บริการข่าวไทยรัฐ

เจออีกไปป์บอมบ์ เขย่ากรุง ใกล้รถไฟฟ้าใต้ดิน

เดชะบุญยังไม่ได้จุดชนวน แกะพบสะเก็ดตะปูอัดแน่น เหมือนที่เคยเกิดเมื่อปี58

พบระเบิดป่วนกรุงอีก คราวนี้พลเมือง ดีพบระเบิดไปป์บอมบ์แบบตั้ง ถูกนำมาทิ้งไว้บริเวณพงหญ้าใกล้สถานีรถ ไฟฟ้าใต้ดินศูนย์วัฒนธรรม ทำจากท่อแป๊บขนาด 4 นิ้ว ฐานยาวประมาณ 8 นิ้ว ภายในบรรจุดินเทาแรงดันต่ำ เหมือนกับระเบิดที่สถานีรถไฟฟ้าหน้าห้างพารากอน และที่หนองจอกเมื่อปี 58 พยานยันเห็นชาย 2 คนขี่รถ จยย.ฝ่าฝนมาทิ้งไว้ก่อนมีคนมาพบไม่นาน สันนิษฐานไม่ได้ตั้งใจก่อเหตุ เพราะจุดทิ้งระเบิดเป็นพงหญ้าห่างจากถนนประมาณ 100 เมตร อีโอดีเอาไปตรวจสอบว่ายังใช้งานได้จริงหรือไม่ “จักรทิพย์-ศรีวราห์” ประสานเสียงโต้ ไม่มีความขัดแย้งคดีระเบิด ยังไปในทิศทางเดียวกันและยังรักกันดี คดีคืบหน้าตลอด “บิ๊กป้อม” ยันตำรวจสอบระเบิดทิศทาง เดียวกัน นายกฯให้รอหมายจับแก๊งบึมป่วนเมือง

กรณีคนร้ายลอบวางระเบิดห้องรับรองข้าราชการบำนาญ (วงษ์สุวรรณ) ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งพลเรือนและทหารเกษียณอายุรวม 25 คน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ตรงกับวันครบรอบ 3 ปี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยึดอำนาจ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบคนร้ายนำระเบิดซุกซ่อนในแจกันดอกไม้ติดไว้ที่ฝาผนังห้องดังกล่าวก่อนเกิดระเบิด หลักฐานในที่เกิดเหตุชี้ว่า คนร้ายประกอบระเบิดใส่ท่อพีวีซีแบบไปป์บอมบ์ลักษณะเดียวกับระเบิดที่หน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเก่า ถนนราชดำเนินกลาง เมื่อเดือน เม.ย. และเหตุระเบิดหน้าโรงละครแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา จึงเชื่อว่าเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน แต่การก่อเหตุครั้งนี้คนร้ายใส่ตะปูเป็นสะเก็ดระเบิดด้วย เป้าหมายเพื่อทำร้ายเหยื่อตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

แต่ขณะที่ชุดสืบสวนคดีระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ายังทำงานกันอยู่ กลับมีเหตุพบระเบิดไปป์บอมบ์อีกลูก เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 พ.ค. ร.ต.ท.อลงกต ทีบชม รองสารวัตร (สอบสวน) สน.ห้วยขวาง รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบวัตถุต้องสงสัยลักษณะคล้ายระเบิดไปป์บอมบ์ ในป่าหญ้ารกร้างด้านหลังร้านอาหารบุฟเฟ่ต์กะลาสี ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า ใต้ดินศูนย์วัฒนธรรม ถนนรัชดาภิเษก แขวงและเขตห้วยขวาง กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชา ประกอบด้วย พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น.รรท.ผบก.น.1 พ.ต.อ.อาคม จันทนลาช รองผบก.อก.น.1รรท.ผกก.สน.ห้วยขวาง และเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรืออีโอดี ร่วมตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุใต้ต้นจามจุรีขนาดใหญ่ห่างจากด้านหลังร้านอาหารดังกล่าวประมาณ 80-100 เมตร พบวัตถุดังกล่าวลักษณะเป็นท่อเหล็กกว้างประมาณ 4 นิ้ว ยาวประมาณ 8 นิ้ว วางอยู่ในตะกร้าสีเขียวห่อด้วยถุงพลาสติกสีดำอีกชั้น เจ้าหน้าที่จึงกันพื้นที่ไม่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาภายในร้าน รวมถึงไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าสังเกตการณ์และบันทึกภาพ เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายถ้าเกิดระเบิดขึ้น สอบถามนายอำนาจ จันทราชัย อายุ 40 ปีอาสาสมัครประสานงานและแจ้งเหตุพระราม 9 กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาบอกตนว่า ระหว่างเข้าไปหาปลาบริเวณจุดที่พบวัตถุต้องสงสัย พบถุงสีดำจึงเปิดออกดู พบว่าเป็นท่อเหล็กดังกล่าว อีกทั้งยังมีสาย ชนวนโผล่ออกมา จึงเกรงว่าจะเป็นระเบิดให้ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

