศุลกากรย่านลาดกระบัง อยู่ระหว่างขอข้อมูลจากประเทศอังกฤษเพื่อดำเนินการตามกฎหมายตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 พ.ค. พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ นาย ชัยยุทธ คำคูณ รองอธิบดีกรมศุลกากร พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินและการธนาคาร นายมเหสักข์ พันธ์สง่า พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเดินทางไปที่แบงคอก ฟรี เทรด โซน (Bangkok Free Trade Zone) ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจากกรมศุลกากรว่า พบรถหรูที่ถูกโจรกรรมจากประเทศอังกฤษเพิ่มอีก 4 คัน อยู่ที่แบงคอก ฟรี เทรด โซน 2 คัน และอยู่บนเรือขนส่งสินค้าอีก 2 คัน เดินทางออกจากท่าเทียบเรือไปแล้ว เจ้าหน้าที่รีบประสานให้วนกลับมาที่ท่าเรือเพื่อตรวจสอบ

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปถึงโกดังแฝดเลขที่ 999/9 และ 999/10 รปภ.ของโกดังอนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปสังเกตการณ์ แต่ขอความร่วมมือให้ถ่ายรูปเฉพาะรถที่ถูกอายัดไว้ 3 คันเท่านั้น ส่วนรถคันอื่นไม่เกี่ยวข้องกับคดีและไม่ผิดกฎหมาย เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ดีเอสไอติดเอกสารอายัด ห้ามจำหน่าย ห้ามเคลื่อนย้ายรถทั้ง 3 คัน ตามคดีพิเศษเลขที่ 120/2259 ประกอบด้วย รถเมอร์เซเดสเบนซ์ เอเอ็มจี ซีจี 3 สีขาว 1 ใน 10 คันที่ดีเอสไอตรวจพบและอายัดไว้ก่อนแล้ว และมีอีก 2 คันที่เพิ่งตรวจพบคือ รถเมอร์เซเดสเบนซ์ จีแอลอี 350 ดี สีดำ และรถสปอร์ตนิสสัน จีทีอาร์ สีขาว ที่ดีเอสไอเพิ่งตรวจสอบพบว่า เป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาจากประเทศอังกฤษเช่นกัน

พ.ต.ท.กรวัชร์เผยว่า ดีเอสไอและกรมศุลกากรร่วมกันตรวจสอบรถยนต์ต้องสงสัยถูกโจรกรรมจากประเทศอังกฤษ เชื่อว่ารถจำนวนหนึ่งยังจอดในฟรีโซนฯ จากเดิมพบรถโจรกรรม 10 คัน อายัดและจอดอยู่ที่โชว์รูม 7 คัน มีผู้ซื้อไป 2 คัน อยู่ในฟรีโซนฯ 1 คัน ล่าสุดพบเพิ่มอีก 2 คันจอดอยู่ในฟรีโซน เท่ากับว่าพบและอายัดแล้ว 12 คัน ส่วนอีก 2 คัน พบว่าขนขึ้นเรือสินค้าออกไปแล้ว ขณะนี้ให้ศุลกากรเรียกเรือขนส่งสินค้าลำดังกล่าวย้อนกลับมาเพื่อตรวจสอบอีกครั้ง

“และขอชี้แจงกรณีรถลัมโบร์กินี ฮูราแคน สไปร์เดอร์ สีเขียว ของนายปกรณ์ ลัม หรือโดม เนื่องจากก่อนหน้านี้ให้ข้อมูลไปว่า รถลัมโบร์กินีที่อยู่ในครอบครองของนายโดมเป็นรถที่ขโมยมาจากประเทศอังกฤษ เนื่องจากเจ้าหน้าที่สับสนในข้อมูล แต่หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วพบว่า รถลัมโบร์กินีที่ถูกอายัดไว้ที่โชว์รูมเอสทีที ออโต้คาร์ สาขาเอกมัย (สุขุมวิท 63) สีเดียวกัน 2 คัน เป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาจากอังกฤษ 1 คัน และรถของโดมอีก 1 คัน ส่วนรถของนายปกรณ์จะมีความผิดอื่นหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ ต้องรอให้นำเอกสารมาชี้แจงก่อน” พ.ต.ท.กรวัชร์กล่าว

