บริการข่าวไทยรัฐ

วอนช่วยเหลือ! 'น้องเฟิร์น'เด็กยากไร้ บ้านผุพัง เขียนวอนสังคมได้เหลียวแล

วอนผู้เมตตา!!! ช่วยเหลือ "น้องเฟิร์น" เด็กหญิงยากไร้ อยู่กับพ่อ-แม่และสมาชิกครอบครัว5คน มีฐานะยากจน บ้านทรุดโทรม ผุพัง ต้องทนอยู่เพียงแค่ซุกหัวนอน เพราะไม่สามารถกันแดดกันฝนได้ ต้องทนนอนเปียกน้ำอย่างน่าเวทนา จนได้เขียนจดหมายวิงวอนขอความช่วยเหลือชีวิตสุดแร้นแค้น แล้วอาจารย์ได้นำลงเฟซบุ๊กจนมีคนเห็นใจช่วยเหลือ...

หลังจากศูนย์ข่าวนคร 24 ชม. สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือครอบครัวผู้ยากไร้ อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 649/1 หมู่ 3 ต.ทางพน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช มีสมาชิกในครอบครัว 5 คน อาศัยรวมกันอยู่ในบ้านไม้ยกสูงหลังเล็กๆ ที่อยู่ในสภาพเก่าและชำรุดทรุดโทรม กระเบื้องมุงหลังคาแตกเป็นจุดๆ ฝาบ้านทำด้วยไม้กระดานก็เปื่อยผุพังอย่างหนัก จนแทบจะพูดไม่ได้ว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ เพราะไม่สามารถกันแดด ลม หรือฝนได้เลยโดยเฉพาะจะโดนน้ำท่วมเกือบตลอดทั้งปี เมื่อฝนตกน้ำฝนรั่วและสาดกระเซ็นเข้ามาในบ้าน โดยคนในบ้านต้องยอมทนนอนเปียกฝนอย่างน่าเวทนา โดย ด.ญ.ปิยะพร เหลี่ยมไตร หรือ "น้องเฟิร์น" อายุ 13 ปี บุตรสาวคนโต ที่บรรจงเขียนจดหมายเพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญ และนำไปโพสต์เผยแพร่ในเฟซบุ๊ก จนได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง แต่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมมากนัก จึงขอให้ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม. สมาคมสื่อมวลชนช่วยเป็นสื่อกลางในการช่วยเหลือครอบครัวดังกล่าว

ในวันนี้ 30 พ.ค. 60 ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ โดยได้เดินทางไปยังโรงเรียนทางพูนวิทยาคาร ต.ทางพูน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช พบ นายอนันท์ แดงเรือง ผอ.โรงเรียนทางพูนวิทยาคาร พร้อมคณะครูอาจารย์ ได้นำ ด.ญ.ปิยะพร เหลี่ยมไตร มาพบสื่อมวลชน

โดย นายอนันท์ แดงเรือง เปิดเผยว่า เนื่องจาก น้องเฟิร์น เพิ่งมาเข้าเรียน ม.1 ที่โรงเรียนทางพูนวิทยาคารได้เพียง 2 อาทิตย์เศษๆ เท่านั้น ทางโรงเนียนจึงยังไม่มีข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับครอบครัวของนักเรียนใหม่ โดยมีกำหนดเปิดโครงการเยี่ยมบ้านนักเรียนในวันที่ 6 มิ.ย. 60 ซึ่งทางโรงเรียนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ร่วมกับทางฝ่ายปกครอง เทศบาลทางพูน เข้าไปเยี่ยมที่บ้าน และให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว สำหรับการช่วยเหลือเกี่ยวกับการสร้างบ้านใหม่ให้นั้น ทางอำเภอจะช่วยเหลือเรื่องเสาปูน เทศบาลตำบลทางพูน ช่วยเรื่องกระเบื้องมุงหลังคา ผู้ใหญ่บ้านจะช่วยเรื่องไม้ เริ่มก่อสร้างบ้านใหม่ในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ โดยทางโรงเรียนพร้อมสนับสนุนไม้เก่าๆ ที่เหลือจากการก่อสร้างและรื้อศาลา และไม้ที่เหลือจากวัสดุฝึกของนักเรียนก็จะบริจาคให้นำไปปรับปรุงซ่อมแซมบ้านของน้องเฟิร์นด้วย และจะช่วยเรื่องรถรับส่งไปกลับระหว่างบ้านและโรงเรียน แต่เนื่องจากบ้านของน้องเฟิร์นอยู่ลึกเข้าไปในทางเล็กๆ ประมาณ 3 กม. รถโรงเรียนเข้าไปไม่ได้ ผู้ปกครองก็อาจจะนำมาส่งที่ถนนใหญ่เพื่อรอขึ้นรถโรงเรียนอีกต่อหนึ่ง นอกจากนี้ จะดูแลเรื่องทุนการศึกษาให้ต่อไป

