วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บิ๊กตู่ปัดงอนเลิกจ้อ ยันที่ชง4คำถาม

สร้างการเรียนรู้ กปปส.คืนรังเก่า

“บิ๊กตู่” เอาจริงงดจ้อตามที่เปรยไว้ ว่าจะหยุดพูด 2-3 สัปดาห์ หลังถูกสื่อซักจนหงุดหงิดปมนักการเมืองกระแทกกลับคำถาม 4 ข้อถึงประชาชน ไม่แถลงข่าวไม่ให้สัมภาษณ์หลังประชุม ครม. ใช้เขียนตอบคำถามสั้นๆมอบให้ทีมโฆษกชี้แจงนักข่าวแทน ย้ำชง 4 คำถามประชาชนเพื่อสร้างการเรียนรู้ ไม่ต้องการคำตอบที่ถูกใจ มท.1 นัดถกทำความเข้าใจ ผวจ. 2 มิ.ย. “มาร์ค” ชี้กดดันตัวเอง ระบุกังวลรัฐบาลหน้าไม่มีธรรมาภิบาล ก็ไม่มีวันได้เลือกตั้ง “มีชัย” แย้มกระเถิบอีก โรดแม็ปเลือกตั้งปลายปี 61 กปปส.ตบเท้ากลับรังหารือพรรคประชาธิปัตย์ ยันไม่ขัดแย้ง ชั่วโมงนี้ขอหนุน “มาร์ค” เป็นนายกฯ ไม่คิดเลื่อยขาเก้าอี้ ลั่นขอเป็นเห็บหมาดีกว่าขี้ข้าทักษิณ “อภิสิทธิ์” ขอยึดระบบพรรค ออกตัวทุกคนมีสิทธิ์เป็นหัวหน้า แต่ ปชป. คิดแบบ “สุเทพ” ไม่ได้ ด้าน “เทพเทือก” ย้ำหนุน “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯ ชี้ กปปส.ที่กลับรังก็ต้องยึดแนวทางนี้

สืบเนื่องจากปมประเด็นที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งคำถาม 4 ข้อให้ประชาชน ร่วมตอบแสดงความคิดเห็นผ่านศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ จนถูกฝ่ายการเมืองโจมตีอย่างหนัก และเมื่อสื่อมวลชนนำเรื่องนี้ไปสอบถาม ได้สร้างความไม่พอใจจนนายกฯเปรยว่าจะเลิกพูดสัก 2-3 สัปดาห์นั้น ล่าสุดนายกฯงดให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

“บิ๊กตู่” นำ ผบ.เหล่าทัพศึกษาวิจัย

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. เวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนการประชุม นายกฯได้เชิญผู้บัญชาการเหล่าทัพ ประกอบด้วย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร. พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผบ.ทอ. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และพล.อ.สมศักดิ์ นิลบรรเจิดกุล ผู้ช่วย ผบ.ทบ. มารับฟังและดูผลงานการวิจัยของคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่คิดค้นและวิจัยนวัตกรรมต่างๆ ที่สามารถจัดซื้อและนำไปต่อยอดใช้ในกองทัพได้ อาทิ ระบบติดตามรถขนส่งมวลชนสาธารณะแบบประจำทาง ระบบไฟส่องสว่างท้องถนนหรืออาคาร นายกฯกำชับให้เหล่าทัพนำผลการวิจัยนี้ไปใช้ในกองทัพให้เกิดประโยชน์ โดยผลิตเอง หรือจ้างเอกชนให้ดำเนินการก็ได้

พร้อมรณรงค์ลดนักสูบหน้าใหม่

จากนั้นสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิเพื่อสร้างสังคมอาเซียนปลอดบุหรี่ นำตัวแทนเยาวชนจากประเทศอาเซียนเข้าพบนายกฯ เพื่อรณรงค์เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก ซึ่งตรงกับวันที่ 31 พ.ค.ของทุกปี โดยนายกฯกล่าวกับเยาวชนว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนลดนักสูบหน้าใหม่ให้ได้ ส่วนการเดินหน้าประเทศจะต้องไม่มีความขัดแย้ง ขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือทุกอย่างก็จะเดินหน้าไปได้ เช่นเดียวกันกับประเทศอาเซียนที่ต้องถูกยอมรับอย่างมีศักยภาพ รัฐบาลนี้ยินดีที่จะสนับสนุนและเดินหน้าประเทศไปสู่ในอนาคต จากนั้นร่วมถ่ายเซลฟี่กับเยาวชนเป็นที่ระลึก

ฉีดวัคซีนแซวทั้งหมอ-พยาบาล

ต่อมา นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข ได้นำแพทย์ พยาบาลมาให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ ให้กับนายกฯและ ครม.โดยระหว่างฉีด พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกระเซ้ากับแพทย์ที่ฉีดวัคซีนให้ว่า “มือเบา จะเบิ้ลอีกเข็มก็ได้นะ” ขณะที่แพทย์กล่าวชี้แจงว่า “เข็มเดียวป้องกันไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์แล้ว” และก่อนขึ้นประชุม นายกฯและ ครม.ได้ร่วมถ่ายเซลฟี่ร่วมกับพยาบาล พร้อมกล่าวหยอกว่า “ยิ้มกันแบบนี้แสดงว่าได้บรรจุกันหมดแล้วซิ”