นอกจากนี้ มีพยานเป็นเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดของเขตห้วยขวาง (ขอสงวนชื่อและนามสกุล) เผยว่า เมื่อช่วงบ่าย (30 พ.ค.) ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่มีฝนตกลงมาอย่างหนัก จึงเข้ามาหลบฝนอยู่ใกล้ร้านดังกล่าว พบชาย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณพื้นที่รกร้างติดด้านหลังร้าน ก่อนที่คนซ้อนท้ายจะลงจากรถ จยย.เดินเข้าไปด้านในประมาณ 5 นาที ก่อนออกมาแล้วซ้อน จยย.ขี่ออกไปอย่างรวดเร็ว

มีรายงานจากหน่วยอีโอดีที่ตรวจสอบระเบิดพบว่า เป็นระเบิดไปป์บอมบ์แบบมีฐานตั้ง จุดชนวนด้วยไทม์ฟิวส์ หรือฝักแคเวลา ด้านในใส่ดินเทา ระเบิดชนิดนี้เป็นระเบิดแรงต่ำ แต่ใช้งานได้หรือไม่อยู่ระหว่างตรวจสอบ เป็นแบบเดียวกับที่คนร้ายวางระเบิดบนสถานีรถไฟฟ้าหน้าห้างสยามพารากอนเมื่อปี 2558 และเคยจับคนประกอบระเบิดชนิดนี้ได้ย่านหนองจอกปี 58 เช่นกัน ใช้ท่อแป๊บขนาด 2.5 นิ้ว ฐานกว้างประมาณ 3 นิ้วเหมือนกัน ครั้งนี้คาดว่าคนร้ายคงเอามาทิ้งไม่ได้หวังก่อเหตุ เพราะฝักแคตัวจุดชนวนยังไม่มีร่องรอยการเผาไหม้ จึงเชื่อว่ายังไม่มีการจุดชนวน

ต่อมาเวลา 17.40 น. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุเผยว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เก็บหลักฐานต่างๆเพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิดว่า วัตถุดังกล่าวเป็นระเบิดจริงหรือไม่ ทั้งนี้ไม่อยากให้ตื่นตระหนกกันไปก่อน เพราะถ้าผ่าพิสูจน์ออกมาอาจจะไม่ใช่ระเบิดก็เป็นได้ ทุกอย่างต้องรอขั้นตอนของการพิสูจน์ทราบ

ขณะเดียวกันที่ สน.ห้วยขวาง พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รรท.ผบก.น.1 เรียกประชุมชุดสืบสวนที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย พ.ต.อ.อาคม จันทนลาช รรท.ผกก.สน.ห้วยขวาง และชุดสืบสวน ร่วมประชุมเพื่อติดตามคนที่นำระเบิดมาทิ้ง ใช้เวลานานกว่า 2 ชม. โดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดหลังประชุมก่อนเดินทางกลับทันที