ขณะที่ ดร.วาสนา ทิพญพงศ์ธาดา นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เดินทางมาเยี่ยม และมอบเงินช่วยเหลือให้ครอบครัวน้องเฟิร์น 2,000 บาท อีกด้วย

ด้าน "น้องเฟิร์น" กล่าวว่า หลังจากครูนิกรณ์ ผุดงวัฒน์ ครูประจำชั้นโรงเรียนบ้านกลอง หมู่ 5 ต.ควนพัง อ.ร่อนพิบูลย์ ซึ่งเป็นโรงเรียนเดิมของตนนำจดหมายภาพถ่ายสภาพบ้านของตนไปโพสต์เฟซบุ๊ก ก็มีกระแสการช่วยเหลือเข้ามาบ้าง แต่ยังไม่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ตนอยากมีบ้านหลังใหม่ที่มีสภาพที่ดีกว่านี้ หนีน้ำท่วมได้ หลังคาไม่รั่ว ฝนไม่สาดเข้าบ้าน รวมทั้งเรื่องยานพาหนะในการเดินทางไปโรงเรียน เพราะรถโรงเรียนคงเข้าไปรับตนไม่ได้ บ้านตนอยู่ลึกเข้าไปเส้นทางทุรกันดาร หากได้รถมอเตอร์ไซค์ก็คงจะดี เพราะตนสามารถขับไปโรงเรียนได้โดยสะดวก แต่หากไม่ได้รถมอเตอร์ไซค์ ได้รถจักรยานสองล้อก็ได้ แม้จะต้องปั่นไปกลับวันละเกือบ 10 กม.ก็สามารถลดความยากลำบากลงมาได้ในระดับหนึ่ง

"หนูไม่น้อยใจ ไม่โทษใครที่เกิดมาในครอบครัวยากจนแร้นแค้น เพราะมีพ่อคอยเป็นกำลังใจ ส่วนแม่ที่อยู่ปัจจุบันเป็นแม่เลี้ยง เพราะแม่ที่แท้จริงของตนทอดทิ้งตนไปตั้งแต่ยังเล็กๆ ไม่รู้ประสีประสาใดๆ แต่แม่เลี้ยงก็ดีกับหนู อบรมสั่งสอน หากหนูดื้อ ทำผิดแม่เลี้ยงก็ดุและตีบ้าง และอยากเรียนด้านอาหารและโภชนาการ เพราะชอบทำอาหาร ปรุงอาหาร อยากเป็นเชฟที่มีชื่อเสียงเหมือนเชฟกระทะเหล็ก" ด.ญ.ปิยะพร กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.นครศรีธรรมราช ได้มอบหมายให้สำนักงาน พม.นครศรีธรรมราช เดินทางไปเยี่ยมและให้การช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังมีมูลนิธิศุภนิมิตรส่งเจ้าหน้าที่ไปเก็บข้อมูลเพื่อช่วยเหลืออีกทางหนึ่ง ส่วนคณะของผู้สื่อข่าว และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ได้เดินทางไปเยี่ยมถึงที่บ้าน มอบเงินสดที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช รวบรวมบริจาคให้จำนวนหนึ่ง พร้อมข้าวสาร อาหารแห้งอีกหลายรายการ โดยสภาพบ้านไม้ยกสูงเก่าๆ ที่ยังมีน้ำท่วมขัง ปลูกอยู่บนเนื้อที่ 2 ไร่ที่นายสุนทร พ่อของน้องเฟิร์นซื้อมาจากญาติๆ เมื่อหลายปีก่อน แต่ยังจ่ายเงินค่าซื้อที่ดินไม่หมด โดยวางเงินมัดจำไว้จำนวนหนึ่ง สภาพโดยทั่วไปของบ้านชำรุดทรุดโทรม กระเบื้องมุงหลังคาแตกเป็นจุดๆ มองทะลุฟ้า กระดาษกั้นก็ผุเปื่อยหลุดหายไปหลายจุด โดยบางจุดต้องนำกระสอบปุ๋ย ป้ายไวนิลเก่าๆ มากางปิดกั้นลมฝนสาด มีสะพานไม้พาดข้ามจากทางเดินไปยังตัวบ้านประมาณ 20 เมตร ต้องเดินข้ามทีละคนและใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

นายยุทธนา แต่งวงศ์ นายกสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ สมาคมจะร่วมกับ พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผบก.มทบ.41 นำคณะลงไปเยี่ยมและให้การช่วยเหลือเรื่องข้าวสารอาหารแห้ง และตรวจสอบสภาพบ้าน เพื่อร่วมในการสร้างบ้านใหม่ให้กับครอบครัวน้องเฟิร์น คาดว่าจะมีการสร้างบ้านที่ค่อนข้างถาวรให้กับครอบครัวนี้ โดยผู้ใจบุญท่านใดจะร่วมบริจาคเงินหรือสิ่งของให้กับครอบครัวนี้ ติดต่อแจ้งความประสงค์บริจาคได้ที่ สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช โทร.082-3333139 และ 081-6761299.