“บิ๊กป้อม” ประชุม ครม.ซูบหาย 10โล

ก่อนหน้านั้นเวลา 08.10 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้เดินทางมาร่วมประชุม ครม. หลังจากลาประชุมเพื่อพักรักษาตัว โดยยังคงมีท่าทางอิดโรยจากอาการป่วย แต่ก็ยังคงยิ้มให้กับผู้สื่อข่าว เมื่อสอบถามว่า อาการป่วยดีขึ้นหรือยัง พล.อ.ประวิตรตอบด้วยน้ำเสียงเบาๆ ช้าๆ ว่าดีขึ้นแล้ว แข็งแรงดีแล้ว ไม่มีปัญหาอะไร ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังดูซูบไปนิดนึง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ซูบลง เพราะน้ำหนักลงไปถึง 10 กิโลกรัม

“บิ๊กตู่” งดสัมภาษณ์ใช้เขียนแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เอ่ยปาก ว่าจะเลิกพูดไป 2-3 สัปดาห์ ระหว่างไปตรวจระบบระบายน้ำและพื้นที่น้ำท่วมย่านซอยลาซาล-แบริ่ง เมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่า เมื่อเวลา 13.05 น. ภายหลังเป็นประธานการประชุม ครม. พล.อ. ประยุทธ์ได้งดแถลงข่าวและตอบคำถามผู้สื่อข่าวในประเด็นต่างๆ ที่ส่งไปให้ไว้ล่วงหน้า เมื่อลงลิฟต์จากห้องประชุม ครม.มาถึงห้องโถงใต้ตึกบัญชาการที่ผู้สื่อข่าวรอการแถลงข่าวอยู่ พล.อ.ประยุทธ์เพียงแค่หันมากล่าวว่า “เดี๋ยวให้โฆษกรัฐบาลชี้แจงแล้วกันนะ” จากนั้นเดินกลับไปตึกไทยคู่ฟ้าขึ้นห้องทำงาน ทันที เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามเดินตามไปสอบถามว่า ที่ไม่ยอมให้สัมภาษณ์หรือแถลงข่าวเป็นเพราะงอนอะไรหรือเปล่า พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ไม่ได้งอน ผมไม่ใช่เด็กนะจะมางอนอะไรกัน” อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ได้นำกระดาษเอ 4 เขียนด้วยลายมือตอบคำถามที่ผู้สื่อข่าวตั้งคำถามเป็นประเด็นไว้ 11 ข้อ มอบให้ พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาโชว์ให้ผู้สื่อข่าวดู และ จะส่งคำตอบดังกล่าวเผยแพร่ลงในแอพพลิเคชั่นไลน์ ของกลุ่มสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลแทน

ยันชง 4 คำถามสร้างการเรียนรู้

ต่อมาเวลา 14.10 น. พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ ได้นำคำตอบ ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. โพสต์ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ของกลุ่มสื่อประจำทำเนียบรัฐบาล ที่ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีตั้ง 4 คำถามให้ประชาชนตอบว่านายกฯมั่นใจหรือไม่ว่าจะได้คำตอบจริงๆ จากประชาชนหรือไม่ เพราะหลายฝ่ายเกรงกันว่าจะมีการกลั่นกรองเอาแต่คำตอบที่ถูกใจนายกฯมานำเสนอเท่านั้น โดย พล.อ.ประยุทธ์เขียนตอบว่า “ผมไม่มีความตั้งใจจะได้คำตอบที่ถูกใจ หรือไม่ตรงใจ ผมต้องการสร้างการเรียนรู้ว่าประชาชนจะช่วยกันอย่างไรให้ได้รัฐบาลที่ดีมีธรรมาภิบาลในการบริหารบ้านเมืองต่อไป ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตัวนายกรัฐมนตรีเลย เพราะการเลือกตั้งประชาชนเป็นผู้เลือก ต้องเลือกด้วยความรอบคอบ”

