วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับอดีตแอดมินเพจดังอุบลฯ ร่วมเพื่อนใส่กุญแจมือ รปภ.-งัดเอทีเอ็ม

จับอดีตแอดมินเพจ มีด่านบอกด้วยอุบลฯ ร่วมเพื่อน สวมไอ้โม่งใส่กุญแจมือ รปภ.ห้างดัง ก่อนงัดเอทีเอ็ม แต่สุดท้ายไม่ได้เงิน สารภาพ ร่วมกับเพื่อนที่รู้จักในเรือนจำ หาเงินไปสู้คดี ...

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 30 พ.ค.60 พล.ต.ต.ลือชัย สุดยอด รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พล.ต.ต.อุดร ยอมเจริญ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 3 พล.ต.ต.ธนิตศักดิ์ ศิริพัฒน์ธนภาค ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี พ.ต.อ.ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 3 พ.ต.อ.ศิราเมษฐ์ ธานินพิทักษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานี พร้อมชุดสืบสวนบูรณาการตำรวจภูธรภาค 3 ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายชวิน คงธนโกมลกุล อายุ 24 ปี ชาว อ.เมืองอุบลราชธานี, นายญาณเดช ฐิติพันธ์นิจวรีย์ อายุ 38 ปี ชาว อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร และ นายดำ บุญภา อายุ 54 ปี ชาว อ.กุดข้าวปุ้น จ.อุบลราชธานี หลังศาลจังหวัดอุบลราชธานี ออกหมายจับในข้อหา "ร่วมกันปล้นทรัพย์ โดยมีและใช้อาวุธปืน โดยยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดเพื่อพาทรัพย์นั้นหลบหนี หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ร่วมกันมีอาวุธปืน พกพาอาวุธปืนไปในเมือง ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่น กระทำการใดไม่กระทำการใดโดยใช้กำลังประทุษร้าย ร่วมกันทำร้ายร่างกาย

สืบเนื่องจาก เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา มี 3 โจรสวมไอ้โม่งบุกชาร์จใช้ปืนตบหน้า ก่อนจับ รปภ.ห้างจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ชื่อดังกลางเมืองอุบลราชธานี ใส่กุญแจมือขังไว้ในห้องด้านหลังของโชว์รูม ก่อนทุบกระจกเข้าไปในตัวอาคาร เพื่องัดเอาเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม กสิกรไทย และ ธนาคารกรุงเทพ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ก่อนจะทิ้งความเสียหายเอาไว้ แล้วหลบหนีไปพร้อมตัวบันทึกกล้องวงจรปิดหลักฐานชิ้นสำคัญตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

จากนั้น พ.ต.อ.ไพโรจน์ ได้จัดทีมสืบสวนลงพื้นที่วางแผนแนวทางการสอบสวน ร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี และชุดสืบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี นำแผนประทุษกรรมของคนร้ายในพื้นที่มาตรวจสอบ จนพบเบาะแสสำคัญที่สามารถเชื่อมโยงไปยัง นายชวิน พร้อมพวกได้ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ จากศาลจังหวัดอุบลราชธานี เข้าจับกุมนายชวิน ในช่วงค่ำของวันที่ 29 พ.ค.60 และศาลได้อนุมัติหมายจับ นายญาณเดช และ นายดำ ในช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งทั้งหมดให้การรับสารภาพ

นายชวิน กล่าวถึงสาเหตุที่ต้องมาก่อเหตุเจาะตู้เซฟเอทีเอ็ม ว่าต้องการเงินไปต่อสู้คดี หลังตกเป็นผู้ต้องหาใช้ปืนบุกเดี่ยวจี้จับตัวเจ้าของร้านทองเยาวราช ตรงข้ามห้างบิ๊กซีเมื่อวันที่ 28 ส.ค.2556 และต้องติดคุกอยู่ในเรือนจำกลางอุบลราชธานี นานกว่า 3 ปี พอพ้นโทษออกมาเมื่อต้นปี 2560 ก็มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจอายัดตัวดำเนินคดี ที่เข้าไปลักทรัพย์ตามสถานที่ราชการหลายแห่ง ก่อนจะขอประกันตัวออกมาสู้คดี แต่ต้องใช้เงินในการสู้คดีจำนวนมาก จึงชักชวนเพื่อนที่เพิ่งพ้นโทษออกมาจากคุกมาก่อเหตุดังกล่าว

หลังสอบสวนปากคำผู้ต้องหาทั้งหมด เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพและนำตัวไปเอาปืนพกสั้นลูกโม่ขนาด .32 ซึ่งหลังก่อเหตุนายชวิน ได้นำไปขายให้กับเพื่อนคือ นายวีรยุทธ วิพล อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนในราคา 1,500 บาท ที่บ้านใน อ.เมืองอุบลราชธานี เพื่อนำมาใช้ประกอบเป็นหลักฐานดำเนินคดี

ทั้งนี้ สำหรับนายชวิน เดิมมีชื่อจริงว่า นายศราวุธ กาศกุล มีคดีเกี่ยวกับการลักทรัพย์ อาวุธปืน และชิงทรัพย์ก่อนหน้านี้ รวม 6 คดี ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น นายเดชาชัชพงษ์ คงธนโกมลกุล ล่าสุดตกเป็นผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์ร้านทองจนเป็นข่าวใหญ่ของจังหวัดอุบลราชธานี เนื่องจากนายศราวุธ หรือ นายเดชาชัชพงษ์ ในขณะนั้นเป็นหัวหน้าแอดมิน เพจมีด่านบอกด้วยอุบลราชธานี หลังจากพ้นโทษเมื่อปลายปี 59 ที่ผ่านมา จึงเปลี่ยนชื่อมาเป็นนายชวิน คงธนโกมลกุล ด้านนายดำ เป็นผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ และนายญาณเดช มีประวัติการถูกจับกุมในข้อหา พยายามข่มขืน นักท่องเที่ยว ปี 56 ร่วมกันลักทรัพย์ อีกหลายคดี ก่อนจะพ้นโทษมาร่วมมือกับ นายชวิน.