บริการข่าวไทยรัฐ

อวสานช่อง 3 อนาล็อก ผุดหน่วยธุรกิจช่อง 33-28-13 สู้ศึกดิจิทัล

นายประชุม มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) บริษัทแม่ของช่อง 3เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างบริษัทใหม่ทั้งหมด โดยในส่วนของช่อง 3 อนาล็อก หรือบริษัท บางกอก เอนเตอร์เทนเมนท์นั้น จะถูกลดบทบาทลงก่อนสิ้นสุดอายุสัมปทานที่ได้รับจากบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ในอีก 2 ปีข้างหน้า

“ต่อไปบางกอก เอนเตอร์เทนเมนท์ ก็คงจะไม่มีหรือกลายเป็นบริษัท บนกระดาษไป ซึ่งขณะนี้เราได้ทยอยแจ้งพนักงานแล้ว แต่ไม่มีนโยบายให้พนักงานออกอย่างแน่นอน เราจะแบ่งธุรกิจทีวีทั้งหมด (ในนามบริษัท บางกอก เอนเตอร์เทนเมนท์เดิม) ออกเป็นหน่วยธุรกิจ (Business Unit) แทน อยู่ภายใต้บีอีซีเวิลด์ทั้งหมด หน่วยธุรกิจใหม่จะประกอบด้วยช่องดิจิทัล ประกอบด้วย ช่อง 33, ช่อง 28, ช่อง 13 และอีก 2 หน่วยธุรกิจเพิ่มเติม ได้แก่ หน่วยธุรกิจโซเชียลมีเดีย และหน่วยธุรกิจบริหารลิขสิทธิ์รายการ ซึ่งจะเป็นการนำรายการของบีอีซีไปสร้างรายได้ต่อไป”

นายประชุมกล่าวอีกว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ชมโดยละเอียด เพื่อจัดกลุ่มผู้ชม (Segmentation) และกำหนดกลุ่มเป้าหมายของแต่ละช่องให้ลึกกว่าเดิม ไม่ใช่แค่ผิวเผิน เพื่อให้เดินหน้าทำรายการหรือคอนเทนต์ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายของตน ซึ่งจะช่วยด้านการขายโฆษณาด้วย การทำเช่นนี้จะทำให้กำหนด KPI (Key Perfomance Index) เพื่อการวัดผลงานได้อย่างชัดเจน แต่ละช่องแข่งกันตอบสนองผู้ชมและลูกค้าของตัวเอง และจะทำให้เรากลายเป็นบริษัทบันเทิงครบวงจร ไม่ใช่เป็นแค่ช่องทีวีเหมือนเดิม “ต้องยอมรับว่าเมื่อก่อน เราแข่งกับช่อง 7 เป็นหลัก เปรียบเหมือนกับชกมวย เราชกแบบรู้จักคู่ต่อสู้ดี แต่ตอนนี้ต้องเรียกว่าเป็นมวยหมู่ แข่งกับนักมวยหลากหลาย เรามีคู่แข่งเพิ่มขึ้น 400% เข้าชกพร้อมๆกัน เราก็ต้องปรับ ไม่ปรับอยู่ไม่ได้แน่”

สำหรับคู่แข่งในปัจจุบัน บีอีซีเวิลด์ยังคงมองไปที่ช่อง 7 เป็นหลัก นอกจากนั้นเป็นช่องเวิร์คพ้อยท์ ซึ่งทำรายการวาไรตี้ได้ดี ช่องวันซึ่งทำละครได้ดี และช่องโมโนซึ่งมีลิขสิทธิ์หนัง ซีรีส์ต่างประเทศในมือเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากจะพูดจริงๆแล้ว บีอีซีเวิลด์มีรายการที่คู่แข่งมีทั้งหมด แต่จุดแข็งจะอยู่ที่ละครและข่าว ซึ่งก็ยังต้องยึดคุณภาพตรงนี้เอาไว้ ขณะที่จะเสริมด้านรายการวาไรตี้ให้มากขึ้น

นอกจากนั้น ในปีนี้ยังจะเป็นปีที่บีอีซีเวิลด์ลงทุนด้านเทคโนโลยีมากเป็นพิเศษ โดยล่าสุดได้ออกหุ้นกู้มูลค่า 3,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการลงทุนด้านเทคโนโลยี ซึ่งเป็นการลงทุนต่อเนื่อง โดยหวังยกระดับพื้นฐานด้านไอที ตอบสนองการผลิตคอนเทนต์รองรับแพลตฟอร์มที่หลากหลาย ทั้งผ่านหน้าจอ ซึ่งมีทั้งจอทีวี จอแท็บเล็ต จอมือถือ รวมทั้งแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียด้วย เนื่องจากพฤติกรรมของคนดูเปลี่ยนแปลงไป

“ผมไม่คิดว่าเราประมูลช่องมามากเกินไป แน่นอนค่าใช้จ่ายอาจจะหนัก แต่ ณ ตอนนั้นที่เราประมูล เราต้องการช่องเพิ่ม เพราะไม่มีเวลาให้กับรายการที่ดีๆ ตอนนี้ทางออกของเราก็คือกำหนดเป้าหมายของช่องให้ชัดเจน เหมือนในต่างประเทศเขามีกันหลายร้อยช่อง ก็ยังอยู่กันได้ เพียงแต่ต้องโฟกัสให้ชัด”

นายประชุมยังกล่าวอีกว่า บีอีซีเวิลด์ยังมีแผนที่จะเปิดตัวแอพพลิเคชั่นทีวีใหม่หรือ OTT (Over The Top) เพื่อลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติอย่างเฟซบุ๊กและยูทูบด้วย.