มท.1 นัดทำความเข้าใจผู้ว่าฯ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีนายกฯมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยรวบรวมคำตอบ 4 คำถามที่ นายกฯตั้งขึ้นผ่านศูนย์ดำรงธรรมว่า วันที่ 2 มิ.ย. จะเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศประชุมทำความเข้าใจซักซ้อมการปฏิบัติเรื่องดังกล่าว เพราะ 4 คำถามที่นายกฯตั้งขึ้นต้องสื่อสารลงไปเพื่อให้ประชาชนมีความเข้าใจ และคำตอบก็จะได้ออกมาดี ส่วนกรอบเวลารวบรวมคำตอบส่งมายังรัฐบาลช่วงไหนนั้น ถ้าประชาชนส่งคำตอบภายใน 10 วัน ก็รวบรวมได้ภายใน 10 วัน ถ้าส่งมาภายใน 30 วัน ก็ต้อง 30 วัน มันไม่แน่นอน เพราะเราไม่ได้ไปเกณฑ์ ประชาชนมาตอบคำถาม ตนได้ถามท่านนายกฯว่ามีเจตนาอย่างไรในเรื่องนี้ ท่านบอกว่าอยากให้ประชาชนได้ใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งครั้งนี้ให้ดี ได้รัฐบาลที่ดี ประชาชนต้องเข้าใจว่ารัฐบาลที่เข้ามาควรจะเป็น รัฐบาลอย่างไร เลือกมาแล้วจะเป็นอย่างไร เลยตั้ง คำถามมา ดังนั้น กระทรวงมหาดไทยจะไปสร้างความเข้าใจให้ประชาชนถึงการเลือกตั้ง

นัดประชุม 2 มิ.ย. สโมสรทหารบก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางกระทรวงมหาดไทยได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าฯทั่วประเทศ เพื่อขอความร่วมมือเข้าร่วมประชุมภายใต้หัวข้อ “การขับเคลื่อนและติดตามนโยบายของรัฐบาล และภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ประจำปีงบประมาณ 2560” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 2 มิ.ย.นี้ ที่ห้องมัฆวานรังสรรค์ สโมสรทหารบก วิภาวดีฯ กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 09.30-16.00 น. โดยคาดว่าประเด็นสำคัญที่จะสั่งการกำชับผู้ว่าฯทั่วประเทศนำไปปฏิบัติในพื้นที่ อาทิ การกำหนดกรอบแนวทางรวบรวมคำตอบของประชาชนผ่านศูนย์ดำรงธรรมตามบัญชาของนายกฯ 4 คำถาม การป้องกัน และปราบปรามการค้ามนุษย์ และการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรักษาความสงบเรียบร้อยทั่วประเทศ เพื่อป้องกันเฝ้าระวังการก่อเหตุต่างๆที่ไม่พึงประสงค์ เป็นต้น

ชี้นายกฯหงุดหงิดพวกบิดเบือน

พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ระบุตั้งคำถาม 4 ข้อ ถามประชาชนเรื่องการเลือกตั้ง เนื่องจากพบว่ามีการเดินสายบิดเบือนข้อมูลดิสเครดิตรัฐบาลว่า ต้องดูเจตนา ถ้าดูในโซเชียลมีเดียจะเห็นว่ามีการเขียนในทางต่อต้านรัฐบาล บิดเบือนข้อมูล นายกฯจึงอยากให้ประชาชนได้คำนึงถึงอนาคตที่เราอยากได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลจริงๆ เพราะนี่คือสิ่งที่จะทำให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าได้ ไม่ได้ทำเพื่อพรรค เพื่อพวก

“หมวดเจี๊ยบ” แขวะ “บิ๊กตู่” อย่าพาล

ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกฯ และทีมงานสำนักเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. งดแถลงและให้สัมภาษณ์สื่อภายหลังการประชุม ครม.ว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ควรพาล หลัง 4 คำถามโดนถล่มเละ ถ้าจะอารมณ์เสีย ควรตบปากตัวเองที่ถามไปโดยไม่ยั้งคิด ไม่ใช่งดให้สัมภาษณ์สื่อ ทำให้ประชาชนเสียผลประโยชน์ เพราะการประชุม ครม.แต่ละนัดมีความสำคัญต่อการกำหนดทิศทางบริหารประเทศหลายเรื่องจะเป็นกฎหมายให้ประชาชนต้องปฏิบัติ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ

“อภิสิทธิ์” ชี้คำถามกดดัน คสช.เอง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคำถาม 4 ข้อที่นายกรัฐมนตรีขอคำตอบจากประชาชนว่า คำถามนี้มาในจังหวะที่แปลก เพราะคำถามหลายข้อคนที่จะต้องตอบคือ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นผู้จัดทำกติกา โดยเฉพาะช่วงที่มีการทำประชามติก็มีการประชาสัมพันธ์ว่าเป็นรัฐธรรมนูญปราบโกงป้องกันคนเลวได้ เมื่อนายกฯตั้งคำถามแบบนี้ก็อาจสะท้อนว่าไม่มั่นใจ ตนพูดมาตลอดว่าวิกฤติการเมืองเกิดจากรัฐธรรมนูญน้อยมาก เมื่อวันนี้ คสช.ตระหนักแล้วว่าลำพังสิ่งที่เขียนในรัฐธรรมนูญไม่พอ ก็ต้องทำงานให้หนักขึ้นในการปฏิรูป ตนคิดว่าคำถามของนายกฯจะย้อนกลับไปกดดัน คสช.เอง เพราะถ้าไม่สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ ก็จะกลายเป็นว่าสิ่งที่ คสช.ทำมาไม่สำเร็จ ส่วนคำถามที่บอกว่าเลือกตั้งแล้วจะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลหรือไม่นั้น ถ้าไปตั้งเป้าว่าไม่แน่ใจว่าจะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล แล้วบอกว่าไม่ต้องเลือกตั้ง ถือเป็นข้อสรุปที่ผิด เพราะจะไม่มีประเทศไหนได้เลือกตั้งเลย” นายอภิสิทธิ์กล่าว