วันเดียวกัน มีแจ้งเหตุพบวัตถุต้องสงสัยอีกคดี พ.ต.ท.หญิงดุษฎีพร สุขเกษม สว. (สอบสวน) สน.ท่าข้าม รับแจ้งพบกล่องต้องสงสัยวางอยู่ในพุ่มไม้ หน้าห้างเซ็นทรัล พระราม 2 ถนนพระราม 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน ไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ธนันท์ธร รัตนสิทธิภาคย์ ผกก.สน.ท่าข้าม หน่วยเก็บ กู้ระเบิด เจ้าหน้าที่ทหาร ร.29 พัน.2 พบกล่องกระดาษสีน้ำตาลขนาดประมาณ 15×15 นิ้ว วางอยู่บนพุ่มไม้ จึงนำยางรถยนต์วางครอบไว้ก่อนปิดถนนพระราม 2 ฝั่งขาเข้าช่องทางคู่ขนาน ตั้งแต่หน้าโรงพยาบาลนครธนถึงหน้าโรงเบียร์ฮอลแลนด์ ทำให้การจราจรติดขัดยาวหลายกิโลเมตร และกันผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าใกล้ จากนั้นใช้ปืนยิงน้ำแรงดันสูงยิงทำลายวงจรระเบิด หลังจากนั้นเข้าไปตรวจสอบพบเป็นเพียงกล่องเปล่า สอบสวนทราบว่ามีพลเมืองดีเห็นกล่องดังกล่าวตั้งแต่เที่ยง ไม่รู้ว่าใครนำมาวางไว้ จึงแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นพวกอาศัยสถานการณ์ป่วนเมืองจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพื่อตามตัวมาสอบสวนต่อไป

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า ขณะนี้ตนยังไม่ได้รับรายงานอย่างสมบูรณ์ เพียงพูดคุยเบื้องต้นว่า เป็นระเบิดไปป์บอมบ์ จึงสั่งการให้ ผบช.น.รักษาที่เกิดเหตุ จากนั้นให้หน่วยอีโอดีเอาไปพิสูจน์ทราบอีกครั้งว่า ระเบิดเป็นของเก่าหรือของใหม่ ส่วนรายละเอียดอื่นๆยังไม่ทราบ แต่เป็นลักษณะเหมือนที่เคยเจอหัวท้ายมีเกลียว เป็นท่อโลหะยาวประมาณ 8 นิ้ว ต้องตรวจสอบที่มาที่ไปว่า ใครนำมาและมีที่มาที่ไปอย่างไร ส่วนเรื่องความมั่นใจว่าจะไม่มีระเบิดอีก มันพูดลำบาก ถ้าให้ความมั่นใจไปแล้วเกิดมีอีก ตน ก็เสียคน แต่จะทำให้ดีที่สุดในการรักษาความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ขอให้พวกวางไปป์บอมบ์อย่าเป็นพวกอีแอบ ส่วนการข่าวไม่ประสบความสำเร็จมั้ย มันไม่เชิง ลักษณะอย่างนี้ต้องการป่วน ต้องการดิสเครดิตพวกตนก็ได้ เป็นไปได้หลายอย่าง ไม่ต้องห่วง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบเรื่องนี้อยู่แล้ว จากนี้จะประมวลว่า เรื่องราวเป็นอย่างไร ต้องพิสูจน์ว่าภายในมีอะไร มีตะปู หรือไม่ ใช้ผงแบบดินดำดินเทาเรายังไม่รู้ ต้องรอ

ก่อนหน้าพบวัตถุระเบิดย่านรัชดาภิเษก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ประเด็นการให้ข้อมูลเรื่องคดีระเบิดขัดแย้งกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ว่า ใครไปลงข่าวว่างัดกัน งัดที่ไหนมีแต่รักกัน คืออย่างนี้ เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ช่วงเช้าที่ตนให้สัมภาษณ์ไป จากนั้นช่วงบ่าย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.เรียกประชุม ต้องบอกว่างานสืบสวนกับงานสอบสวนต้องไปด้วยกัน เราพอรู้ตัวคนร้ายแล้ว ส่วนจะเป็นกลุ่มไหนยังบอกไม่ได้ ตนพูดชัดเจน เรามีฐานข้อมูลเก่าอยู่ ทุกคนที่อยู่ในฐานข้อมูลคือ ผู้ต้องสงสัยทั้งหมด มีทั้งบุคคลที่เคยก่อเหตุและไม่เคยก่อเหตุ ขณะนี้ยังแยกแยะไม่ได้ ส่วน พล.ต.อ.ศรีวราห์จะนำไปใช้ประโยชน์อย่างไรก็แล้วแต่ เพราะมอบหมายไปแล้ว การแสวงหาพยานหลักฐานต่างๆ ทำกันหลายชุด ข้อมูลกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่ บช.น.และ บช.ส.ส่งเข้ามาต้องคัดกรองอีกครั้งจึงยังบอกไม่ได้ เพราะทุกอย่างอยู่ในขั้นตอน จึงขอสงวนไว้ก่อน เดี๋ยวสื่อมวลชนลงข่าวไปบิดเบือนแล้วจะยุ่งอีก

