บริการข่าวไทยรัฐ

รัฐไฟเขียวปรับโครงสร้างแบงก์อิสลาม

แยกหนี้เสียไม่ใช่มุสลิมกว่า 5 หมื่นล้านออก

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอขออนุมัติปรับโครงสร้างทางการเงินของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เนื่องจากที่ผ่านมามีตัวเลขหนี้เสียในส่วนที่ไม่ใช่ลูกค้ามุสลิมมูลค่า 50,251 ล้านบาท หรือประมาณ 50% จากสินทรัพย์ทั้งหมดประมาณ 100,000 ล้านบาท ขณะที่มีมูลค่าตามบัญชีสุทธิ 22,987 ล้านบาท ดังนั้นจึงต้องปรับโครงสร้างธนาคารให้อยู่ต่อได้ ไม่เช่นนั้นผลขาดทุนสะสมในปัจจุบันจะมากเกินไป โดยอยู่ที่ 28,278 ล้านบาท ทำให้อัตราส่วนของทุน (BIS Ratio) ติดลบที่ 30.64% จากปกติควรอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 8.5% ตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย

“แผนการฟื้นฟู คือ การปรับโครงสร้างทางการเงิน ด้วยการโอนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในส่วนที่ไม่ใช่ลูกค้ามุสลิมไปยังบริษัท บริหารสินทรัพย์ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย จำกัด (IAM) และลดทุนเหลือหุ้นละ 0.01 บาท โดยปัจจุบันผู้ถือหุ้นหลัก คือ กระทรวงการคลัง ธนาคารออมสินและธนาคารกรุงไทย จากนั้นจะโอนเงินสำรองตามกฎหมาย 473 ล้านบาท และเพิ่มทุน 18,100 ล้านบาท”

ทั้งนี้ เมื่อลดทุน ล้างขาดทุนสะสม และเพิ่มทุนเสร็จแล้ว ก็จะปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ เพื่อไม่ให้มีปัญหาซ้ำรอยเดิม ซึ่งเป้าหมายต้องการเพิ่มรายได้ โดยการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้หลากหลายมากขึ้น เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้ามุสลิมและขยายสินเชื่อให้ลูกค้าขนาดใหญ่ที่มีวงเงินมากกว่า 200 ล้านบาท และหน่วยงานภาครัฐรัฐวิสาหกิจ รวมถึงควบคุมค่าใช้จ่ายพนักงาน ลดจำนวนสาขาที่ไม่มีศักยภาพลง ซึ่งจะประหยัดได้สาขาละ 50 ล้านบาท อนาคตคาดว่าหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต้องไม่เกิน 6% ของหนี้รวม “สาเหตุที่โอนเฉพาะสินเชื่อที่ไม่ใช่มุสลิม เพราะหลักการของศาสนาอิสลามสิน ต้องเป็นไปตามกฎหมายชารีอะห์”.