พรรคต่างอุดมการณ์จับมือกันยาก

ส่วนกรณีนายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอแนวคิดให้พรรคการเมือง 4 พรรคจับมือกันเพื่อสกัดทหารนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรคการเมืองจะจับมือกันได้ก็ต่อเมื่อมีอุดมการณ์ที่ตรงกัน จะบอกว่าให้ 4 พรรคจับมือกันโดยไม่ดู เลยว่าอุดมการณ์และนโยบายของแต่ละพรรคเป็นอย่างไรไม่ได้

“วายพีดี” ปลุก ปชช.ทวงคืนเลือกตั้ง

ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.พ. นายชาติชาย แกดำ นายธิวัชร์ ดำแก้ว ตัวแทนศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อสังคมนิยมประชาธิปไตย (วายพีดี) ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ผ่านนายพันธ์ศักดิ์ เจริญ ผอ.การส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อตอบคำถาม 4 ข้อของนายกฯ โดยนายชาติชายกล่าวว่า ขอกระตุกต่อมกระตุ้นเตือนสังคมว่า อย่าได้ไปหลงกับคำถามโยนหินถามทางเพื่อเป็นผู้นำเผด็จการต่อ ต้องยุติการสืบทอดอำนาจเผด็จการ และร่วมกันกดดันให้มีการเลือกตั้ง กดดันให้ผู้นำเผด็จการรักษาสัญญาที่ต่อเวลามายาวนาน 3 ปี ที่ผ่านมาโกหกประชาชนมาตลอด โฆษณาชวนเชื่อทุกวัน

“พระองค์โสม” เสด็จสักการะ ร.7

วันเดียวกัน บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 หน้าอาคารรัฐสภา ตั้งแต่ช่วงเช้า มีตัวแทนข้าราชบริพาร ส่วนราชการ องค์กรอิสระ สถาบันการศึกษา พรรคการเมือง ตลอดจนประชาชนทั่วไป นำพวงมาลาถวายราชสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์ เนื่องในวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในส่วนของพรรคการเมือง อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตัวแทนพรรคเพื่อไทย

ต่อมาเวลา 14.00 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์ เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จมาทรง ปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ทรงวางพวงมาลา ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงวางพวงมาลาของส่วนพระองค์ และทรงจุดธูปเทียนถวายราชสักการะพระบาท สมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว จากนั้นเสด็จกลับ โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พร้อมด้วยข้าราชการระดับสูงของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา รอรับเสด็จ

“มีชัย” ชี้โรดแม็ปเลือกตั้งปลายปี 61

ขณะที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) พร้อมคณะ กรธ. ได้วางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7 เนื่องในวันระลึกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ก่อนชมพิพิธภัณฑ์รัฐสภาและนิทรรศการรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รวมถึงบอร์ดนิทรรศการเกี่ยวกับการเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง ที่ระบุว่าจะเกิดขึ้นในเดือน ต.ค.2561 โดยนายมีชัยระบุว่า โรดแม็ปที่เดินหน้าสู่การเลือกตั้ง อาจจะอยู่ใน ช่วงเดือน ต.ค. หรืออาจมีการขยายเวลาไปนิดหน่อย

“มาร์ค” ปฏิเสธรอยร้าวใน ปชป.

ก่อนหน้านั้นเวลา 09.00 น. สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ที่ปรึกษาพรรค ประชาธิปัตย์ นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรค พร้อมอดีต ส.ส.กทม. และอดีต ส.ส.ภาคใต้ อาทิ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กทม. นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช รวมกว่า 30 คน เดินทางมาที่รัฐสภา ร่วมถวายพวงมาลาถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7 เนื่องในวันระลึกพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายหลังพิธีถวายพวงมาลา นายอภิสิทธิ์ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นความขัดแย้งภายในพรรคประชาธิปัตย์ โดยยืนยันว่าไม่มีปัญหาใด หลังจากวางพวงมาลาเสร็จจะเข้าไปที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ดื่มกาแฟ ไม่ใช่การนัดหมาย หารือประเด็นทางการเมืองที่เกิดขึ้นขณะนี้ พรรคประชาธิปัตย์เข้าใจดีว่าขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการทางการเมืองใดๆได้ จากนั้นนายอภิสิทธิ์จึงเดินไปขึ้นรถคันเดียวกับนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช เดินทางเข้าพรรคประชาธิปัตย์

