บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บลจ.ไทยพาณิชย์ แนะแบ่งพอร์ตลุย หุ้นเอเชีย ทองคำ รับดอลลาร์อ่อนค่า

บลจ.ไทยพาณิชย์ แนะชะลอลงทุนตลาดหุ้นอินเดีย ทยอยลงทุนตลาดหุ้นเอเชีย และสินทรัพย์ทางเลือก โดยเฉพาะทองคำ เพื่อป้องกันความเสี่ยงตลาดหุ้นในช่วงขาลง จากปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมืองในหลายประเทศ

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยถึง ภาพรวมการลงทุนในสัปดาห์นี้ ยังคงมีมุมมองที่เป็นบวกต่อตลาดหุ้นเอเชียโดยรวม จากเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มเร่งตัว ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนประเทศในกลุ่มเอเชียซึ่งเน้นการส่งออก ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง เนื่องจากตลาดได้คาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ไว้แล้ว ทำให้แรงกดดันต่อตลาดหุ้นเอเชียลดลง

นอกจากนี้ ยังคงแนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมตลาดหุ้นที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวแข็งแกร่ง เช่น สหรัฐอเมริกา จากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งสนับสนุนผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน และความเป็นไปได้ของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของโดนัลด์ ทรัมป์

ทั้งนี้ ความไม่แน่นอนทางการเมืองอาจสร้างความผันผวนให้ตลาดบ้าง โดยการปรับตัวลงของตลาดถือเป็นโอกาสให้ทยอยสะสม เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ และผลประกอบการบริษัทมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น นอกจากนี้ มีโอกาสเป็นไปได้น้อยที่ทรัมป์จะโดนปลด เนื่องจากสมาชิกส่วนใหญ่ในสภาคองเกรสมาจากพรรคการเมืองเดียวกับทรัมป์

ขณะที่ ตลาดหุ้นยุโรปเองนั้นประเด็นเรื่องความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ลดลงไปพอสมควร โดยดัชนีชี้นำทางเศรษฐกิจยุโรปยังคงชี้ถึงการขยายตัวได้ดี ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและบริการ ส่งผลให้การบริโภคครัวเรือนและความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการบริษัทเอกชน

อย่างไรก็ตาม เรายังแนะนำให้ชะลอการลงทุนในหุ้นอินเดีย เนื่องจากราคาของตลาดอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยตัวเองในอดีต และเมื่อเทียบกับตลาดในภูมิภาคทำให้โอกาสที่ตลาดจะปรับขึ้นมีจำกัด ขณะที่มีเงินลงทุนจากต่างประเทศซื้อสะสมตั้งแต่ต้นปีในระดับสูง ทำให้ความเสี่ยงขาลงของตลาดมีสูงหากนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นออกมา

สำหรับสินทรัพย์ทางเลือก แนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยงตลาดหุ้นขาลง จากความตึงเครียดและความไม่แน่นอนทางการเมืองที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าปัจจัยที่จะกดดันราคาทองคำ เช่น การแข็งค่าของค่าเงินดอลลาร์ค่อนข้างจำกัด เนื่องจากตลาดได้คาดการณ์ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ และเฟดขึ้นดอกเบี้ยไว้ระดับหนึ่งแล้ว ทำให้ดอลลาร์ขาดปัจจัยหนุนให้แข็งค่าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ส่วน น้ำมันแนะนำให้ชะลอการลงทุนหลังจากผลการประชุมของกลุ่ม OPEC และ Non-OPEC เป็นไปตามตลาดคาดการณ์ ทำให้ราคาน้ำมันขาดปัจจัยหนุนในระยะสั้น นอกจากนี้ราคาน้ำมันอาจถูกกดดันจากการปรับเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