“จริงๆแล้ว ผมกับท่านศรีวราห์ไม่ใช่งัดกันนะ รักกันนะครับ ไม่มีอะไรเลย การทำงานเราไม่มีเงื่อนไขเรื่องเวลา บางคดี 3 ปีกว่าจะได้ตัวผู้ต้องหา บางคดีอาจจะใช้เวลาแค่ 3 วัน 5 วัน อย่างคดีระเบิดที่บริเวณแยกราชประสงค์เราได้ตัวเร็ว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพยาน หลักฐานและการควบคุมสั่งการของท่านศรีวราห์ด้วย” ผบ.ตร.กล่าว

ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ขอเรียนว่า จากการดูหนังสือพิมพ์เมื่อเช้า ตนไม่ค่อยแฮปปี้ ลงข่าวในสิ่งที่ตนไม่ได้พูด ทำให้ดูแล้วอาจจะเสียหาย อยากกราบเรียนว่า ผบ.ตร. ตามข้อบังคับเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนทั่วราชอาณาจักร เป็นหัวหน้าของตนอีกที ฉะนั้นแนวทางการทำงานขึ้นอยู่กับท่าน การสืบสวนนำการสอบสวน ขณะนี้รวบรวมการสืบสวนเข้าสำนวนแล้วแต่ยังเปิดเผยไม่ได้ ทุกอย่างดำเนินการต่อไปตามที่ท่านให้นโยบาย เรื่องนี้มันงัดกันไม่ได้ ตนยังต้องอยู่อันเดอร์ ผบ.ตร.ไม่ใช่จะทำอะไรอิสระ ส่วนความชัดเจนเรื่องผู้ต้องหายังตอบไม่ได้ ขั้นตอนการสืบสวนกับสอบสวนกำลังนำมารวมกัน เบื้องต้น ผบ.ตร.มอบหมายมาแล้วจะดำเนินการตามที่สั่งการ ส่วนพยานหลักฐานจะสอดคล้องกันหรือไม่ต้องดูก่อน ส่วนการสเกตช์ภาพคนร้ายคืบหน้า ทุกขั้นตอนดำเนินการไม่หยุด วันนี้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงไปดูที่เกิดเหตุเพิ่มเติม คาดว่าน่าจะได้อะไรเพิ่ม เป็นการไปหาหลักฐานของสะเก็ดแผงไอซีไทเมอร์มาประกอบให้ชัดเจน เพื่อผลทางนิติวิทยาศาสตร์

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจพูดถึงชื่อผู้ต้องสงสัยเหตุวางระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าไม่ตรงกันเพียงสั้นๆ ด้วยท่าทีที่อิดโรยว่า “ยังไม่ชัดเจน” เมื่อถามย้ำถือว่าการสอบสวนไปคนละทิศละทางหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ไม่มีไปกันคนละทิศคนละทาง ไปเป็นทิศทางเดียวกัน แต่รายชื่อยังไม่ชัดเจน” ก่อนเดินขึ้นรถทันที

พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำคำตอบของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่เขียนตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่โพสต์ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ของกลุ่มสื่อประจำทำเนียบรัฐบาลถึงความคืบหน้า เหตุระเบิด รพ.พระมงกุฎเกล้า ล่าสุด รู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้วหรือไม่ เพราะข้อมูลออกมาจากผู้รับผิดชอบไม่ตรงกัน นายกฯเห็นว่าอย่างไร และได้รับรายงานจาก ผบ.ตร. และ ผบ.ทบ. เกี่ยวกับเหตุระเบิดแล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ เขียนตอบว่า ยังอยู่ในกระบวนการสืบสวน สอบสวน รอให้ออกหมายจับ/จับกุมได้/กำลังทำงานอยู่