กปปส.มาตามนัดตบเท้าเข้าพรรค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเดินทางมาถึงที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ได้ไปทักทายกับแกนนำ กปปส. ที่มารอที่ร้านกาแฟหน้าพรรค อาทิ นายถาวร เสนเนียม นายวิทยา แก้วภารดัย นายอิสสระ สมชัย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายชุมพล จุลใส นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ โดยมี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ อดีตส.ส.สุโขทัย และ น.ส.รังสิมา รอดรัศมี อดีต ส.ส.สมุทรสงคราม ร่วมพูดคุย ขณะที่นายเทพไท เสนพงศ์ รองเลขาธิการพรรค ที่มีข่าวหลุดว่าไลน์สนทนาตอบโต้กับกลุ่ม กปปส. ทำหน้าที่เสิร์ฟกาแฟ ท่ามกลางสื่อมวลชนจำนวนมาก โดยนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขออนุญาตทานกาแฟ ไม่มีอะไรกัน ขอนั่งคุยกัน จากนั้นเวลา 10.00 น. ทั้งหมดได้ขึ้นไปพูดคุยต่อที่ห้องประชุมชั้น 2 ตึกควง อภัยวงศ์ โดยไม่ให้สื่อมวลชนเข้าร่วมรับฟัง ทั้งนี้ ระหว่างนั้นนายวิทยาได้ออกมาจากที่หารือก่อน อ้างว่าติดธุระ

“ถาวร” ยัน กปปส. ปชป.ไม่ขัดแย้ง

กระทั่งเวลา 11.35 น. นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา และแกนนำ กปปส. เปิดเผยว่า ทุกคนที่ไปต่อสู้กับระบอบทักษิณ 204 วัน ไม่มีใครลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค เรายังเป็นคนของพรรค เราต่อสู้ร่วมกับพรรคจนสำเร็จคือ การต่อต้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอย วันนี้เรามาจับมือกันเหมือนเดิมเพื่อเดินสู่การเลือกตั้งตามโรดแม็ป เมื่อถามว่ายังคงเป็น กปปส.อยู่หรือไม่ นายถาวรตอบว่า กปปส.วันนี้เป็นเพียงมูลนิธิ มวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศ (มปท.) ที่ตั้งขึ้นนำร่องการปฏิรูปอาชีวศึกษา ส่วนท่าทีของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาฯ กปปส. ที่ยืนยันสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นนายกฯต่ออีก 5 ปีนั้น ก็เห็นต่างกันได้และไม่ผิด ยืนยันว่า กปปส.ไม่ขัดแย้งกับพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะการเสนอตัวบุคคลเป็นนายกฯ แต่ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะนำแนวคิดของนายสุเทพมาผลักดันในพรรค

ชั่วโมงนี้ยังหนุน “มาร์ค” เป็นนายกฯ

“ขอย้ำว่าการตัดสินใจของพรรคทุกเรื่องต้องผ่านมติพรรค และตอนนี้คำตอบชัดเจนของเราคือสนับสนุนนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ แต่หากไม่ได้เป็นก็อยู่ที่สมาชิกพรรค เราจะไปตัดสินใจล่วงหน้าไม่ได้ เราสนับสนุนการเลือกตั้ง ชูนโยบายหาเสียงให้นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ยืนยันว่าการที่กลุ่ม กปปส.เข้ามาไม่เกิดแรงกระเพื่อม ยังทำงานร่วมกันได้ ส่วนที่มีการพูดเกินเลยไปบ้างของน้องๆ ไม่ติดใจอะไร ขอ กันกินมากกว่านี้ และถ้ามีการเลือกตั้งทุกคนก็พร้อมที่จะเสนอตัวลงเลือกตั้ง ส่วนพรรคจะเลือกหรือไม่ เป็นสิทธิของพรรค” นายถาวรกล่าว

“เอกนัฏ” ปัดเลื่อยขาเก้าอี้ “มาร์ค”

ด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีต ส.ส.กทม. และโฆษก กปปส. กล่าวว่า ยืนยันว่าที่แกนนำ กปปส.เดินเข้าพรรควันนี้ ไม่ได้มีเงื่อนไขส่วนตัว แต่เอาความคาดหวังของมวลมหาประชาชนต่อการปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปพรรคให้เป็นพรรคของประชาชน เราไม่ได้สนใจว่าใครจะเป็นนายกฯคนต่อไป เราไม่พูดถึงตัวบุคคลว่าใครจะเป็นหัวหน้าพรรค ใครจะเป็นกรรมการบริหารพรรค ใครจะลง ส.ส. เรามาปรับความเข้าใจว่าทุกคนพร้อมจะเดินหน้าปฏิรูปเหมือนกับที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังทำอยู่ กปปส.เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์จะสามารถปฏิรูปพรรคการเมืองให้เป็นตัวอย่างพรรคการเมืองของประชาชนได้ เมื่อถามว่า กปปส.อยากให้เปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคกับตัวเลขาธิการพรรค นายเอกนัฏตอบว่า ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เราสนับสนุนให้นายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าปฏิรูปประเทศต่อไป ส่วนการจะสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ให้เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกผู้บริหารพรรคครั้งหน้าหรือไม่นั้น ถือว่าเป็นเรื่องของอนาคต ส่วนเรื่องการพูดกระทบกระทั่งก่อนหน้านี้ ขออโหสิกรรมให้กัน นับจากวันนี้จะพูดคุยให้มากขึ้น