ส่วนนายชัยยุทธ คำคูณ รองอธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า ศุลกากรติดต่อให้เรือบรรทุกสินค้าวนกลับมาแล้ว เพื่อให้นำรถต้องสงสัยว่าถูกโจรกรรม 2 คันกลับมาที่ฟรีโซนฯ จากการตรวจสอบเอกสารเบื้องต้นพบว่า มีบริษัทเอกชนรายหนึ่งไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้เพราะเป็นข้อมูลสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบนำรถทั้ง 2 คันมา เป็นรถเมอร์เซเดสเบนซ์ 1 คัน อีกคันไม่ทราบ ยี่ห้อ ฝากไว้ที่โกดังในฟรีโซนฯ และทำเรื่องนำรถออก จากฟรีโซนฯเมื่อต้นเดือน พ.ค. จุดหมายปลายทางที่ฮ่องกง และจะกลับมาถึงประเทศไทยประมาณ ก.ค.นี้ หลังจากนี้จะร่วมกับดีเอสไอตรวจสอบอย่างละเอียด อีกครั้ง รวมถึงความสัมพันธ์เชื่อมโยงของบริษัทผู้นำเข้าและบริษัทที่ขอส่งออก แต่ขณะนี้ยังไม่พบข้อมูล ว่ารถที่ถูกโจรกรรมเข้าไปสู่วงจรการประมูล หากผู้ประกอบการนำไปขายดีเอสไอจะรับไปดำเนินการต่อไป

“ส่วนกรณีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พบความผิดของเจ้าหน้าที่ศุลกากร 9 คน เป็นช่วงปี 2551-2553 ขณะนั้นเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจรถเห็นว่า ผู้ประกอบการน่าจะสำแดงราคาต่ำ จึงให้ผู้นำเข้าวางประกันและเรียกผู้นำเข้ามาชำระภาษีเพิ่ม ต่อมากรมศุลกากรเห็นว่า การสั่งวางประกันและออกคำสั่งให้ผู้นำเข้ามาเสียภาษีน่าจะไม่ถูกต้อง จึงยกเลิกคำสั่งพร้อมคืนเงินประกัน กรณีดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ศุลกากรเกี่ยวข้อง 9 คน สตง.ขอให้กรมศุลกากรตรวจสอบด้วยว่าเป็นการละเมิดสร้างความเสียหายให้ผู้ประกอบการ หรือมีความผิดวินัย หรือไม่เป็นคนละกรณีกับคดีที่ดีเอสไอกำลังตรวจสอบอยู่ และเป็นคนละกรณีกับที่ ป.ป.ช.ตรวจสอบการสำแดงราคาต่ำ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ศุลกากรเกี่ยวข้อง 108 คน” นายชัยยุทธกล่าว

รองอธิบดีกรมศุลกากร เผยอีกว่า เรื่องการสำแดงราคาต่ำเป็นไปได้ที่เจ้าหน้าที่จะไม่รู้ราคาซื้อขาย เพราะคนที่รู้ข้อเท็จจริงคือคนซื้อกับคนขาย ที่ผ่านมา ศุลกากรเคยเข้าตรวจบริษัทเพื่อดูเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับราคาแต่ทำได้ยาก ส่วนผู้ขายต้องใช้ความร่วมมือทางอาญาระหว่างประเทศ ขณะนี้ดีเอสไอมีหลักฐานราคาขายที่แท้จริงจากต่างประเทศแล้ว หลังจากนี้กรมศุลฯจะรับไปดำเนินการตรวจสอบเปรียบเทียบกับราคาที่นำมาสำแดง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถเมอร์เซเดสเบนซ์ จีแอลอี 350 ดี สีดำ และรถนิสสันจีทีอาร์ สีขาว มีชื่อเป็นบริษัท มาสเตอร์ ออโต้พาร์ท แอนด์ เซอร์วิส จำกัด เป็นผู้นำเข้ามาฝากไว้ในโกดังฟรีโซน บริษัทดังกล่าวจดทะเบียนเมื่อวันที่ 10 มี.ค.52 ประกอบธุรกิจนำเข้าขายรถยนต์ต่างประเทศ มีนายยิ่ง ศรีอนันต์ เป็นผู้จดทะเบียน ปัจจุบันมีผู้ถือหุ้นทั้งหมด 3 คน ประกอบโดยมี น.ส.ฐิติพรรณ เดชธีรสิริ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ นายเสถียร เธียรภาณุพงศ์ และ น.ส.บุณฑริการ์ เดชธีรสิริ เป็นผู้ถือหุ้นรองลงมา