ขอเป็นเห็บหมาดีกว่าขี้ข้า “ทักษิณ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการหารือ นายจุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร และแกนนำ กปปส. กล่าวว่า ที่มาพรรคเพื่อบอกว่า พวกเรากลับมาพรรคเพื่อร่วมผลักดันการปฏิรูปประเทศให้สำเร็จ ไม่ได้เรียกร้องว่าพรรคต้องส่งลงสมัครรับเลือกตั้ง เพราะจากการเคลื่อนไหวการเมืองที่ผ่านมาตนถูกดำเนินคดีร่วม 30 คดี ไม่รู้ว่าจะได้ลงสมัครหรือไม่ หากศาลตัดสินลงโทษเท่ากับไม่ได้ลงการเมืองอีก เพราะรัฐธรรมนูญห้ามไว้ และขอยืนยันไม่ได้ทะเลาะกับใครในพื้นที่ และอยากบอกว่าขอเป็นเห็บหมาดีกว่าเป็นขี้ข้าทักษิณ ขณะที่นายศิริโชค โสภา รองเลขาธิการพรรค ได้ถาม ถึงจุดยืนของกลุ่มว่า นายสุเทพประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯในช่วงเปลี่ยนผ่านนั้นแต่ละคนคิดอย่างไร ซึ่งกลุ่ม กปปส.ทุกคนต่างยืนยันว่าจะทำตามพรรค โดยนายอภิสิทธิ์พูดตอนท้ายว่า อย่าพูดแค่การปฏิรูปพรรค เพราะพรรคทำอยู่แล้ว ขอให้มีการปฏิรูปการเมืองดีกว่า ส่วนการเสนอทำไพรมารี่โหวตนั้น ก็ควรไพรมารี่โหวตเลือกตัวหัวหน้าพรรค เพราะหากทำไพรมารี่โหวตผู้สมัคร อย่างน้อยนายเอกนัฏ และนายณัฐพลก็อาจไม่ได้ลงสมัคร นอกจากนี้ยังฝากกลุ่ม กปปส.ไปบอกนายวิทยา แก้วภราดัย ซึ่งให้สัมภาษณ์เรื่องพรรคไม่รับรัฐธรรมนูญนี้แต่อยากให้เลือกตั้งเร็วเพราะกระสันเป็นรัฐมนตรีว่า พวกเราไม่ได้กระสันเลือกตั้งตามที่เข้าใจ

“อภิสิทธิ์” ออกตัวทุกคนมีสิทธิ์เป็น หน.

ต่อมาเวลา 13.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์หลังการหารือกับกลุ่ม กปปส. ว่า กลุ่มคนเหล่านี้เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกก็ขาดคุณสมบัติเพราะไปบวช จึงไม่มีประเด็นว่าเป็นสมาชิกพรรคหรือไม่ ทุกคนต่างยืนยันว่าจะทำงานการเมืองกับพรรคต่อ ส่วนที่มาพรรควันนี้เพราะมีความชัดเจนในเรื่องของกฎหมายลูกที่จะออกมา จึงเป็นเวลาเหมาะสมที่จะกลับพรรค ทุกคนที่มาวันนี้ต้องสนับสนุนแนวทางพรรค แต่ไม่มีสิทธิ์บังคับให้ใครมาสนับสนุนตน พรรคเป็นประชาธิปไตย ทุกคนมีสิทธิ์เลือกหัวหน้าพรรค ที่สำคัญคือใครจะเป็นหัวหน้าพรรคต้องยึดอุดมการณ์พรรค ตอนนี้คนกลุ่มนี้บอกแล้วว่าสนับสนุนคนที่มีรายชื่ออยู่ในพรรคเป็นนายกฯ สิ่งนี้สำคัญกว่านายอภิสิทธิ์ ตนจึงไม่กังวลว่าจะมีใครมาแข่งตำแหน่งหัวหน้าพรรคหรือไม่ ประชาธิปัตย์อยู่มาได้เพราะความเป็นประชาธิปไตย อุดมการณ์ ทุกคนที่มีวันนี้ได้ก็เพราะรักษาอุดมการณ์พรรคจนเติบโตทางการเมือง พรรคเราเป็นสถาบันไม่เคยเป็นพรรคเฉพาะกิจ จะทำตัวเหมือนพรรคเฉพาะกิจไม่ได้

แนวคิด “สุเทพ” ไม่ใช่ระบบพรรค

“แนวคิดของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิ มปท. ที่ประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯอีก 5 ปีนั้น เป็นส่วนของการเมืองภาคประชาชน ไม่ใช่ในระบบพรรคการเมืองและนายสุเทพเคยยืนยันกับผมว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เข้ามาแทรกแซงการทำงานพรรคทั้งสิ้น เมื่อเราเป็นพรรคการเมืองก็ต้องเสนอตัวเป็นทางเลือกให้ประชาชน แล้วค่อยมาดูว่าประชาชนตัดสินอย่างไร เพราะรัฐธรรมนูญเขียนชัดว่านายกฯต้องเริ่มจากรายชื่อบัญชีพรรคการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่า ใครที่รวบรวมเสียงข้างมากในสภาได้ก็ควรจัดตั้งรัฐบาล และไม่ต้องการเห็น ส.ว.ฝืนเจตนารมณ์ประชาชน เพราะจะเป็นเงื่อนไขนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองในอนาคต แต่ถ้าไม่สามารถเลือกนายกฯ ในบัญชีได้ก็ต้องไปสู่ขั้นตอนการยกเว้นหลักเกณฑ์ แต่ไม่ควรสรุปล่วงหน้า ไม่เช่นนั้นก็เป็นการไม่ให้เกียรติประชาชน ผมอยากให้คนที่ให้คำตอบสุดท้ายคือประชาชนหลังจากการเลือกตั้ง ถ้าไปพูดกันล่วงหน้าว่าพรรคไหนจะเป็นรัฐบาล พรรคไหนเป็นฝ่ายค้าน หรือใครจะเป็นนายกฯ กระบวนการประชาธิปไตยก็จะเป็นแค่พิธีกรรม” นายอภิสิทธิ์กล่าว

“เทือก” ย้ำหัวหมุดหนุน “ประยุทธ์”

เมื่อเวลา 17.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิ มปท. กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ถึงกรณีแกนนำ กปปส.กลับเข้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า “เป็นการกลับไปทำหน้าที่นักการเมือง หรือกลับไปประกอบอาชีพของตนเองเหมือนประชาชนทั่วไป แต่หัวใจและอุดมการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง จึงไม่มีอะไรแปลกประหลาด แกนนำ กปปส.ที่กลับพรรคบอกผมว่าได้รับการตอบรับดี ผมยืนยันไม่แทรกแซงพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อเขากลับเข้าไปในพรรค จะทำอะไรเป็นเรื่องของบรรดาสมาชิกพรรค อย่ากังวลใจ เมื่อถึงเวลาชาติต้องการ พวกเรา กปปส.ทุกคนพร้อมสละชีวิตเพื่อชาติทุกคน ผมยืนยันว่าไม่ได้ถูกโดดเดี่ยว เพราะอยู่กับประชาชนและมีงานของ กปปส.ที่ต้องทำ ความเป็น กปปส.ยืนยันว่าต้องเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยและสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อ แกนนำ กปปส.ที่กลับพรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องยึดมั่นอุดมการณ์นี้ เพราะแลกมาด้วยเลือดเนื้อชีวิตของมวลมหาประชาชน ขอย้ำจุดยืนสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพราะมีความกล้าที่จะปฏิรูปประเทศ”

ชมเปาะ 4 คำถามผู้นำสะกิดคนไทย

นายสุเทพกล่าวถึงกรณีนายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้ 4 พรรคการเมืองจับมือสู้ทหารว่า จากประสบการณ์หากผลประโยชน์ทางการเมืองลงตัว ก็สามารถจับมือกันได้ แต่คิดว่านายพิชัยอย่าไปตั้งข้อรังเกียจทหาร เพราะต้องไปดูข้อเท็จจริงว่าเหตุใดทหารเข้ามายึดอำนาจปกครองประเทศ ส่วนกรณีนายกรัฐมนตรีตั้ง 4 คำถามให้ประชาชนตอบนั้น เห็นว่าเป็นการกระตุ้นให้คนไทยที่กำลังรู้สึกสับสนกับสถานการณ์ได้ตระหนักว่า เรากำลังเผชิญหน้ากับอะไร ยืนยันว่าคำถามของนายกฯชอบด้วยเหตุผล เพราะผู้นำประเทศมีสิทธิ์ที่จะถามประชาชน

“ไก่อู” ปัดไร้ร่องรอยตั้งพรรคทหาร

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนัก นายกฯ กล่าวถึงผลของการหารือของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์และสมาชิก กปปส.ว่า เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. คงติดตามทุกเรื่อง ส่วนเข้าข่ายการเคลื่อนไหวทางการเมืองขัดคำสั่ง คสช.หรือไม่ ขอให้ไปถาม คสช. ตนเห็นข่าวจากสื่อมวลชนว่าจะมีการจับมือกันหลายพรรค เพื่อสู้กับพรรคทหาร สงสัยว่ามีพรรคทหารหรือไม่ คงไม่มี ส่วนกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต ส.ว.ประกาศตั้งพรรคการเมืองก่อนหน้านี้นั้น ขอถามสื่อมวลชนกลับว่านายไพบูลย์เป็นทหารหรือไม่

กกต.พร้อมรับมือเลือกตั้งใหญ่

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวถึงความคืบหน้าเตรียมการจัดการเลือกตั้งว่า กกต.ได้เตรียมพร้อมถึงการออกหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบต่างๆให้คู่ขนานกับกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง หากกฎหมายลูก 4 ฉบับเกี่ยวกับการเลือกตั้งประกาศใช้เมื่อไหร่ กกต.พร้อมจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน ตอนนี้พร้อมแล้ว 85 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือรอกฎหมายลูก ถือว่าพร้อมแล้ว ทุกด้าน ส่วนกรณี กกต.บางรายอาจจะขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญนั้น ไม่กระทบกับการทำงานและการจัดการเลือกตั้ง งานแต่ละส่วน กกต.ทุกท่านเตรียมไว้หมดแล้ว ใครมารับงานต่อก็สามารถทำได้เลย

ชงตั้งวิทยาลัยพัฒนาพรรคการเมือง

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการประชุมคณะกรรมการพัฒนาพรรคการเมืองเพื่อการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ ที่มีนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะกรรมการฯ เป็นประธานการประชุม ภายหลังการประชุมนายเอนกแถลงว่า ได้มีมติร่วมกันที่จะจัดตั้งวิทยาลัยพัฒนาพรรคการเมืองเพื่อการปฏิรูปประเทศ เพื่อพัฒนาสมาชิกพรรค ผู้นำของพรรค และพัฒนาประชาชนในฐานะผู้สนับสนุน โดยมอบหมายให้นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต. ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการฯ ไปคิดร่วมกับสมาชิกและผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อนำกลับมาเสนอในการประชุมครั้งต่อไป ส่วนการพูดคุยในที่ประชุมยังพบว่า ผู้ที่มาจากระบบพรรคอึดอัดต่อร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง ที่ควบคุมตรวจสอบพรรคการเมืองมากจนเกินไป บางเรื่องทำไม่ได้เลย เช่น ค่าสมาชิกพรรคคนละ 100 บาท

ยธ.ตั้งแท่นส่ง ก.ม.คุมสื่อ “วิษณุ”

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม ให้ สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐาน วิชาชีพสื่อมวลชน ว่า สปท.ยังไม่ส่งร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวมาให้รัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ยังรอรับร่างกฎหมายฉบับนี้อยู่ จากนั้นจะเรียกกระทรวงยุติธรรม สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องมาหารือต่อไป ในส่วนกระทรวงยุติธรรมได้ศึกษาร่าง พ.ร.บ.นี้เสร็จแล้ว ตนขอนำมาอ่านและพิจารณาให้ตกผลึกก่อนส่งผลการศึกษาให้นายวิษณุ และอาจจะนำมาชี้แจงให้สื่อมวลชนรับทราบต่อไป เรื่องนี้ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น

นายกฯต้อนรับ “บิ๊กท็อปบูตจีน”

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 15.30 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ฝาง เฟิงฮุย ประธานกรมเสนาธิการร่วมคณะกรรมาธิการทหารกลาง สาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. โดย พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เชื่อมั่นว่าทั้ง 2 ประเทศจะมีช่องทางในการเสริมสร้างและพัฒนาความร่วมมือทางทหารระหว่างกัน ทั้งในระดับสูงและกองทัพอย่างดีในอนาคตต่อไป ปัจจุบันไทย-จีนกำลังเดินหน้าแผนพัฒนาเศรษฐกิจในทิศทางเดียวกันที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและยั่งยืน ด้าน พล.อ.ฝาง เฟิงฮุย แสดงความชื่นชมการบริหารประเทศของนายกฯ ที่ทำให้ประเทศไทยเติบโตอย่างมีเสถียรภาพในทุกด้าน พร้อมกล่าวว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ได้ฝากความระลึกถึงมายังนายกฯด้วย

ตั้งซีพีร่วม คกก.ปฏิรูปการศึกษา

อีกเรื่องหนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครม.มีมติเห็นชอบ แต่งตั้งกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา จำนวน 25 ราย ประกอบไปด้วยบุคคลที่มีชื่อเสียงด้านการศึกษาและเป็นที่รู้จักในแวดวงสังคม โดยตั้งนพ.จรัส สุวรรณเวลา อดีตอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานกรรมการ ส่วนคณะกรรมการ อาทิ นายตวง อันทะไชย สมาชิก สนช. นายธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย กรธ. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ กรธ. นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ อดีตสมาชิก สปช. นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร สมาชิก สปท. นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือ เจริญโภคภัณฑ์ และประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล ประธานกรรมการบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) นางกอบกุล อาภากร ณ อยุธยา กรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา นายไกรยส ภัทราวาท ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายเศรษฐศาสตร์การศึกษา สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) เป็นต้น โดยมีสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการฯ